ระบบทุนนิยมก็เป็นอย่างนี้แหละ..ระบบการศึกษาของชาติมิได้สร้างจิตสำนึกของความรักและหวงแหนแผ่นดินเกิด..กลับหลอกให้ทุกคนเข้าใจว่าชีวิตที่สมบูรณ์คือเรียนดี งานดี เงินดี แล้วก็เลยแข่งกันซะทุกเรื่อง..เรื่องนี้ต้องกลับไปสอนกันที่ใจค่ะ...เอาใจช่วยคนไทย
ที่นาแปลงสุดท้ายในชีวิต

ที่นาแปลงสุดท้ายในชีวิต

มีเรื่องจะเอามาเขียนไว้เตือนตัวเองเรื่องมีอยู่ว่า มีเพื่อนบ้านพ่อ แม่ มีที่นาแบ่งให้คนละห้าไร่ตอนเป็นเด็กมีพี่น้องหลายคนพ่อแม่ต้องค้าขายหาเงินมาเลี้ยงลูกส่วนที่นาของตัวเองก็จ้างเข้าทำไม่เคยให้ลูกไปทำนาเลย พอมีสามี ก็ทำอาชีพค้าขายของในตลาดเช้ามีเงินพอได้ใช้ มีรถขับ ชาวบ้านเห็นว่ามีเงินชาวบ้านยุให้ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ก็ลงได้เป็นอย่างที่คิดหมดเงินไปห้าแสน เป็นได้สี่ปีต้องเลือกตั้งใหม่เริ่มหาเสียงใหม่ต้องใช้เงิน เงินเก็บก็หมดไปหากู้หนี้ยืมสินมาลง แต่รอบนี้ไม่ได้ หนี้ก็มีจะทำยังไงดี เงินเดือนก็ไม่มีดอกเบี้ยก็ขึ้นตามมาทุกวันคิดอะไรไม่ออกมองเห็นที่นาแปลงสุดท้ายที่แม่ให้ก็เลยมาถามแม่ว่าจะซื้อหรือเปล่า (แม่ถามว่าจะขายไม่เสียดายหรอ) คำตอบ : ไม่หนูเอาไว้หนูก็ไม่ได้ทำอะไรจะให้หนูไปทำนาหนูไม่เคยทำจะเริ่มต้นยังไง ( ถึงป้าไม่เอาไว้หนูก็จะขายให้คนอื่นอยู่ดีละจำเป็นต้องใช้เงินค่ารถหนูก็ยังไม่ได้ส่งหลายงวดแล้ว) แม่เลยจำเป็นต้องที่นาไว้
ในหมู่บ้านที่หนูอยู่ทุกวันไม่ต่างจากกรุงเทพฯ เลยค่ะ ซื้อทุกอย่างที่มีมาขาย ลูกบ้านไหนมีรถลูกบ้านตัวเองก็มีตามด้วย บ้านไหนให้ลูกเรียนโรงเรียนในหมู่บ้านแสดงว่าบ้านนั้นจนก็เลยต้องให้ลูกเข้าไปเรียนในตัวอำเภอเสียค่ารถรับส่งเดือนละ 500 บาท คือวิถีที่ชาวบ้านไม่คิดจะพึ่งตัวเอง อะไรที่เสียเงินคิดเอาเองว่าดีที่สุด
- บล็อกของ กิ่ง ก้าน ใบ
- ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น
- 1105 reads
คุณแป้งได้ใจไปเต็ม ๆ เลยค่ะ
ขอบพระคุณทุกความคิดเห็นค่ะ
บ้าน รถ จะซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ที่ดินเวลาเราอยากได้เรามีเงินมันซื้อไม่ได้นะค่ะ คนเพิ่มแต่ที่ดินมีเท่าเดิมค่ะ
บ้าน รถ ซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ ค้าน คับ อิอิ
ผมเองเพิ่งมีประสบการณ์ด้านซื้อมาหมาดๆ ที่ดินของผมที่ซื้อที่ราชบุรี ซื้อจากผู้เฒ่าที่ลูกเพียรพยามจะขายรู้แต่ว่าขายเพื่อใช้หนี้(ไม่ใช่กะผมนะ) และตัวแกเองกะลูกๆก็ย้ายมาอยู่กำแพงแสนกันหมด ปล่อยที่ให้คนอื่นเช่านานแล้ว ดูแล้วปลง..เหมือนลูกๆรุมทึ้งเลยเวลาได้เงิน
เกี่ยวกับที่ดินมีประสบการณ์นิดหน่อยคือเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงิน
คือเจ้าของที่เดิมมีหนี้อยู่หนึ่งก้อน เราก็คำนวนดูที่ของแกทำเลที่ว่านี้ถ้าขายในราคาตลาดก็แนะนำว่าควรขายเพียงครึ่งน่าจะใช้หนี้ได้หมดและมีเงินใช้จ่ายทำห้องน้ำและเจาะน้ำบาดาลพร้อมปั๊มน้ำ
แต่เมื่อขายแล้ว ไม่เป็นไปตามแผน ลูกเอาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์ สามีบอกเอาไปใช้หนี้(หนี้ก้อนเดียวแต่เบิกไป 2 ครั้ง ฟังแล้วก็งง) สุดท้ายแกต้องมาขายอีกครึ่งหนึ่งของครึ่งที่เหลือ ทำให้ของแกเหลือเพียง 1/4 แทนที่จะเหลือ 1/2 ตามที่เราได้ช่วยคิดช่วยวางแผน โฉนดที่เหลือแกก็ฝากไว้ บอกว่าเราซื้อขายไม่กดราคาแบบนายทุนคนอื่น ฉะนั้นเก็บไว้นี่แหละเดือดร้อนจะมาขายอีก เราฟังก็ได้แต่ปลง ทำไมแกไม่พยายามรักษาทรัพย์ของแกไว้ หรือบางทีลูกหลานก็หนีเข้ากรุงเทพกันหมด แกเลยดูว่าไม่จำเป็นต้องรักษาไว้ให้
แต่ปัญหาของกรณีนี้คือกินเหล้าครับ ทั้งผัวทั้งเมีย ถ้าตัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้น่าจะอยู่ได้สบายๆ ไม่เดือดร้อน
มีความต่างและความเหมือน แต่ละครอบครัว ดำเนินชีวิตไม่เหมือนกัน
เปรียบไปเหมือนไก่ได้พลอย มองไม่เห็นคุณค่า
แถวบ้านปุ๊ก ที่ก็แพง ขนาดที่วัด เซ้งกรรมสิทธิ์กัน
ยัง งานละ แสน-สองแสน โชคดีอยู่ในตลาดแต่โชคร้าย
ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้
ที่ดินเดี่ยวนี้แพงมาก และหาซื้อได้ยากมาก บางคนบอกว่ามีเงินก็หาซื้อไม่ได้ เพราะไม่มีใครขาย ......
หากเป็นที่นา...แถวบ้านแอนไม่ค่อยมีใครทำนา....ปล่อยรกร้าง ว่างเปล่า ตั้งไว้ให้ที่ดินมีราคาเพิ่ม...
