การปฏิวัติเขียว(The Green Revolution)

หมวดหมู่ของบล็อก: 

    การปฏิวัติเขียว(The Green Revolution) ผมได้คัดลอกจากคำนิยม ในหนังสือ "ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว ทางออกของของเกษตรกรรมและอารยมนุษย์" ด้วยความตั้งใจว่าจะให้สมาชิกบ้านสวนพอเพียงได้ทราบที่มาที่ไปของปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาสุขภาพของคนเราที่เป็นอยู่ทุกวัน ผมพิมพ์ไว้หลายวันแล้วแต่ยังไม่เอาขึ้น รอการตอบรับอนุญาตจากสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทองเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่รอหลายวันแล้วก็ไม่มีเสียงตอบรับ เอาเป็นว่าผมเอาขึ้นเลย และเขียนอ้างอิงที่มาที่ไปทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับสมาชิก ไม่ได้ทำเพื่อการค้า

##########################

    การปฏิวัติเขียว(The Green Revolution) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงทศวรรศที่ 6 คือประมาณ 30 ปืที่ผ่านมานี้ โดยเริ่มจากเทคโนโลยีการผลิต เช่นการผสมพันธุ์พืชสัตว์ที่ให้ผลผลิตสูง การใช้สารเคมีชนิดต่างๆ  เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ และการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านอื่นๆ เช่นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม ตลอดจนสุขภาพอนามัย และระบบนิเวศวิทยาของโลก

    จุดเด่นของการปฏิวัตเขียวอยู่ที่การนำเอาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี มาเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตสินค้าเกษตรอย่างได้ผลชัดเจน อย่างเช่นการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ของพันธุ์ข้าว "มหัศจรรย์" ต่างๆเป็นต้น แต่จุดอ่อนของมันคือละเลยต่อผลกระทบด้านอื่นๆ เช่นสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาซึ่งมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนเป็นอย่าง ยิ่ง

     โดยอาศัยเงื่อนไขต่างๆ เช่นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ ในที่สุดระบบการเกษตรในแนวทาง "ปฏิวัติเขียว" ก็กลายเป็นนโยบาบหลักของแทบทุกประเทศ และประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเกษตรกรต่างถูกชักจูงให้ยอมรับระบบการเกษตรดัง กล่าวด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งผ่านระบบการศึกษาและสื่อสารมวลชลนานาชนิด จนกระทั่งกลายเป็นกระแสหลักของระบบการเกษตรในปัจจุบัน

    กล่าวโดยสรุป ระบบการเกษตรปัจจุบันตั้งอยู่บนหลักการใหญ่ๆ เพียง 2 ประการคือ ความมักง่ายและความรุนแรง

     "ความมักง่าย" แสดงออกโดยการมองทุกสิ่งอย่างแยกส่วน  เช่นมองดินเป็นเพียงพื้นที่สำหรับพืชอาศัยยืนต้น และเป็นแหล่งธาตุอาหารเท่านั้น เมื่อขาดความอุดมสมบูรณ์ก็เพียงแต่ใส่ธาตุอาหารไปโดยตรงในรูปของปุ๋ยเคมี ซึ่งในที่สุดก็พัฒนามาจนไม่ต้องปลูกพืชบนดินก็ได้ กล่าวคือปลูกบนกรวดทรายที่มีสารละลายที่มีสารละลายของธาตุอาหารหล่อเลี้ยงอยู่แทน(Hydroponic)

   ส่วน "ความรุนแรง" จะเห็นได้จากการแก้ปัญหาศัตรูพืช เช่น โรครา แมลง วัชพืชหรือสัตว์อื่นๆ เช่นหนูนา โดยการฆ่าหรือทำลายโดยตรงด้วยสารเคมีมีพิษชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยากำจัดเชื้อรา ยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช หรือยาเบื่อหนูก็ตาม

   ระบบการเกษตรปัจจุบันพยายามแยกตัวออกจากธรรมชาติโดยใช้วิธีการควบคุมและบังคับธรรมชาติไปในทิศทางที่มนุษย์ต้องการเพียงเพื่อสนอง "ความต้องการเทียม" ของคนกลุ่มน้อยที่มีกำลังซื้อ ตัวอย่างเช่นการปลูกพืชในประเทศเขตหนาว หรือปลูกพืชเมืองหนาวในประเทศเขตร้อน รวมทั้งการบังคับให้ต้นไม้ออกผลนอกฤดูกาล เป็นต้น

    รูปธรรมอันเป็นผลจากระบบการเกษตรดังกล่าวที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันก็คือ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจการกลุ่มบรรษัทผลิตสารเคมีและเครื่องจักรกลที่ใช้ในการเกษตร การล่มสลายของเกษตรกรรายย่อย หนี้สินต่างประเทศของประเทศเกษตรกรรม การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมของระบบนิเวศวิทยาตลอดจนปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วไป ในฐานะผู้บริโภคผลิตผลจากระบบการเกษตรนี้

     และเมื่อวิเคราะห์เจาะลึกไปอีกพบว่าแท้จริงแล้ว ระบบการเกษตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้กลับมิได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นดังที่กล่าวอ้างกันมาแต่ต้น หากแต่เป็นระบบที่ด้อยประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากการผลิตอาหารให้ได้พลังงาน 1 แคลลอรีนั้น ต้องใช้พลังงานในการผลิตถึง 7 แคลอรี ในขณะที่ระบบการเกษตรดั้งเดิมนั้นใช้พลังงานในการผลิตเพียง 1 แคลอรี แต่ผลิตอาหารได้พลังงานถึง 50 แคลอรี ดังนั้นระบบการเกษตรในปัจจุบันจึงใช้ทรัพยากรของโลกอย่างฟุ่มเพือย โดยเฉพาะทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดและไม่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้อีก เช่น น้ำมันดิบ ถ่านหินก๊าชธรรมชาติ และแร่ธาตุต่างๆ เป็นต้นขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดของเสียซึ่งเป็นพิษต่อดิน น้ำอากาศ ตลอดจนปนเปื้อนกับอาหารที่ผลิตได้ เป็นพิษต่อผู้บริโภคอีกด้วย

 

ที่มา :

หนังสือ "ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว ทางออกของของเกษตรกรรมและอารยมนุษย์" 

คำนิยมของ เดชา ศิริภัทร หน้า (๙)-(๑๒)

ผู้เขียน มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ

ผู้แปล รสนา โตสิตระกูล
สำนักพิมพ์ มูลนิธิโกมลคีมทอง

 

ปล. ขอบคุณน้ามืด ที่ส่งหนังสือมาให้อ่าน

ความเห็น

รูปภาพของ จันทร์เจ้า

ส่วนมาก หรือ แทบจะทั้งหมด ทำแบบนี้กันทั้งนั้น แล้วพวกเรา เป้นชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ จะช่วยอะไรได้บ้างล่ะ

พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า 

รูปภาพของ sothorn

  • ปลูกผักกินเอง
  • เลิกใช้ปุ๋ยเคมี และสาเคมีต่างๆ
รูปภาพของ จันทร์เจ้า

ที่ผู้ใหญ่บอกมา พี่ได้เริ่มทำแล้วค่ะ ปลูกผักกินเอง แต่งามเป็นบางอย่าง อาจจะเมล็ดพันธุ์ไม่ค่อยดี(เข้าข้างตัวเองใว้ก่อน) ปุ๋ย พี่ก็ใช้ปุ๋ยหมัก และ ขี้วัว อิอิ ดีใจที่ได้ช่วยอะไรบ้าง

พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า 

รูปภาพของ คนตูล

เดี่ยวนี้อะไรๆมันก็เปลี่ยนไป ผู้ปลูกผู้ค้าก็คิดแต่ผลกำไรเป็นหลัก ผู้บริโภคก็ต้องการซื้อแต่ของสวยๆงามๆ นับวันความเห็นแก่ตัวของคนบางกลุ่มก็เพิ่มขึ้น อยากให้ทุกคนมีน้ำใจที่จะ  แบ่งปัน สร้างสรร พอเพียง เหมือนชาวบ้านสวนฯจังเลยเฮ้ยยยยยMoney mouth

รูปภาพของ แดง อุบล

ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะผู้ใหญ่

"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"

รูปภาพของ มนต้นกล้า

พลังงานที่ใช้ปลูก  กับผลผลิตที่ได้   มันห่างกันเยอะเนอะ

ฉันจะปลูก ผัก ให้ลูกทาน

รูปภาพของ หยอง

ผมได้หนังสือเล่มนี้จากเจ้านาย

อ่านแล้วรู้สึกชอบมาก เพราะผมก็เดินทางสายนี้

เกษตรธรรมชาติ ทำแล้วมีความสุขที่ยั่งยืน

รูปภาพของ satjang

ประเทศที่เค้าปฏิวัติเขียว เค้าก็เริ่มอยู่ไม่ได้ ยิ่งประเทศที่มีต้นทุนทางธรรมชาติน้อย ๆ สิ่งที่เค้าทำได้ก็ให้ความรู้ผิด ผิด กับประเทศที่เค้าว่า "ด้อยพัฒนา"....ส่งความรู้มากับสื่อ มากับความเชื่อ ....

เล่มนี้ต้องไปหามาอ่านบ้างแล้ว ^ - ^

...2553 ปีที่ 1 ที่เริ่มเดินตามรอยพ่อ...

รูปภาพของ ตั้ม

เห็นด้วยกับแนวคิดของการกลับมาสู่วิถีดั้งเดิม อย่างน้อยก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการใช้สารเคมี และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนกว่า แต่ถ้าหากเลือกใช้เทคโนโลยี่บางอย่างผสมผสานเข้าไป โดยศึกษาเปรียบเทียบก่อนก็น่าที่จะพัฒนาควบคู่ไปกันได้ อย่างเช่นหากไม่ใช่ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ก็ต้องพัฒนาสายพันธ์ที่ให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น (ไม่ใช่การตัดต่อพันธุกรรม หรือถ้าใช่ก็ต้องศึกษาผลกระทบจนแน่ใจ)หรือพัฒนากระบวนการเพิ่มผลผลิต  อัตราการบริโภคเป็นอัตราเร่งตามอัตราการเกิด ขณะที่อัตราการตายน้อยลงจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ ดุลยภาพของการผลิตกับการบริโภค หากไม่ได้ดุลย์กัน ปัญหาก็จะตามมาอีก (ผมเองไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการเกษตร การผลิตหรอกนะ แต่มองในอีกมุมหนึ่งที่ห่วงทั้งผลกระทบจากการปฎิวัติเขียว และห่วงทั้งดุลยภาพของการบริโภค)

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

รูปภาพของ ลุงพูน

พวกเอ็งนี่เอียงซ้าย ป่าววะ (ทำเสียงให้เหมือนๆในอาคารเทพฯ ด้วย)

รูปภาพของ ตั้ม

นิดๆ..ไม่ถึงกะเอียงกะเท่เร่..เพราะผมก็อยู่แถวอาคารเทพ..ติดกับคาเฟทรีเรีย...รุ่นซือเฮีย..ไม่รุว่ามีชมรมมหาวิทยาลัยชาวบ้านหรือเปล่า (มชบ) ผมสังกัดที่นี่

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

รูปภาพของ ลุงพูน

ยังไม่มีครับ

รูปภาพของ sothorn

ผู้อาวุโสคุยอะไรกัน งง ครับ
ตอนแรกนึกว่าทะเลาะกัน Smile

รูปภาพของ ลุงพูน

ผู้เฒ่าก็ชอบเล่าความหลังไง

รูปภาพของ แป้ง

เห็นด้วยกับบทความนี้..ตอนนี้กำลังหัดทำปุ๋ยหมักขี้วัวอยู่..                 ไม่ยากอย่างที่คิด

รูปภาพของ ลุงพูน

ถ้าทำปุ๋ยหมักด้วยขี้วัวแล้ว เสนอแนะให้เลี้ยงใส้เดือนด้วยขี้วัว ด้วยครับ

รูปภาพของ ลุงพูน

สมัยยี่สิบกว่าปีก่อน หนังสือเล่มนี้ได้จุดประกาย การเกษตรอินทรีย์ขึ้น แต่กระแสทุนนิยมยังมาแรง กระแสเกษตรอินทรีย์เลย ไปไม่รอด แต่อย่างไรก็ตาม ความรู้ ความเข้าใจในการทำการเกษตรอินทรีย์ ได้แทกซึมเข้าสู่คนไทยเพิ่มมากขึ้น หลายคนได้นำไปปฏิบัติทดลอง ได้ผลก็มี ไม่ได้ผลก็เยอะ

เนื่องจากแนวทางเกษตรอินทรีย์ เป็นคนละแนวทางกับเกษตรสารเคมี ดังนั้น หากทางราชการยังมั่นคงกีบการเกษตรแบบสารเคมี โอกาสของการเกษตรอินทรีย์คงเกิดขึ้นได้ยาก

แต่ก็มีนักวิชาการจำนวนหนึ่งได้หันกลับมาทำการทดลองทำเกษตรอินทรีย์แบบจริงๆจังๆ ทั้งที่เรียนรู้มาทางด้านการเกษตรสมัยใหม่ และเรียนรู้มาทางสาขาอื่นๆ ทีมีความเชื่อว่า การเกษตรแบบอินทรีย์ หรือการเกษตรแบบดั้งเดิมที่บรรพบุรุษ เคยทำมาหากิน เลี้ยงดูลูกหลานให้เติบใหญ่มาได้ ไม่น่าจะด้อยไปกว่าการเกษตรแบบสารเคมี

บางรัฐบาลในระยะหลังๆ มีนักวิชาการกลุ่มที่สนใจเรื่องการเกษตรอินทรีย์ ได้เข้าร่วมเป็นผู้บริหารประเทศ ท่านเหล่านั้นรู้ดีว่า กลุ่มเกษตรอินทรีย์ในประเทศนี้ อยู่ที่ไหนบ้าง ทำการเกษตรอินทรีย์ในด้านต่างๆกันอย่างไร และได้ให้ กลุ่มเกษตรอินทรียย์ เหล่านั้น จัดการให้การศึกษาอบรมแก่เกษตรกรทั่วไป ที่สนใจในแนวทางเกษตรอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์จึงแผ่ขยายออกไปทั้งจำนวนผู้ผลิต ผู้เรียกร้องที่จะบริโภค อาหารอินทรีย์ ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจออกไปแก่คนทั่วไปในสังคม โดยเฉพาะในสังคม online ที่พวกเราเข้ามาเผ้าหน้าจอกันทุกวันนี้


รูปภาพของ ปุ๊ก

ปลูกผักกินเอง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์

ไม่ใช้สารเคมี..

ทำแค่...พอดี  


ใช้อย่าง...พอเพียง  


เก็บออม...พอสมควร


3 พอ...เพื่อความสุขในชีวิต


msn  kra_pook@hotmail.com

รูปภาพของ น้อย สวนบุรีรมย์

วันก่อนก็ดูสารคดีทางทีวี เขาพยายามปลูกข้าวโพดอาหารรสัตว์กันเต็มที่เลย แล้วเอามาให้วัวกิน

เขาว่าข้าวโพด 44 กิโล ได้เนื้อวัว 1 กิโล (อัตราแลกเนื้อนี้ไม่ชัดเจนแต่ก็ทำนองนี้แหละ)

ถามว่าทำไมเราไม่เก็บข้าวโพดไว้เป็นอาหารคน ทำไมเราไม่เลี้ยงวัวด้วยหญ้าแบบเดิม

สวนเกษตรบุรีรมย์การเกษตรแบบเสาร์เว้นเสาร์ เน้นที่เราปลูกเองกินเอง
บริการจัดทำและดูแลเว็บไซต์ ถูก ดี มีประสิทธิภาพ

รูปภาพของ Tikapus

หนังสือเล่มนี้แหละ ทำให้มุมมองในชีวิตผมเปลี่ยนไป Wink

รูปภาพของ รัตนพงษ์

ผมเชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีสำหรับการใช้ชีวิตในชนบทบ้านเรา มีทั้งอากาศบริสุทธิ์หายใจ รถก็ไม่จอดทิ้งควันไอเสีย น้ำท่าสะอาดไม่มีกลิ่นเหม็น โชคดีนะที่อยู่ชนบท (บ้านนอกอย่างผมครับ)

มิตรภาพไร้พรมแดน

รูปภาพของ นนท์

เห็นด้วยกับลุงพูนและพี่ตั๊ม

ในสังคมที่มองเรื่องผิดปกติเป็นเรื่องปกติ

ทำให้กลุ่มคนส่วนน้อยที่คิดอีกอย่างหนึ่งย่อมถูกมองไปอีกอย่างหนึ่ง

ระบบเสียงข้างมาก แต่ลืมมองไปว่า บ้างครั้งเสียงข้างมาก

อาจไม่ได้ถูกต้องเสมอไป ..

  

 

NONT..

รูปภาพของ M Browne

ขอบคุณสำหรับเวปดีๆ  ข้อมูลดีๆ 

 

ก้อเพิ่งค้นเจอเวปนี้ครั้งแรก  อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมาก

 

ได้อ่านเรื่อง  เกษตรกรเต็มขั้น แล้วรู้สึกว่าตรงใจมาก

ตัวก้อเอง ทำสวนยางพาราค่ะ  ทางอีสานเหนือของไทยเรา

ยางอายุ สี่ปีแล้วค่ะ  แต่ตอนนี้ก้อยังกลับไปเป็นเกษตรกรเต็มขั้นไม่ได้

เพราะยังอยู่ที่ต่างประเทศ  กะไว้ว่า เมื่อไหร่ที่ยางได้กรีดมีรายได้ที่รองรับแน่นอน

จะกลับเมืองไทย ไปสร้างบ้านหลังเล็ก  ปลูกผักไร้สารพิษ  ปลูกผลไม้ไว้ทานเอง

ชีวิตแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว 

รูปภาพของ มานี มานะ วีระ ชูใจ

ยุคเขียวเสวย...มันคือจังหวะก้าวของโลกที่ใครเริ่มก่อนเริ่มเร็ว..คนนั้นคือเจ้าของอำนาจ...

สงครามเย็น ความกลัว นั่นคือวิธีที่เราต้องเร่งสร้างความแข็งแก่รงในการพัฒนาประเทศ

ทุกประเทศจึงแย่ง แข่งขัน ในด้านการผลิต ต่อเนื่องยาวนานจนถึงยุคที่เริ่มอิ่มตัว..และเริ่มทบทวน

จนมาถึงยุคพลังงาน...เช่นกัน...ใครมีมากก็มีอำนาจมาก..แล้วพาลมาถึงพลังงานจากพืช

คนในยุคสามสิบปีข้างหน้าจะด่าว่าเรา....ว่าทำไมเหมือนที่เรากำลังว่าอยู่ตอนนี้.....

เป็นเพียงแค่มดตะนอย ตัวจ้อยจิด  ทีพลัดติดกลางช่อ พอเพียงใหญ่

คือหนึ่งเสียงหนึ่งคิดเห็น ที่เป็นไป อาจถูกใจหรือไม่บ้าง ลองชั่งดู

รูปภาพของ ตั้ม

กลับมาแล้วยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่องนิ..นึกว่ากลับไปให้แม่บ้านรักษาตัวแล้วจะดีขึ้น..(ย้อเย่นนะ..) ปรัชญาคุณสุดลึกล้ำยากแท้หยั่งถึง

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

รูปภาพของ มานี มานะ วีระ ชูใจ

อ่าๆ..เรี่องนี้..อย่าให้พ่อพูดเลยนะ..

ใครกันนะ..ว่าพ่อพูดไม่รู้เรื่อง...เดี๋ยวค่อยมาคุยกันนะลูก

เดี๋ยวเข้าประชุมคร..ก่อน อ้าวชุมแล้วหรือ..

อ้าวถามมา...โฮ็ๆพ่อลีม

ชวโลด...

เป็นเพียงแค่มดตะนอย ตัวจ้อยจิด  ทีพลัดติดกลางช่อ พอเพียงใหญ่

คือหนึ่งเสียงหนึ่งคิดเห็น ที่เป็นไป อาจถูกใจหรือไม่บ้าง ลองชั่งดู

รูปภาพของ น้ามืด

  น้ามืดขออนุญาติแปะลิงค์ นะครับ เพราะก่อนที่จะได้หนังสือมาครอบครองก็ได้ลองอ่านที่เว็บ

http://olddreamz.com/bookshelf/onestraw/onestraw.html

พอเห็นว่าของเค้าดีจริง ก็ไปติดต่อสั่งซื้อที่ร้านหนังสือครับ เท่าที่ผมรู้คือ หาได้ก็ที่ร้านซีเอ็ดทุกสาขา แต่บางสาขาอาจต้องสั่งนะครับ เพราะพนักงานเค้าบอกว่าหนังสือเนี่ยพิมพ์มานานแล้วไม่มีลูกค้าถามก็เลยไม่มีอยู่ที่ร้าน วันเดียวเองสำัหรับการสั่งซื้อ (ไม่ได้มาขายหนังสือ อย่าเข้าใจผิดนะจ๊ะ) พี่ๆท่านใดว่างๆ ก็ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ สำหรับเล่มที่เค้าจัดจำหน่ายในตอนนี้ มีการปรับแก้เรื่องของภาษาให้เราอ้างอิงกับพวกมาตราวัดหรือคำศัพย์ต่างๆแล้ว

   สำหรับการทำการเกษตรในปัจจุบันนั้น มีหลากหลายเหตุผล หากได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว อาจมีมุมมองที่เกี่ยวกับเรื่องทางด้านเกษตรเพิ่มเติมเข้ามาอีกก็ได้นะครับ

  

รูปภาพของ แผน รณรงค์

 น้ามืด วันก่อนพาลูกๆไปเยี่ยมศูนย์ (วันเข้าพรรษา) ถามหาน้ามืด เขาบอกช่วงนี้ไม่อยู่  ......ผมคนหนึ่งที่อ่านจบแล้วครับ น่าสนใจมาก อ่านแล้ววางไม่ลงเลย จบภายในไม่กี่วัน  ...ต้องอ่านซ้ำอีกสักรอบ สองรอบ

ตามรอยพ่อคิด ด้วยวิถีชีวิต ที่เพียงพอ

รูปภาพของ น้ามืด

    พี่แผน มีโอกาสคงได้เจอกันแน่นอนครับ ตัวหนังสือในเล่มนี้ดีมากที่สุด และทำให้ผมอยากเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ แน่นอนครับทุกท่านที่มีโอกาสอ่าน ผมว่าแทบวางไม่ลงและอาจมีคำถามกับตัวเอง มากกว่าที่จะถามคนอื่นๆ ใครยังไม่เคยอ่านต้องไปหามาอ่านให้ได้นะครับ

รูปภาพของ ยายอิ๊ด

เชื่อว่า มาจากไหนก็กลับไปสู่จุดนั้นค่ะ


อยู่ที่เราจะปฏิบัติตนต่างหาก ก่อนที่เราเกิดมา วังวน ก็หมุนหลายรอบค่ะ รอบแล้ว รอบเล่าค่ะ

#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#

หน้า