เบื่องานประจำอยากเป็นเกษตรกร ต้องทำอย่างไร ในมุมมองของผม

     เรื่องนี้ผมเคยเขียนเอาไว้ที่ OKNation นานมากแล้วครับ ก่อนที่จะมีเวบนี้อีก วันนี้สมาชิกในเวบบ้านสวนพอเพียงคนหนึ่งค่อนข้างไม่สบายใจ กับการที่จะออกจากงานแล้วมาเป็นเกษตรกร ก็นึกถึงเรื่องนี้ที่เคยเขียนเอาไว้นำมาฝากกัน

     เรื่องนี้สำหรับคนที่จิตใจไม่อยู่กับที่ทำงานในบริษัท หรือหน่วยงานราชการนะครับ หากต้องการมาเป็นเกษตรกรต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง ผมเล่าจากประสบการณ์ของผมเอง ไม่ใช่เป็นหลักการหรือทฤษฎีอะไร ใครที่มีงานทำมีเงินเดือนอยู่อย่าเพิ่งตัดสินใจลาออกกระทันหันครับ ตอนที่คุณทำงานมีเงินเดือนอยู่นี่แหละครับคุณก็สามารถเตรียมตัวเป็นเกษตรกร ได้ แต่คุณต้องมีที่ดินก่อน ที่ดินเป็นเรื่องสำคัญมาก มีใจรักแต่ไม่มีที่ดินก็ไม่ต้องคิดอะไรต่อแล้ว ผมจะสรุปสิ่งจำเป็นในการเป็นเกษตรกรเป็นข้อๆ ดังนี้

   1. มีใจรัก คิดว่าการที่จะลาออกมาทำสวนคุณต้องมีใจรักก่อน ถ้าคุณไม่มีใจรักงานทางด้านนี้ก็อย่าฝืนครับ
   2. มีที่ดิน ไม่จำเป็นต้องมีมากครับคนมีที่ดินแค่สองงานปลดหนี้หลักแสนก็มีมาแล้ว
   3. มีกำลัง ใครที่คิดว่ารอซักอายุ 60 แล้วลาออกไปทำสวน ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ยิ่งคนที่ไม่เคยจับจอบจับเสียมมาก่อนอย่าแม้แต่จะคิด การเป็นเกษตรกรถ้าทำเองไม่จ้างเขา กำลังเป็นสิ่งสำคัญ มือแตกเป็นเรื่องปกติ ส่วนใครติดจะทำเกษตรแบบชี้นิ้วนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
   4. มีความรู้ คุณอยากทำอะไร สนใจอะไรหาความรู้ไว้ก่อนยิ่งมีสื่ออินเทอร์เน็ต ยิ่งสะดวกสบายใหญ่ค้นข้อมูลแป๊บเดียวก็ได้แล้ว แต่อย่าหวังว่าข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจะช่วยคุณได้ทุกอย่าง ต้องอ่านและพิจารณาดีๆ ข้อมูลจากนักวิชาการบางครั้งนักวิชาการก็รู้แต่ทฤษฎีไม่เคยลงมือทำ เชื่อเขาทั้งหมดทำตามหมดก็เจ๊งได้ การหาความรู้อีกทางคือ การเข้าร่วมฝึกอบรมเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายของสันติอโศก หรือเครือข่ายมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ หรือที่อื่นๆ อย่ายึดติดกับแหล่งใดแหล่งหนึ่ง นำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้เอาเอง
   5. มีเงินทุน ข้อ นี้ก็สำคัญไม่น้อยลาออกมาแล้วจะกินอะไร เอาเงินที่ไหนใช้จ่าย การเริ่มต้นชีวิตเกษตรกรใช่ว่าทำเดือนสองเดือนแล้วมีเงินเข้ามา ต้นไม้พืชผัก จะบังคับให้มันโตตามใจเราไม่ได้ถามว่ามีเท่าไหร่ถึงจะพอ ผมก็ตอบไม่ได้ครับ ข้อนี้ต้องคิดเองยิ่งคุณมีภาระทางครอบครัวแล้วคิดให้หนัก คิดไม่ออกก็เป็นลูกจ้างต่อไปครับ
   6. ยังคิดไม่ออก ช่วยคิดต่อนะครับ

     ที่เล่ามาทั้งหมดไม่ได้ชักจูงให้ใครลาออกจากงานนะครับ ทำงานเป็นลูกจ้างมีความสุขอยู่แล้วก็ทำไป แต่เมื่อไหร่ที่ไม่มีความสุข แล้วหาทางออกไม่ได้เกษตรกรก็เป็นทางเลือกหนึ่ง

     สำหรับคนที่ทำงานอยู่ไม่ว่าจะบริษัท หรือราชการมีที่ดินอยู่แล้ว สมมติว่ามีที่ดินยังไม่ได้ทำประโยชน์ คุณกลับไปปลูกป่าจะเป็นรอบๆที่ดิน หรือเต็มพื้นที่ สมมติว่าปลูกตะเคียนทอง หรือไม้ยืนต้นอื่นๆ  อีกยี่สิบสามสิบปีข้างหน้าคุณจะขายตะเคียนทองได้เท่าไหร่ ถือเป็นเงินบำเน็จบำนาญก็ได้ หากคุณไม่ทันใช้ลูกหลานก็คงขอบคุณคนที่ปลูกเอาไว้ให้ ไม่ว่าจะขายได้เงิน หรือได้ไม้สร้างบ้าน

     สำหรับคนที่จิตใจไม่อยู่กับบริษัท หรือราชการแล้ว และมีที่ดินอยู่แล้ว ใครไม่มีที่ดินก็หาที่ดินเสียนะครับ อย่างที่บอกว่าอย่าเพิ่งลาออก เสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุด ก็ไปปลูกป่าเอาไว้ก่อน ทดลองใช้ชิวิตเกษตรกรก่อนว่าทำไหวมั๊ย ทำไว้พอประมาณแล้วค่อยลาออก แล้วคุณจะพบว่าเกษตรกรเป็นวิถีชีวิตที่มีความสุข ไม่มีคนมาคอยสั่งงาน ไม่เป็นลูกจ้าง เป็นเจ้านายตัวเอง แต่เกษตรกรก็ต้องเหนื่อย แต่เหนื่อยก็มีความสุข

ความเห็น

รูปภาพของ linthai6611

กลับมาทักทายอีกครั้งค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นสมาชิกเวปไซด์แห่งนี้นานถึงสามปีสองเดือน ตั้งแต่ช่วงปี2009 สมัยผู้ใหญ่บ้านโสทร ดำรงตำแหน่งประธานหมู่บ้านอยู่เลย  ชีวิตคนเราเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ยามมีเวลาว่างมากก็ไม่มีรายได้มากพอจะยังชีพ ยามมีงานทำมีรายได้ เวลาว่างก็ขาดหาย เหมือนเพลงอัสนีวสันต์เลยนะคะ ได้อย่างเสียอย่าง..

สำหรับคนที่เบื่องานประจำ คงจะเกิดจากคนรอบข้าง หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และไหนจะรถติด รายได้น้อยงานเยอะ เครียดมากเกินไป ความสุขในชีวิตก็ขาดหายไป  ถ้าเรามีสุขภาพจิตที่ดี ปล่อยวางได้บ้างก็จะดีนะคะ

 

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังทำงานอาชีพลูกจ้างค่ะ เพราะตัวเองก็เบื่อเหลือคณาเหมือนกัน แต่ไม่กล้าเป็นหนี้สินใครๆ ไม่มีก็อดเอาค่ะ ไว้พอมีเหลือเก็บก็ค่อยกลับมาหาที่ดินทำสวนเกษตรพอเพียงไว้กินเอง เหลือค่อยเอาไปขาย  อย่าไปคิดรวยกับอาชีพเกษตรกร ขอแค่ไม่มีหนี้สินให้ทุกข์ใจ และมีสุขภาพแข็งแรงยืนยาว เท่านี้ก็พอเพียงแล้วค่ะ

นอนหลับ กินอิ่ม ร่างกายแข็งแรง...สาธุ..โอมเพี้ยง..อิๆๆ

หลินบางกะปิ /กทม.ค่ะ

อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน......บยันอดทน ประหยัด อดออม..

..หมั่นให้ทาน รักษาศีล และภาวนา(วิปัสสนากรรมฐาน)เพื่อความหลุดพ้นแห่งกรรม..

 

รูปภาพของ SUPHAN

มีที่ดิน 15 ไร่ค่ะ เป็นพนักงานประจำทั้งเราและแฟนค่ะ เราไม่แน่ใจว่าเราใด้เงินประจำน้อยหรือเราใช้จ่ายมากไปถึงทำให้เรามีเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน ทำให้เราไม่กล้าออกจากงานประจำ ตอนนี้ที่ดิน 15 ไร่ของเราปลูกอ้อยทั้งหมดเพราะมันเป็นการเพาะปลูกตั่งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรา 

เราก็ทำตามที่เราใด้เรียนรู้มา เรียกว่าปลูกพืชเชิงเดียวค่ะ แต่การเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรที่น่ากลัวเสมอจริงไหมค่ะ การทำแบบสวนผสมหรือการทำการเพาะปลูกแบบปลอดสารพิษ ก็ยังไม่ใด้เริ่มทำเช่นกันเพราะยังมีความรู้ไม่มาก ทำงานประจำอาทิตย์ละ 6วันหยุดวันอาทิตย์วันเดียวเข้าสวนที่ไร่รกทุกที่ มีเวลาน้อยมาก

เป็นสมาชิกบ้านสวนแล้ว ตั่งใจจะทำเกษรพอเพียงแบบปลอดสารพิษให้ใด้และจะทำให้พ่อและแม่ของเราเปลี่ยนความคิดดมาเหมือนนเราให้ใด้เช่นกันโดยหวังถึงความสุขที่จะใด้รับทำสิ่งที่ฝันไว้

ขอขคุณบ้านสวนพอเพียงค่ะ

รูปภาพของ anuchapro

อ่านดูแล้วจากข้อ 1-5 พอจะมีความพร้อมในการเริ่มต้น การเป็นเกษตรกร 

สุดท้ายแล้วก็มีแต่.. ข้อ 6 ของผมคือ ครอบครัวและคนรอบข้างต้องสนับสนุนด่วย และไม่ทำให้เขาเหล่านั้นลำบากไปกว่าเดิม  ลาออกจากพนักงานบริษัทมาเป็นนายตัวเองทำกิจการค้าขายของตัวเอง เพื่อให้ได้รายได้มาจุนเจือครอบครัวและหนี้สินไปให้รอดพ้นก่อนถึงจะได้เริ่มต้นการเป็นเกษตรกรเต็มตัวครับ

"ใช้เงินให้น้อยที่สุด ใช้สติและปัญญาให้มาก"

รูปภาพของ jin kitti567

สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกใหม่


รู้จักเว็ปนี้ก็ตอนเสิรช์หาวิธีทำน้ำหมักเศษปลา


สมัครลำบากหน่อย ไม่ถนัดภาษาประกิต อิอิ


เป็นข้าราชการบำนาญทั้งสามีภรรยา 62 และ 51 ตามลำดับ


มีที่อยู่ 4 ไร่ ไม่มีหนี้ สามีเกษียณจึงลาออกมาอยู่บ้านสวนด้วยกัน จะเรียกบ้านสวนคงไม่ได้ เพียงแต่ห่างในเมืองสัก 2 กม. ที่ดินซื้อไว้ 5 ปี ปล่อยรกร้าง มีแต่ไม้ดู่กับมะม่วงอกร่องที่สูง 20-30 ม. จะโค่นก็เสียดาย เลยจัดการแต่บริเวณที่จะสร้างบ้าน ดินก็ถมใหม่เป็นดินลูกรัง ลำบากละซิทีนี้


สองคนไม่เคยทำเกษตรเต็มตัว ปลูกแต่ต้นไม้ ดอกไม้กระถาง


ตอนนี้ก็ปลูกผัก ไม้ยืนต้น ทำน้ำหมักเอง ปกติทำแต่ใช้ผัก เพราะคุณยายที่บ้านทานเจ พอดีไปได้เศษหัวปลา ใส้ จากตลาดมา เลยลองทำ ได้ผลดีค่ะ ทำวันแรกก็กลิ่นหอมเลย หอมเหมือนปลาร้า (อิอิก็ชอบกิน อยู่หนองคายค่ะ)


ปลูกพริก ตะไคร้ กะเพรา ถั่วฝักยาว มะนาว อยากกินอะไรก็ปลูก เพราะเป็นเกษตรกรสมัครเล่น ปลูกเองถึงทราบว่าศัตรูพืชเยอะมาก เราปลูกไม่เยอะ ยังถูกเล่นงาน ไม้ยืนต้นมีเงาะ ลองกอง ส้มโอ อยากกินอะไรก็ปลูก 4 ไร่ แต่พื้นที่น้อย เพราะป่าประดู่ไม่ได้โค่น จะลงตรงนี้ก็ชิดตรงโน้น


เมื่อก่อนซื้อมะพร้าวสับตามร้านขายไม้ดอก เป็นกระสอบ สอบละ 100 พอเริ่มใช้เยอะ เสาะหาแหล่งเอง เจอชาวบ้านที่ทำขาย สอบละ 50 เท่ากับ 100 รวม 2 กระสอบเลย แกลบดำ แกลบเหลืองก็ซื้อโลละ 60 ตังค์ ขี้วัวก็ซื้อมาทำปุ๋ยหมักเอง ใบไม้เยอะมาก ยาไล่แมลงก็ทำเอง


มีความสุขดีค่ะ มีความสุขมากกว่าตอนทำงาน ไม่เครียด ไม่รวย แต่มีบำนาญพอใช้ ประหยัดก็อยู่ได้ วันๆ ไม่ได้ออกไปไหน ขี้เกียจออกไป ขลุกอยู่กับต้นไม้ มีเรือนกล้วยไม้ ไม้ดอกให้เชยชม


แต่สนับสนุนว่า ต้องทำก่อนเกษียณ เพราะอายุตอนนั้นสุขภาพอาจไม่ไหว ยิ่งแบบเราไม่เคยจับจอบจับเสียม จับทีไร มือเจ็บทุกที มีแต่สามีทำ เราเป็นคนชี้บอกพิกัด


อยากให้มีเวปแบบนี้เยอะๆ คนที่สนใจค้นหาความรู้ได้ง่าย แบบเรา ไม่เคยรู้เรื่องหนอนเจาะลำต้น ก็ทำเองแล้วถึงรู้ ต้องหาวิธีแก้ไข ..


ขอบคุณมากสำหรับความรู้ดีๆ ที่แบ่งปันให้กันค่ะ



รูปภาพของ somtawin chuen

เป็นสมาชิกบ้านสวนพอเพียงนานแล้ว... แต่ยังไม่เคยโพสต์หรือแสดงความคิดเห็น.. เข้ามาอ่านเพียง หาความรู้ไปเรื่อย และเห็นว่าเวปบ้านสวนพอเพียงเติบโตเร็วมากมิสมาชิกเพิ่มขึ้นเยอะเลย


.... เป็นกำลังใจให้นะคะ ....ส่วนตัวก็เริ่มทำบ้างแล้วเวลาไปสวนมีความสุขมากคะ ปลูกทุกอย่างที่อยากปลูก เวลากลับไปดูสวน พบว่าบางต้นตายบางต้นรอดแต่ก็สบายใจ มีเวลาไปเดือนละครั้งคะ เพราะยังทำงานประจำอยู่ สิ้นปีหน้า 2556 ก็เป็นไทแล้ว ได้เวลาเกษีนณจากงานเอกชนสักที คงจะมีเวลาอยู่กับต้นไม้ที่เราชอบมากกว่านี้ ...


เป็นกำลังใจให้ด้วนนะคะ..

รูปภาพของ Bussara kongsanit

ดิฉัน พึ่งเปิดเจอเวป อ่านดูแล้วน่าสนใจ ก็เลยอยากแชร์ประสบการณ์ของตัวเองบ้างเผื่อมีประโยชน์สำหรับคนอื่น ดิฉันเรียนจบมาได้ประมาณ 3ปีแล้วตอนนี้ทำงานประจำอยู่ ซึ่งตอนเรียนอยู่ดิฉันหาเวลาว่างระหว่างเรียนทำการเกษตรซึ่งบังเอินมหาลัยกับบ้านอยู่ใกล้กันเลยมีโอกาสทำสวน เลี้ยงสัตว์ โดยหารายได้จากการเก็บเงินบางส่วนจากค่าใช้จ่ายบ้าง การทำสวนบ้าง(ตัดยางก่อนไปเรียน)นำเงินส่วนนี้มาซื้อลูกหมูมาเลี้ยงตอนนั้นราคายังดี ทำให้มีรายได้เสริม หลังจากนั้นก็ตัดสินใจหาเงินทุนซื้อแม่หมู โดยเริ่มแรกซื้อแม่หมูแบบผสมราคา 4500บาท ก็ให้ลูกดก ลูกหมูราคาดี จึงตัดสินใจซื้อแม่พันธ์อีกตัวหนึ่งเป็นแบบพันธ์แท้มาเลี้ยงให้ลูกดีเหมืิอนกัน แต่ราคาอาหารตอนนี้ค่อนข้างสูงจึงให้แบบผสมโดยให้กินหยวกกล้วยหมักผสมกับหัวอาหาร ลดต้นทุนลงหน่อย ในระหว่างเลี้ยงหมูก็เอาลูกไก่พันธ์พื้นบ้านและเป็ดเทศมาเลี้ยงด้วยร้อยกว่าตัว โดยลูกไก่น้าให้มาบ้างขยายพันธ์เองบ้าง ส่วนเป็ดซื้อมา กำไรค่อนข้างดีแต่เสียงอย่าง ไก่ชอบออกนอกเล้าสร้างความรำคาญให้แก่คนข้างบ้านเลยตัดสินใจขายหมด เหลือไว้คู่หนึ่ง แม่ไก่ให้ไข่บ่อยเก็บกินแทบทุกวัน โดยการเีลี้ยงแม่หมูต้องเอาใจใส่หน่อยเพราะเวลาผสมพันธ์ต้องสังเกตุดีๆ เวลาออกลูกต้องหมั่นตรวจดูลูกหมูกลัวแม่หมูจะทับลูกมัน(ตอนคลอดไม่ค่อยได้นอนกังวล)แต่ไม่เคยเจอแม่หมูทับลูก ตอนนี้ตัวดิฉันต้องทำงานต่างจังหวัดเลยฝากให้ลุงเลี้ีียงให้ แต่กังวลอยู่ดี ก็ไม่เหมือนเราเลี้ยงเอง การทำเกษตรต้องเริ่มจากใจรัก ทำทีละน้อย และที่สำคัญต้องมีเวลาให้ ตอนนี้กำลังลังเลอยู่ว่าจะกลับไปอยู่บ้านเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชดีหรือเปล่า เพราะเงินทุนก็ยังไม่พอ ไม่อยากรบกวนพ่อแม่ เพราะที่ผ่านมาหาเงินทุนเลี้ยงเองตลอดชอบเกษตรตั้งแต่เด็กเลยพยามจนมาถึงทุกวันนี้ ถ้าจะขายก็เสียดาย และสงสารแม่หมูด้วย เคยขายมันไปครั้งหนึ่งแล้วตอนไปทำงานกรุงเทพฯเพราะไม่มีคนเลี้ยงให้ บ้านตรงกันข้ามเขาเอาไปเลี้ยงลูกตายหมด 13 ตัวรอด 3 ตัว เลยเอามันกลับมาเลี้ยงเอง ครอกหลังตอนเอามาเลี้ยงเอง(กลับมาทำงานที่บ้าน นครศรีธรรมราช)รอดหมด 13 ตัว เลยไม่อยากขายไป อยากให้กำลังตัวเองและคนที่อยากจะเป็นเกษตรกร เราต้องสู้ ถึงแม้วันนี้ทำได้นิดเดียวพรุ่งนี้มันต้องได้มากกว่าอยู่ได้เพราะใจรัก ถึงแม้จะมีอุปสรรค์ สักเพียงไหน เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ วันข้างหน้าจะดีเอง

รูปภาพของ chuck48

การเป็นนายตัวเอง ดีสำหรับบางคนที่มีความรับผิดชอบ และเห็นปลายทางของความตั้งใจและมีความมุ่งมั่น เพื่อไปสู่ความสำเร็จที่สร้างขึ้นเอง ในทางกลับกัน หากขาดความรับผิดชอบ วันนี้อยากได้ก็ลงทุนแบบทุ่มทุน ไม่คิดว่าถ้าพลาดพรุ่งนี้จะกินอะไรเอาอะไรมาค้ำมายันกับความผิดพลาด ก็เจ๊งแบบไม่เหลืออะไรเหมือนกัน ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ อย่างมีสติน่าจะเหมาะสมที่สุดครับ ว่ามั๊ย

 ดีใจที่ได้รับ สุขใจยิ่งกว่าที่ได้แบ่งปัน

รูปภาพของ Puun

อยากมีชีวิตด้วยการเพาะปลูก ทำฟาร์ม พึ่งพาตนเอง
ไม่มีพื้นฐานครอบครัว ไม่มีพื้นที่ คนเมืองหลวงแท้ๆ
ตอนนี้วางแผนไว้ เก้บเงิน หาที่ดิน แล้วก็ศึกษา เริ่มจากทดลองปลูกผักกินเองที่บ้านอยู่ค่ะ
เป้าหมายคงจะไม่ไกลเกิน :-) มาเห็นสวนของหลายๆท่านในเวบนี้แล้วก็มีกำลังใจ

อยู่ดี กินดี มีสุข ณ หัวหิน

รูปภาพของ บุศดี

เบื่องานแต่ต้องทำ..มีที่ 12 ไร่ตอนนี้ยังไม่รู้จะปลูกอะไรเพิ่งซื้อมาเจ้าของเดิมปลูกอ้อย..(อยากปลูกยางแต่ยังไม่พร้อม)พี่ช่วยแนะนำหน่อยอยากเป็นเกษตรด้วยคนจ้า


 


 

รูปภาพของ pairoh srimeechai

ตอนนี้เริ่มเบื่องานประจำแล้วค่ะ สนใจการเพาะเห็ดเป่มฮื้อญี่ปุ่นมากเลย มีที่เดินอยู่แล้วค่ะ(ปักษ์ใต้) เผื่อจะได้คลายเครียด กรุณาแนะนำหน่อยค่ะ

สมาชิกใหม่

รูปภาพของ sujiraporn

"ฟาร์มเห็ดเขาหมาก" ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช
อาจจะมีแนวทางที่ต้องการให้ได้ ลองเข้าไปศึกษาดูนะคะ

รูปภาพของ Pond-Ob

อ่านกี่ครังกี่ครั้งก็รู้สึกประทับใจมากๆ เลยค่ะ อ่านแล้วมีกำลังใจ

รูปภาพของ tthipphawan

มีสวนทีลำพูนเหมือนกันแต่เป็นผู้หญิงบอบบางที่ไม่หยุดฝันนะ

ศึกษาเรื่องพืชปลอดสารพิษเพราะชอบกินผัก อยากมีคนปลูกให้แบบว่า

จ้างคนงานทำให้เป็นระบบไว้กินและขายพอเลี้ยงลูกน้อง

555+ ฝันไปริเปล่าคะ

รูปภาพของ คิม ริมทะเล

tthipphawan: เป็นความฝันที่เป็นจริงได้ ผมเองเชื่อว่า การเป็น โคช ดีกว่า เป็นคนเล่น ผมชอบเป็นโคชมากกว่า ก็ แล้วแต่ บางคน ชอบเป็น คนเล่น ไม่ชอบเป็นโคช

รูปภาพของ sujiraporn

ขาด ข้อที่ 6. ค่ะ "ต้องขยัน"
ทำเล่นนะได้แต่ทำจริง ๆ อย่างขยันขันแข็ง ยังไม่ได้ทำ

รูปภาพของ ภาวรีย์ วงศ์วราภัทร์

สมาชิกใหม่ กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนปลดภาระจากหน้าที่และงานประจำ มีที่อยู่อำเภอตากฟ้า นครสวรรค์ 10 ไร่ ปัญหาคือมีโรคประจำตัว เป็นภูมิแพ้และลมพิษเรื้อรัง แต่ที่ดินตั้งอยู่ท่ามกลางไร่อ้อย(รวมทั้งของตัวเองอีกประมาณ 4 ไร่) ซึ่งอุดมไปด้วยสารเคมีและยาฆ่าแมลงนานาชนิด


ถามว่า 1.จะเตรียมที่ดินอย่างไรดีคะ ปีหน้าจะเลิกปลูกอ้อยและพักดินเพื่อเตรียมปลูกพืชพันธุ์ไม้โดยไม่ใช้สารเคมีทุกชนิดค่ะ 


2.รัศมีที่ดินเพียงเท่านี้ จะช่วยให้ผืนดินของเราปลอดจากสารเคมี ทั้งที่ลอยมาตามลมและที่จะไหลมากับน้ำฝนได้หรือเปล่ายังสงสัย                              


                                                             ขอบคุณล่วงหน้าค่ะที่กรุณา

รูปภาพของ ภาวรีย์ วงศ์วราภัทร์

สวัสดีค่ะ สมัครเป็นสมาชิกใหม่หมาดๆ เมื่อวานนี้เอง (28 กรกฎาคม 56) เขียนมาถามข้อมูลแล้ว แต่พอวันนี้มาดู กลับไม่ปรากฏ ไม่รู้หายไปไหน ยังงงๆ กับการใช้งานอยู่ งั้น...ถามใหม่ค่ะ.

        มีที่ดินอยู่อำเภอตากฟ้า นครสวรรค์ (เป็นที่ค่อนข้างสูง) ชาวบ้านละแวกนั้นเคยสำรวจแหล่งน้ำใต้ดินเห็นบอกว่าอยู่ลึกมาก เลยไม่ได้เจาะบ่อบาดาลแต่ขุดสระไว้ พอหน้าแล้งน้ำก็แห้งหมด

        อยากออกไปใช้ชีวิตตามสบาย ทำสวนอย่างใจรัก กำลังเตรียมความพร้อมวางแผนทั้งหน้าที่การงานและภาระอื่นๆ อยู่อย่างขะมักเขม้น ถามละนะคะ

         1. ที่ดิน 10 ไร่ จะปลูกต้นไม้อย่างไร เพื่อโอบล้อมเราให้ไกลสารพิษจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีได้มากที่สุด (แวดล้อมไปด้วยไร่อ้อย อ้อย อ้อย และอ้อยค่ะ)

          2. ในความเป็นจริง ที่ดินเท่านี้ หากจะปลูกพืชผักให้ปลอดภัยจากสารเคมี ต้องฟื้นฟูสภาพดินด้วยวิธีการใด และจะป้องกันน้ำฝนชะเอาสารเคมีจากไร่ข้างเคียงมาสู่ไร่เราได้อย่างไร

          ถามแค่นี้ก่อนค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

           

รูปภาพของ Sanya_Sr

สวัสดีคับ ขอต้อนรับสู่ เกษตรกร

ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ ทำสวนมะนาได้ ๓ปี

อยากทำสวนให้ปลอดสารบ้างเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่สำเร็จแต่ลดการใช้สารเคมีไปได้มากกว่า 60% (ปุ๋ยเคมี-ยาฆ่าแมลง )

ปัญหาของคุณ น่าเห็นใจอยู่ท่ามกลางที่เค้าใช้สารเคมีมาก แถมตัวเองก้อเป็นภูมิแพ้อีก เอาใจช่วยคับ

ที่ดิน ๑๐ ไร่น่าจะพออยู่ได้และลดสิ่งที่เข้ามารบกวนได้บ้าง ลองไปประยุกต์ใช้ดูน่ะคับ รวบรวมจากความรู้ที่มี

1.ที่ดิน 10 ไร่ จะปลูกต้นไม้อย่างไร เพื่อโอบล้อมเราให้ไกลสารพิษจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีได้มากที่สุด

อย่างแรกต้องดูว่าการแพร่กระจายนั้นไปได้ทางใดบ้าง แรกเลยแพร่ทางอากาศโดยลม ดุทิศทางลม ปกติจะพัดแนว ตต./ใต้ สัก ๙ เดือน ที่เหลือลมหนาว ตอ./เหนือ  หากเลือกที่อยู่(บ้านควรให้อยู่เหนือลมหรือแนวพัดของลมเข้ามา) แต่หากรอบข้างใช้สารเคมีหมด คงต้องใช้วิธีลด โดยการปลูกพืชช่วยกำบัง 

    ด่านหน้าใช้แนวต้นไผ่ (ช่วยกำบังลม เป็นแนวเขต ไว้ใช้สอย กินหน่อได้) ประเภทไผ่ตง (ต้นโตได้หน่อ) ไผ่รวก(ก่อแน่นดีมาก ใบก้อเยอะดี (เอาไว้ใช้งานได้)ปลูกสลับกันก้อได้ ห่างกันสัก 3-4 ม.

    ด่าน ๒ ห่างมาจากแนวไผ่หน่อยสัก4-5 ม.เอากล้วยที่ชื่นชอบ ได้หมด กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ห่างกันสัก 2-3 ม. ปลูก ๑๐ ต้น เว้นสัก ๔ เมตรไว้เป็นช่องเดิน กล้วยจะโตเร็ว ไม่ต้องดูแลมาก ต้นใบจะข่วยกันสารเคมีได้มาก ผลผลิตสามารถรับประทานได้

    สองด่านนี้น่าช่วยได้มาก หากยังไม่พอ ก้อใช้ กอตะไคร้ กอข่า  ฯลฯ ตามชอบ ให้มีพุ่มแน่นค้นไม่สูงมากและกินผล

รูปภาพของ ลุงสมชาย

ความคิดเห็นผมก็น่าจะเช่นเดียวกันคือ ต้องมีที่ดิน แล้วค่อยแบ่งความสำคัญของการปลูกพืชแต่ละชนิดตามอายุการเก็บเกี่ยว ส่วนงานประจำก็ทำไปก่อนกว่าพืชที่ปลูกไว้เพื่อเป็นรายได้หลักจะได้รับผลถึงจะลาออกจากงานครับ เพราะความสุขที่แท้จริงในชีวิตคนเรามันต่างกัน สำหรับตัวผมชอบการได้ทำอะไรก็ได้แล้วแต่ที่ใจอยากจะทำถึงไม่มีวันพรุ่งนี้ก็เป็นสุขแล้วครับ

รูปภาพของ ลุงสมชาย

สวัสดีครับพี่ผมทนอยู่กับงานประจำไม่ได้ เลยลาออกมาทำสวนเรียบร้อบแล้ว ตอนแรกผมยืมเงินแม่มาซื้อที่ปลูกยางพารา(มีของตัวเองบ้าง)พอเริ่มกรีดได้ก็ราคาถูกผมนึกน้อยใจส่งสารตัวเองแต่ก็ไม่ท้อ ตั้งใจว่าจะทำสิ่งที่มีอยู่แล้วในสวนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมมีสวนผลไม้แบบผสมผสานแบบสวนโบราณนะครับ ผมอยากมีรายได้เสริมไปเจือราคายาง(รอให้เปลี่ยนนายกคงไม่ไหว)ก็เลยอยากจะเพาะเห็ดแบบไม่ใช้สาร แต่ถ้าเลี้ยงหมูผมทำไม่ได้ครับ เพราะผมถ้าเลี้ยงแล้วจะผูกพันกับมัน คงจะเต็มสวนแน่ๆรบกวนพี่ช่วยแนะนำหน่อยนะครับจะขอบพระคุณอย่างสูง

รูปภาพของ TOOK SRONSIT

สวัสดีค่ะ เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่แต่ติดตาม เว๊ป บ้านสวนมานานแล้ว ได้ที่ดินมาประมาณ ไร่ครึ่ง ค่ะ เป็นไร่อ้อย ต้องขุดคันรอบๆปลูกตะกู กระถินเทพาแนวเขต เจอปีแรกน้ำท่วม ต้นไม้ที่อยู่ที่ลุ่มตายเกลี้ยง ต้องซื้อดินมาถมที่ เจอดินเหนี่ยวอีก เหนื่อยค่ะเกือบท้อ ดินไม่ดีปลูกกล้วยยังไม่งามเลยค่ะอาศัยปุ๋ยขี้วัว ค่อยๆปลูก ตอนนี้ปีที่ 3 แล้วค่ะมีต้นไม้ทุกชนิดที่ชอบกิน มองสวนที่ไรภูมิใจทุกที (ทำเฉพาะ เสาร์ อาทิตย์) ขอให้มีใจรักมุ่งมั่นทำไปที่ละน้อย อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปนะค่ะ ที่ข้างๆสวนเขาไม่ทำอะไรเลยปล่อยให้หญ้าขึ้นรกเห็นข้อเปรียบเทียบเลยค่ะ เสียดายดินมากเป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่จะเป็นเกษตรนะคะ

ความสะดวกสบายมีขาย แต่ความสุขเงินซื้อไม่ได้ เพราะความสุขมิใช่เงิน

รูปภาพของ คิม ริมทะเล

คุณ ตุ๊ก สุดยอด เยี่ยมมาก มุ่งมั่น รับรอง ประสบความสำเร็จได้แน่นอน

ที่เมืองไทย ถ้าหาซื้อ rock dust และ vermiculite ได้ เอาผสมจะปรับดินให้ดีขึ้นได้ ถ้าได้ ฟุลวิก ปรือ ฮิวมิก และ สาหร่าย ทะเล ด้วยก็จะดียิ่งขึ้น ถ้าหาอะไรไม่ได้เลย มี rock dust อย่างเดียว ก็ ช่วยได้เยอะ ถ้าทำเกษตร อินทรีย์ จะยั่งยืน ดินจะไม่เสีย มีแต่จะดีขึ้น ดีขึ้น ทุกปี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ขวัญดิน ทั้งคุณภาพดี และราคาถูก 

รูปภาพของ mommamja

ตอนนี้ทำงานประจำอยู่เหมือนกันคะ คิดไว้ว่าอยากทำสวน แต่ว่าแฟนยังไม่อยากลาออกจากงาน บอกว่าทำงานไปก่อน ตอนนี้เรายังทำงานไหว

(สงสัยจะรอให้ก่ก่น) ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้จะเอาแรงจากไหนมายกจอบแล้ว 555 ฝันอยากีสวนเป็นของตัวเอง ตื่นเช้ามาเดินตากน้ำค้างที่หยดตามใบผัก รดนำ้ผัก อากาศเย็นๆ เก็บผัก ขนขึ้นรถ ไปส่งตามตลาด  เป็นภาพที่มีความสุขมาก  อีกไม่นานก็คงได้ทำแบบนี้

รูปภาพของ กาแฟ
รูปภาพของ กาแฟ

ตอนนี้ก็เ็ป็นเกษตรกร เกือบเต็มตัวแล้วค่ะ เพราะทดลองปลูกอ้อย กับมันสำปะหลัง ใกล้ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วค่ะ แล้วหลังปลายเดือนพ.ย ว่าจะเริ่มปลุกผัก เพราะเว้นที่ไว้ประมาณ 2 ไร่ ค่ะ จะทดลองปลูกผักชีฝรั่งกับมะเขือพวง จะได้เติมเต็มความฝันซะที สู้นะค่ะสำหรับคนที่จะลองเป็นเกษตรกร

รูปภาพของ คิม ริมทะเล
รูปภาพของ Nattapat

อยากลาออกจากทหาร ออกไปเป็นลูกมืออาจารย์ยักษ์มากเลยครับ วันนี้ได้ไปฟังอาจารย์ที่ พล.ร.9 มารู้สึกประทับใจมากๆเลยครับ

รูปภาพของ jansuda

เพิ่งเข้ามาอ่าน..ได้รับแนวคิดใหม่ๆเยอะเลย...ขอบคุณคะ^___^

รูปภาพของ kittithongsri

บังเอิญผมเปิดเจอหัวเรื่องนี้ ตรงกับตัวผมเลย ผมขอเกษียณก่อนอายุราชการมาได้ 1 ปี5 เดือนแล้ว แต่ก่อนเคยคิดว่าอายุ 60 ปี ค่อยกลับมาทำเกษตรกร แต่ถ้าคิดแบบนั้นมันผิดมหันต์ เพราะการทำการเกษตร มาเป็นเกษตรกรไม่ได้ง่ายเลย  เมื่อคราวเป็นข้าราชการได้เปรียบมากตรงที่ได้เดินทางไปทั่วทุกจังหวัด ได้เห็นเกษตรกรทำการเกษตรทุกพื้นที่ก็ว่าได้ ทั้งที่สูง(บนดอย) ที่ตำ่(ทุ่งนา) แหล่งนำ้ซับนำ้ซึม ทั้งดินดี ดินเสื่อมสภาพ เกษตรกรสามารถดัดแปลงพื้นที่เหล่านั้นให้เหมาะสมกับพืชที่ปลูก เป็นการแก้ปัญหาโดยภูมิปัญญาที่สั่งสมมาท่ามกลางความแห้งแล้งกันดาร คราวนี้ลองมาดูว่าคนที่เบื่องานประจำจะมาเป็นเกษตรกรนั้นไม่ง่ายเหมือนทำงานบนโต๊ะ เรียนรู้ทฤษฎี แต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ๆ ทักษะจากการทำงานย่อมไม่เกิด  การทำงานถ้าไม่มีอุปสรรค คุณจะไม่รู้วิธีแก้ปัญหา การมาเป็นเกษตรกร(ยุคใหม่)ต้องเพียบพร้อมด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น ต่อความยากลำบาก ร่างกายพร้อมที่จะเผชิญ ไม่ว่าสิ่งใดจะผ่านเข้ามา การมีที่ดินทำกินนอกจากสำคัญแล้วแหล่งน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญด้วยนะครับ  การวางแผนปลูกพืชก็มีความสำคัญใช่ย่อย  ถ้าคุณลาออกมาจากงานประจำคุณจะได้รู้ว่า เงินกว่าจะได้แต่ละบาทจนถึงร้อยบาทไม่ง่ายนัก การอาบเหงื่อต่างน้ำไม่ใช่ในตำรา หรือคำพังเพยที่เรารู้กันแต่มันเป็นของจริง  ผมวางแผนการปลูกพืชไว้ดังนี้

1.พืชเก็บเกี่ยวระยะสั้น 1-2 เดือน เช่นผักโขม  ผักบุ้งจีน ผักบุ้งมาเลย์ โหระพา  กะเพรา ยี่หร่า สระแหน่

2.พืชเก็บเกียวระยะ 5 เดือนขึ้นไป เช่นใบมะกรูด  ยอดจิก  ผักหวานบ้าน  ชะอม

3.พืชเก็บเกียวระยะ 8 เดือนขึ้นไป เช่น กล้วย  ผักเก็บยอดเช่น ผักเหลียง มะม่วงหิมพานต์

4.พืชระยะยาว 4 ปีขึ้นไป เช่น ทุเรียน  เงาะ  มังคุด  ลองกอง ขนุน 

5.สัตว์เศรษฐกิจ เช่น ไก่พื้นเมือง

  ทั้งหมดนี้ดำเนินการเมื่อเกษียณมาแล้ว 3-4 เดือน  ถ้าคุณจะผละจากงานประจำ ผมว่าคุณเริ่มต้นเสียแต่วันนี้ซัก 1-2 ปีแล้วค่อยผละจากงานประจำมาก็ได้จะเห็นผลที่เป็นรูปธรรมดีกว่าเสี่ยงมาท่ามกลางกระแสลมแรง แสงแดดจ้า โดยไม่มีภูมิคุ้มกันมาเลย

ลืมไปนิดหนึ่งทั้งที่ตั้งใจอันดับต้น ๆ รอบๆ แปลงเกษตรผมปลูกไม้จำปาทอง และไม้มะฮอกกานี  โดยเฉพาะไม้มะฮอกกานีโตเร็วมาก ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องดูแลอะไรเลย

 

 

รูปภาพของ ทหารของพระราชา ขี้ข้าของแผ่นดิน

ผมมีที่ดินครับ แต่บ้านอยู่อุบล  ทำงานอยู่ชลบุรี  เบื่อชีวิตราชการแล้วครับ อยากกลับไปทำเกษตกรที่บ้าน แต่ก็ไม่มีว่ารักจริงหรอเปล่า กลัวไปไม่รอดอย่างที่คุณว่าอ่ะครับ

หน้า