อ่านแล้วรู้สึก น้ำตาจะไหล
ขอบคุณสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร

ใครที่ติดตามบันทึกของผม ก็คงยังจำกันได้นะครับถึงบันทึกความแห้งแล้งในบันทึกนี้ http://www.bansuanporpeang.com/node/1499 และผมเครียดเรื่องน้ำกับบันทึกนี้ http://www.bansuanporpeang.com/node/1757 แล้วผมก็โทรหา 1111 ไม่กี่วันจากนั้นก็มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทรมาสอบถามปัญหาเพิ่มเติมว่าต้องการอะไร ผมก็ตอบไปว่าต้องการฝน ต่อมาอีกระยะหนึ่งก็มีโทรศัพท์จากศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงสุราษฎร์ธานีโทรมาถามว่าฝนตกแล้วยัง ผมก็ตอบไปว่าตกหลายครั้งแล้วครับ แต่ก็ยังแปลกใจไม่รู้ว่าฝนตกเองหรือฝนหลวง แต่เมื่อวานนี้เองมีจดหมาย EMS จากสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาถึงผมมีใจความบางตอนว่า
สำนักงานฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2553 และได้จัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวงที่สนามบินค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา เพื่อปฏิบติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งน้ำในภาคใต้รวมถึงจังหวัดตรังด้วย จากผลการปฏิบัติการฝนหลวงปรากฏว่ามีฝนตกติดต่อกัน 5-6 วัน ทำให้สามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจะยังคงปฏิบัติการทำฝนหลวงช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดต่อไป จนกว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับน้ำเพียงพอกับความต้องการ...
ผมเองก็ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ผมร้องเรียนไปมันจะได้ผล และเพิ่งมารู้ว่าฝนที่ตกในตอนนั้นมาจากการร้องเรียนของผมโดยที่มีหนังสือราชการตอบกลับมาเป็นเครื่องยืนยัน ผมเองก็ตอบกลับไปไม่เป็นหรอกครับ ก็ขอขอบคุณสำนักงานฝนหลวงและการบินเกษตรผ่านทางเวบนี้ก็แล้วกัน ขอบคุณครับ
เราทุกคนคงทราบดีนะครับว่าฝนหลวงมาจากพระปรีชาสามารถของในหลวง ผมอยากขอบคุณแต่ใช้ราชาศัพท์ไม่เป็น บอกได้อย่างเดียวว่า "ทรงพระเจริญ"
- บล็อกของ sothorn
- ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น
- 995 reads
โชคดีที่สุดที่ได้เกิดในใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน
ดร.สุเมธ" ฝาก "คนไทย" กตัญญูต่อแผ่นดินให้มาก-รักประเทศชาติ อย่าทำลาย เผยน่าเสียดาย คนไทยมักจะชอบเห็น-ได้ยิน ในสิ่งที่ "ในหลวง" ทรงสอน แต่กลับไม่มองหรือฟังในสิ่งที่พระองค์สอน
วันที่ 4 มิ.ย.2553 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ร่วมกับจุฬาฯ จัดบบรรยายพิเศษเรื่อง "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการพัฒนาคนไทยที่สมบูรณ์แบบ" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในปีที่ 60 แห่งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษา โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา บรรรยายพิเศษ เรื่อง "ความเป็นครูในพระบาทสมเด็จพรเจ้าอยู่หัว" ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นครูของแผ่นดิน ที่พระองค์ทรงสอนเรื่องแผ่นดิน โดยให้รู้จักรัก เข้าใจ รู้จักการใช้ชีวิต และพฤติกรรมตนให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น ส่วนหลักการสอนของพระองค์นั้นจะทรงทำให้ดู ชักจูงให้เข้าใจในทุกแง่ทุกมุมอย่างละเอียด ไม่มีการสั่งหรือบังคับ แต่ใช้ปัญญาและเหตุผล นอกจากนี้ ทรงเน้นย้ำเสมอว่า การสอนควรยึดรากฐานเดิมของสังคมไทยไว้ ไม่ควรคัดลอกจากกต่างประเทศมากเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ขาดความเป็นตัวของตัวเอง
ดร.สุเมธ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาพระองค์เคยมีพระราชกระแสรับสั่งที่เกี่ยวกับครูว่า ประเทศชาติจะเจริญหรือเสื่อมลงนั้น ขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชนเป็นสำคัญ ดังนั้นพระองค์จึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษามาก และแม้ว่าปัจจุบันพระองค์จะทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช แต่พระองค์ทรงติดตามงานในทุกเรื่อง และทุกด้านตลอดทุกวัน ทั้งนี้ที่ผ่านมาน่าเสียดายที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะชอบเห็น และได้ยิน พระองค์ทรงสอน แต่ไม่มองหรือไม่ฟังในสิ่งที่พระองค์สอน อย่างพระราชดำรัสทุกวันที่ 4 ธ.ค. ที่ทุกคนต่างตั้งรอชมว่า ในหลวงจะรับสั่งเรื่องอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นมา 1 สัปดาห์ ถ้ากลับไปว่าพระองค์รับสั่งเรื่องอะไรบ้าง กลับไม่มีใครตอบได้
"วันแรกที่ได้เข้าถวายงาน พระองค์มีพระราชดำรัสว่า “ขอขอบใจที่จะมาช่วยงานฉัน แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ามาช่วยงานฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่จะมีร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น” ผมขอฝากขอให้ทุกคนทำประโยชน์ร่วมกับในหลวง เพื่อความสุขของประเทศชาติที่เราจะมีร่วมกัน นอกจากนี้ฝากทุกคนให้ความสำคัญกับคำว่า “กตัญญู” ให้มาก โดยเบื้องต้นต้องกตัญญูต่อแผ่นดิน เพราะหากไม่มีแผ่นดิน เราก็อยู่ไม่ได้ ต้องกตัญญูต่อประเทศชาติ รักประเทศชาติ อย่าทำลาย พยายามช่วยกันรักษา สงวน ส่งเสริม และพัฒนาประเทศให้อยู่ในสภาพที่ดีต่อไป แต่ปัจจุบันคนไทยไม่รักษาบ้านเมือง เช่น โค่นต้นไม้ใหญ่ คำนึงแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า สุดท้ายกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง ดังนั้นกตัญญูจึงเป็นสิ่งจำเป็น หากทุกคนขาดสิ่งนี้ ประเทศชาติก็คงอยู่ไม่ได้”ดร.สุเมธกล่าว
ไทยอินไซเดอร์
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
พ่อหลวงเป็นประมุขที่ประเสริฐที่สุดแล้ว ยังมีกษัตริย์พระองค์ใดในโลกที่ลงพื้นที่พัฒนาแหล่งกันดารได้ขนาดนี้ พ่อแม่ผมเป็นคนจีนที่อพยพหนีความแร้นแค้นจากจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อหกสิบกว่าปีที่แล้ว ทุกวันนี้ยังต้องเฝ้าจอทีวีดูข่าวในพระราชสำนักตอนสองทุ่มทุกคืน บอกอยากเห็นในหลวง เค้ารักและเทิดทูนในหลวงมาก สอนลูกสอนหลานบอกเรามีทุกวันนี้เพราะในหลวงและแผ่นดินไทย ไม่งั้นก็อดตายไปนานแล้ว แม่บอกเสมอว่าในหลวงเป็นกษัตริย์ที่ดีมาก ต้องกตัญญูต่อแผ่นดินและพระองค์ท่าน ..ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน..
หลายพื้นที่คงชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง
เราได้รับสิ่งดีๆตั้งหลายอย่างจากพระองค์ท่าน แม้จะอยู่ไกลแต่จะพกธนบัตรไทยเพื่อระลึกถึงพระองค์ท่านเสมอ
ภูมิใจครับที่ผมเกิดเป็นคนไทย
ทรงพระเจริญ
ผมเพิ่งฟังข่าว ขณะขับรถกลับจากระยอง ช่วงข่าว แจ้งว่า พระองค์ท่านทรงเป็นกังวล ห่วงประชาชน ซึ่งเป็นชาวเกษตรกรของพระองค์ทั่วทั้งประเทศ เรื่องน้ำและฝนทิ้งช่วงยาว ในปีนี้อย่างแน่นอน ท่านทรงชี้แนะ โครงการแก้มลิงไง หากใครในหมู่บ้านนียังไม่เข้าใจคำว่าแก้มลิงก็จงรีบไปศึกษาทำความเข้าใจให้ดีนะครับ ผมถึงบอกว่าผมชอบสระน้ำมากๆ จากข่าวพระองค์ทรงตรัสผ่าน ดร.สุเมธ เนื่องจากปัญหาที่กระทบจากปรากฏการโลกร้อน สภาพอากาศแปรปรวน ครับ มาเห็น blog ผญ. ทำให้ขนลุกสู่เลยครับ ผมและครอบครัวภูมิใจที่ได้ไปลงนามถวายพระพรแด่พระองค์ ท่านที่ศิริราชมาแล้ว และ บริจาคให้กับ ศิริราช ในวัน ๒๔ กย. (วันมหิดล)ของทุกๆปี ต่อเนื่องมาหลายปีจนได้รับธงประจำสี ในแต่ละปีมาจวนจะครบทุกสีแล้วครับ (บางปีวันตรงกันจึงได้สีซ้ำกัน) ผมภูมิใจมากครับ รพ.ศิริราช เปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้นทุกๆปีครับ ผมรักพ่อ และพ่อหลวงครับ พ่อผมเคยมาพักรักษาอยู่ที่นั่นช่วงสั้นๆเมื่อสิบกว่าปีก่อน พ่อสอนผมอยู่เสมอครับ ซึ่งค่ารักษาตอนนั้นพ่อบอกว่าก็ไม่แพงอย่างที่คิด ก่อนกลับบ้านพ่อเดินไปบริจาคใส่ตู้บริจาค ให้พวกเราเห็นซึ่งก็ไม่ค่อยจะเห็นพ่อทำแบบนี้มากนัก แม้แต่กับการทำบุญด้วยเงินกับพระในวัดก็ตามผมไม่ค่อยได้เห็นภาพนี้ ผมเข้าใจได้เลยว่าพ่อกำลังสอนผม ด้วยการทำให้ดูว่าสิ่งไหนควรทำ และสิ่งในไม่ควรทำ ดังคำว่า"ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน" และอีกอย่างหนึ่งที่ผมนึกได้ตอนนี้ก็คือพ่อสอนว่า " เงินเดือนใครมากว่ากันนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ทีว่าใครมีเหลือมากกว่ากัน" (หมายถึงเงินเดือนนะครับ) ท่านคงทำด้วยความศรัทธา และท่านเคารพต่อสถาบันและพระองค์ท่านอย่างมาก
ผมพร้อมที่จะปกป้องพระองค์ท่าน เสมอ เพราะผมคิดว่าผมก็เป็นทหารเสือของพระราชาคนหนึ่งครับ กล้าพูดอย่างภูมิใจที่ผ่านๆมา ผมก็ได้ออกไปร่วมกิจกรรมมาแล้ว แม้หลายท่านบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเราก็ตามสักวันหนึ่ง สักวันหนึ่งพวกเขาคงจะเข้าใจ...ในเจตนาบริสุทธิ์ของผม
น้ำพระทัย กลั่นออกมาเป็นน้ำฝน
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ฝนเทียม ได้จดสิทธิบัตร(เรียกยังงี้เปล่า) แสดง ว่าเริ่มทีไทย ประสบความสำเร็จที่ไทย ขอให้ในหลวง ทรงหายจากอาการประชวร ขอจงทรงพระเจริญ
พระองค์ทรงชี้แนะ ช่วยเหลือ ในหลายวิถีทาง ขนาดต่างชาติอย่าง มร.มาร์ติน วีลเลอร์ ยังเคารพรักและศรัทธา
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง