มองภาพแล้ว ชีวิตพี่แหลมมีความสุข คนมองก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย...
ขอบคุณ ผู้ใหญ่ ที่นำเสนอ...

"ทำนาสบาย จะตายในวันหน้า ทำนาสิตาย จะสบายในวันหน้า" ถ้าใครเคยดูรายการฅนค้นค้นฅนก็คงจะได้ยินประโยคนี้ ซึ่งเป็นวาทะเด็ดของพี่แหลมเขา ซึ่งเขาอยากบอกกับชาวนาว่าถ้าทำนาแบบสบายคือใช้เคมี ในภายภาคหน้าก็ตาย ไม่ตายด้วยเคมีก็ตายด้วยหนี้ แต่ถ้าทำนาแบบลำบากสักหน่อยคือทำนาอินทรีย์ วันข้างหน้าก็จะสบาย ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าทำนาอินทรีย์ก็สามารถอยู่ได้ ซึ่งพี่แหลมก็ทำมาแล้ว 13 ปี
ในความรู้สึกผมพี่แหลมรวยครับ รวยอะไรมาดูกัน รวยที่ดินมีที่ดินทั้งหมดประมาณ หกสิบกว่าไร่ ทำนาอยู่ประมาณ 50 ไร่ รวยอาหารมีอาหารเพียงพอ เหลือกินโดยไม่ต้องซื้อหา รวยความรู้ที่สั่งสมมานาน แล้วยังแบ่งปันความรู้กับผู้มาเยือนอีกต่างหาก รวยความสุข ผมคิดเอาเองนะว่าพี่แหลมคงรวยเรื่องเหล่านี้ พี่แหลมจะรวยอย่างที่ผมคิดหรือเปล่าก็ต้องมาดูกันครับ
บ้านหลังเดิมของพี่แหลม ยกให้ลูกชายไปแล้ว
เดินผ่านบ้านหลังนี้ไปก็ถึงบ้านหลังใหม่ของพี่แหลม
บ้านหลังนี้ยังไม่เสร็จ พี่แหลมบอกว่าทำไปเรื่อยๆ เพราะไม่ได้กู้เงินใครมาทำ
ลูกสมุนของพี่แหลมนอนอยู่ข้างบ้าน
ยุ้งข้าว ทุนน้ำใจจากรายการฅนค้นฅน
ข้าวพี่แหลมเป็นโรค อย่าคิดอย่างนั้นครับ
มันเป็นข้าวกำ เป็นข้าวพันธุ์หนึ่งผมเคยกินอร่อยมาก
เถงนาเถียงนาของพี่แหลม ผู้มาเยี่ยมเยือนนอนที่นี่หลายคนแล้ว พี่แหลมบอก
ถ้ามีเวลาอยากไปนอนเล่นที่นี่อยู่
เล้าเป็ด แต่ตอนนั้นไม่รู้เป็ดไปอยู่ไหน
กลับมาถึงบ้านพี่แหลม พี่แหลมก็พาชมบ่อเลี้ยงปลา บ่อกบ
ซึ่งตอนนี้มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ปลาอยู่เยอะมาก
บ่อเลี้ยงกบของพี่แหลม ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำ
ผมเห็นบ่อเลี้ยงกบพี่แหลมแล้ว หวนคิดถึงบ่อกบที่ผมเคยทำนี่ ผมโง่มากเลย
ก่อนกลับได้มะขามป้อมเป็นของฝากกลับบ้าน
กลับก่อนครับพี่แหลม ถ้ามีเวลาจะมานอนที่เถงนาเถียงนาครับ
ระหว่างเดินกลับมาที่เถงนา ผมมีเรื่องคาใจที่ชาวนาไม่ยอมเก็บพันธุ์ข้าวไว้ปลูก ซึ่งต้องเสียเงินซื้อพันธุ์ข้าวเยอะมาก ผมถามพี่แหลมว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น พี่แหลมตอบว่า
"ก็เพราะเขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อพ่อแม่เขา ไม่เชื่อบรรพบุรุษเขา เขาไปเชื่อว่าอย่างอื่นมันดีกว่า"
เหมะสมแล้วที่เป็นอรหันต์ชาวนา.....
ปล. ยังจำได้อยู่เสมอจากรายการฅนค้นฅน ที่พี่แหลมไม่ส่งให้ลูกเรียนสูงๆ พี่แหลมบอกว่า "ทำนาเอาข้าวเข้าปากเลยไม่ดีกว่าเหรอ เรียนสูงไปก็ไปเป็นลูกจ้างเขาแล้วเอาเงินไปซื้อข้าวเขากิน"
ลูกชายคนโตของพี่แหลมเรียนถึงชั้นไหนผมลืมถาม แต่เท่าที่ทราบตอนนี้ออกมาช่วยพ่อทำนาได้ 2 ปีแล้ว
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักอรหันต์ชาวนา
มองภาพแล้ว ชีวิตพี่แหลมมีความสุข คนมองก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย...
ขอบคุณ ผู้ใหญ่ ที่นำเสนอ...
ดีจัง อยากไปมากๆ
พลาดตอนจบได้ไง...อุตส่าห์ติดตามมาตลอด..อิอิ
เดี๋ยวนี้ชาวนาต้องซื้อข้าวสารกิน ข้าวที่ตัวเองปลูกขายหมด บอกกินไม่ได้ดอกหญ้าเต็มไปหมด
ขอแก้คำเรียกหน่อยค่ะ เถียงนา ไม่ใช่ เถงนา ค่ะ
อ่านและเห็นวิธีการทำของพี่เค้าก็เป็นแบบอย่างที่ดี
แต่ปุ๊กคงทำไม่ได้ถึงขนาดนั้น ตอนนี้ขอแค่ปลูกผัก
ได้กินก็ดีใจแล้ว ถ้าคนที่ทำนาทำได้แบบนี้
ชาวนาคงไม่ลำบาก..
ผมเพิ่งดูวีดีโอ "อรหันต์ชาวนา" จบไปตอนนึง มีคำถามมากมายในหัว
ทำไม..ชาวนาต้องขายที่ดินที่เป็นที่ยืนของตนเอง (ส่งลูกเรียนหรือเพราะวัตถุนิยมครอบงำ)
ทำไม..ชาวนาไทยยังยากจน..หนี้สินเยอะแยะ..(ทั้งๆที่น่าจะทำแบบคุณแหลมได้)
ทำไม..ชาวนาไทยต้องดิ้นรนเข้ากรุงเทพ ..(ถ้าทำผสมผสานได้..มีงานทำทั้งปี..แต่ต้องดูว่าทรัพยากรเช่นน้ำมีเอื้อไหม ถ้าไม่เอื้อจะแก้อย่างไร..ขุดสระ..???)
ทำไม..ชาวนาไทยส่วนใหญ่ยิ่งอยู่ยิ่งจน..คนรุ่นใหม่ๆหนีอาชีพนี้..
แต่ก็มีบางสิ่งที่ออกจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าใดนัก..กับความคิดที่ว่า "ทำนาเอาข้าวเข้าปากเลยไม่ดีกว่าเหรอ เรียนสูงไปก็ไปเป็นลูกจ้างเขาแล้วเอาเงินไปซื้อข้าวเขากิน" ผมกลับคิดว่าถ้าจะยกระดับปัญญาต้องเรียน อาจจะไม่ใช่เพื่อทำงานกินเงินเดือน แต่เรียนเพื่อรู้ เท่าทันโลก มีความคิดอ่าน และสามารถต่อยอดพัฒนาสูงขึ้น การศึกษาเป็นกระบวนการหล่อหลอมทางสังคมและความคิดที่สร้างความสมบูรณ์ในตัวคนที่ใช้สมองควบคู่กับแรงกาย จะมีกี่คนที่ไม่ได้เรียนแต่คิดเป็นคงจะน้อยกว่าคนที่คิดเป็นโดยไม่ได้เรียนแน่ๆ..
ชื่นชมครับ..อยากเห็นชาวนาไทยเดินตามวิถีนี้..รู้จักตัวเอง..รู้จักเรียนรู้..รู้จักสังเกตุ..รู้จักคิด..รู้จักทำและประยุกต์ความคิดและที่สำคัญรู้จักมีส่วนร่วมในสังคมแบบจิตอาสา..
ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของพี่ตั้ม ว่าลูกชาวนา ลูกเกษตรกร ต้องเรียนให้มาก(อาจไม่สูง) เพื่อที่จะได้นำความรู้นั้นมาส่งเสริมอาชีพของพ่อแม่ เพราะหากเกษตรกรมีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ การตลาด การเกษตรเชิงวิชาการ และอื่นๆ เขามาเสริม ผมว่าก็คงจะดี แต่ที่ผมเห็นก็คือบางครอบครัวมีที่ดินทำกิน(มากมาย) มีอาชีพเกษตร แต่ส่งลูกให้เรียนสูงๆ (แต่อาจรู้ไม่มาก) แล้วก็ให้ลูกของตัวเองไปเป็นลูกจ้างคนอื่น หาเงินให้คนอื่น ไม่คิดที่จะให้ลูกนำความรู้มาพัฒนาการประกอบอาชีพของตัวเอง ในขณะเดียวกันลูกก็ไม่คิดที่จะกลับมาช่วยเหลือพ่อแม่
เห็นด้วยทั้งสองท่านเลยครับว่า ความรู้เท่าทันโลกนั้นทุกคนจำเป็นต้องมี ไม่เพียงแต่ความรู้เท่าทันโลกหรอกครับ แม้กระทั่งคนในประเทศกันเอง เราก็ต้องมีความรู้เท่าทัน พอใครอ้าปากก็ต้องเห็นลิ้นไก่ครับ
ความรู้คืออาวุธ จริงๆ
คนทำเกษตร ปลูกเองกินเองก็จริง แต่เรา..ไม่ได้มีชีวิตแค่มุมนี้เท่านั้น ถ้าเราเรียน เราจะเข้าใจหลักการต่างๆที่จะมาประยุกต์ใช้ และเป็นประโยชน์ต่ออาชีพ ต่อส่วนรวมด้วย