ไม่อยากนึกสภาพถ้าไหปลาร้าแตกเขาต้องว่าคนไทยขนอาวุธชีวภาพข้ามประเทศแน่
***อาหารต้องห้าม...ที่ห้ามนำเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์***

**ห้ามบรรจุเนื้อสัตว์ ไข่ เนยแข็ง น้ำผึ้ง ปลาและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมและจากสัตว์
รวมทั้งแซนวิตที่มีส่วนผสม ในประกาศอาหารต้องห้าม**
**ประกาศเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2007**
ผู้เดินทางเป็นจำนวนมากต่างไม่รู้ว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ประกาศห้ามนำอาหารจากประเทศที่อยู่ภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสหภาพยุโรป EU
เข้ามาในประเทศสวิตฯซึ่งได้เริ่มประกาศใช้เมื่อวันที่1. กรกฎาคม07
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้กำหนดกฎระเบียบควบคุมห้ามนำอาหารต้องห้ามเข้าประเทศอย่างเคร่งครัด
แผ่นประกาศและใบปลิวที่ท่าอากาศยานในซูริค Zürich,บาเซิล Basel ,และเก้นซ์ Genf
ทำให้ผู้เดินทางหลายต่างพากันประหลาดใจกับการประกาศห้ามนำอาหารเข้าประเทศ
ที่ได้ออกประกาศเริมใช้ตั้งแต่วันที่1.กรกฎาคม
ไม่อนุญาตให้ประเทศที่อยู่นอกกลุ่มสหภาพยุโรป EU
**ประเทศในกลุ่มที่ประเทศสวิตฯปฎิเสธอาหารนำเข้าประเทศเช่น**
อเมริกา..อาฟริกา..เอเซีย..รวมทั้งประเทศที่อยู่ในแหลมบอลข่านBalkan
ประเทศต่างๆไม่ทั้งหมดทั่วโลกที่มีสถานะภาพทางด้านสุขาภิบาลที่
ให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนเหมือนกัน
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประทศหนึ่งเหมือนกับประเทศอื่นๆ
ในกลุ่มสหภาพยุโรป EU ที่มีความปลอดภัยจากเชื้อโรคติดต่อ..เชื้อโรคระบาดจากสัตว์
ที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเชื้อโรคติดต่อ..ไข้หวัดนกหรือเชื้อกาฬโรคหมู
ที่ประเทศอื่นๆได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคติดต่อแบบนี้หลายครั้ง
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและต้องป้องกันอย่างเข้มงวดจึงได้ประกาศห้าม
เกี่ยวกับผลิตภัณท์ที่มาจากสัตว์ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น
การควบคุมอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ประเทศที่ทำการค้าเกี่ยวกับสินค้าจากสัตว์
ย่อมได้รับการกระทบกระเทือนบ้างไม่มากก็น้อย
ใครที่เดินทางมาจากประเทศไทยกลับเข้ามาในประเทศสวิตฯ
และแอบนำอาหารเหล่านี้บรรจุลงในกระเป๋าเดินทาง
ไม่สำแดงหรือแจ้งให้กรมศุลกากรทราบ
อาจจะมีความผิดโดนปรับได้ดังนั้น
ควรระมัดระวังเกี่ยวกับการนำอาหารต้องห้ามเหล่านี้
ทางทีดีควรหลีกเลี่ยงไม่นำอาหารที่ทางประเทศสวิตฯได้ประกาศห้ามไว้
บรรจุลงในกระเป๋าเดินทางจะดีกว่า
ขอบคุณข้อมูลจาก www.pallswiss.com
- บล็อกของ ตู่
- ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น
- 2230 reads
พี่ว่านะค่ะหนูนา ถ้ากล้าจะเอาปลาร้ามาก็จะมีวิธีป้องกันการแตกอย่างแน่นหนาแล้วล่ะ
จะเอาไตปลาไปฝากน้องตู่ซะหน่อย อดเลย
ตู่ชอบกินแกงไตปลากับขนมจีนมากๆ เลยค่ะเจ้โส นั่นสิเนอะ ไว้ตอนกลับไทยไปขอทานอาหารบ้านเจ้โสก็แล้วกัน จะเลี้ยงไหวมั๊ยเอ่ย ฮ่าๆๆๆๆแบบว่ากินเก่งมากกกกกกก(กุ้งรับประกัน การกินจุได้เลยค่ะ)
ที่นี่เท่าที่รู้เขาห้ามนำเข้าอาหารที่ทำจากเนื้อหมู
ที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์น่ะค่ะ ไม่เฉพาะหมู
เคยนำเข้านะค่ะ ตัวอย่างเช่น หมูแผ่น หมูหยอง (แต่กุนเชียงจะไม่ทำอีกเลย เพราะประสบการณ์ไม่ดี) น้ำพริกมะขาม..ก็ใส่หมูสับ ปลาสลิดทอดแกะเป็นชิ้นๆ ..อันนี่สั่งทำพิเศษสุด...บางทีเดินช้อบผ่านร้านน้ำพริกนิตยา แถวเสนา..ยังๆซื้อไปอีก แหมก็ไม่ต้องผ่านคนกลาง เหมือนหมูหยองนี่ เพื่อนทุกคนไม่พลาดทุกเที่ยวบินที่กลับไทย ซื้อกันทีละเป็นกี่โล กะกินข้ามปีค่ะ
คือจะทราบว่า ปิดอย่างดี SEAL แล้วโอเค จึงเดินอย่างองอาจและไม่เคยโดน ผ่านตั้ง 2 สนามบินทั้งแอลเอ และโลแกน ซึ่งมีชื่อเสียว่าตรวจเข้มมมม เอ๊..ผ่านมาได้ไงเรา 555555 และถ้าไปอีกจะทำอีกไหมเรา...
ไส้สาคู สาคูไส้หมูของพี่ทำไง
ไส้สาคู เขาทำให้แบบไม่ใส่หมูและไม่ใส่ถั่ว เอามาเติมเอาที่นี่คะ
มาตรการกรมศุลกากรของสวิสเข้มงวดจัง ประกาศอย่างนี้อย่าเสี่ยงเดี่ยวอดเข้าประเทศแน่ และได้นอนสนามบินแทน
น่าเห็นใจคนไทยนะคะ ต้องซื้อของแพง แต่ไม่เป็นไรอุดหนุนสินค้าไทย.. ไทยเจริญ เมื่อก่อน (อเมริกา ถ้า seal อย่างดีไม่มีปัญหา)..แต่ไม่เคยเข้าช่องสำแดงรายการนะ..5555
ที่ญี่ปุ่นจะน่ากลัวคะ เข้มข้นเหมียนกัลล์ เคยให้ทางบ้านส่งกุนเชียงไปทางไปรษณีย์ โอ้..พระเจ้า..โดนเรียกตัวสอบเหมือนเป็นอาชญากรสงคราม เสร็จแล้วเอาเข้าเตาเผาให้เห็นกันจะจะ...คือเค้ากลัวว่ามีเชื้อโรคต่างๆนาๆ ตอนนั้นเสียดาย เสียใจ จนน้ำตาแทบร่วงได้แต่บอกว่า โอกาซังคารา..แล้วหันหลังกลับเลย นี่แหละคนไทยในต่างแดน เข้าใจเลย
ขอบคุณคุณตู่ที่ให้ความรู้เพิ่มเติมค่ะ อยากไปเที่ยวนะสวิส เคยมีเพื่อนเป็นคนสวิส รู้สึกว่านิสัยดี เรียบร้อยคล้ายคนไทย ..รู้จักคนเดียว:-)
