การเดินทางของความฝัน-ภาคพิเศษ The Journey Of Dream (Special)

หมวดหมู่ของบล็อก: 

วัสดีคะเพื่อนๆ สมาชิกทุกท่าน

ดีจังหายหน้าไปนานมาก ด้วยมีหลายอย่างเกิดขึ้นในเกือบ 2 ปี ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ได้เข้ามาที่นี่เลย แต่ก็ยังระลึกถึง มิตรภาพที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เสมอมา และคิดตลอดว่าเมื่อจัดการเวลาได้แล้ว จะเข้ามาเล่าเรื่อง แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ เผื่อจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกบ้างค่ะ ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวบางส่วน ที่เกิดขึ้นภายในสองปีที่ผ่านมา ในชื่อตอน การเดินทางของความฝันภาคพิเศษ ที่ต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง แต่ก็มั่นคงในปณิธานของการทำเกษตรอินทรีย์ และเศรษฐกิจพอเพียง

1. เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในสองปีที่ผ่านมาและถือเป็นจุดเปลี่ยน อย่างหนึ่งของการทำสวน คือ พ่อและแม่มีปัญหาสุขภาพ พ่อเป็นไขมันพอกตับ คลอเรสเตอรอลสูง ความดันสูง ยูริคสูง น้ำตาลสูง เสี่ยงต่อเบาหวาน เก๊า และตับ ในขณะที่แม่ก็ปวดเข่า เข่าบวม พอรู้ว่าพ่อแม่มีปัญหาสุขภาพ งานในสวนทุกอย่างต้องถูกปรับเปลี่ยนหมด คือ ให้ยกเลิกการปลูกพืชผัก ที่ต้องใช้แรงงานมาก เช่นเก็บสะระแหน่ โหระพา ตัดดอกไม้ ในช่วงแรกให้พักรักษาตัว ไม่ต้องทำงานเยอะ และจ้างคนมาช่วยอย่างน้อย อาทิตย์ละ 2 วันเพื่อดูแล เรื่องหญ้า ต่างๆ  อาหารการกินก็ต้องปรับเปลี่ยน จากการกิน หมู ไก่ อาหารทะเล ก็ต้องปรับมาเป็นปลา ให้มากขึ้น ทานสมุนไพร เช่น ขิง เพิ่มขึ้น ดื่มน้ำอุ่น งดแป้งในอาหารเย็น งดแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ในช่วง 6 เดือนแรก งดแอลกอฮอล์ในบ้านโดยเด็ดขาด ใครจะมาสวนมาไร่ มาเยี่ยม ก็ขอความร่วมมือ งดเบียร์ งดเหล้า ผ่านไป 3 เดือนหลังหลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม น้ำหนักพ่อลดจาก 70 เหลือ 64  กก ไขมันพอกตับหายไปหมด จนคุณหมองง ว่าทำได้ยังไง แต่ยังรักษาอาหารสูงอย่างอื่นกันต่อเนื่อง และนัดพบหมอทุก 4 เดือน เพื่อดูโรคอื่นๆ  ปัจจุบัน ผ่านมา 1 ปีกว่า อาการของพ่อดีขึ้นเยอะ น้ำหนัก 60 นิดๆ ไม่มีไขมันในตับ น้ำตาลในเลือดปกติ ยูริคปกติ ความดันปกติ มีเครื่องวัดความดันพกพา คอยวัดและจดบันทึกตลอด และพบหมอทุก 6 เดือน

ส่วนแม่ เข่าบวม เนื่องจากเอ็นไขว้หน้าขาด อันเกิดจากการทำนา เดินลุยโคลน แล้วแล้วตอนที่ยกขาขึ้น เสียจังหวะ ทำให้เกิดเสียงดังในเข่า แรกๆ ก็รักษาแบบบ้านๆ ไปหาพระ ใช้น้ำมันเลียงผาทา ดีขึ้นบ้างแย่บ้าง ไปหาหมอกระดูกที่เคยรักษา รับยามากิน แต่ก็ไม่หายสนิท ยังบวบบ้างยุบบ้าง จนท้ายที่สุดบอกแม่ว่า ไป รพ เถอะ เดี๋ยวจัดการให้

พอไปหาหมอที่ รพ หมอสั่งทำ MRI เข่า จนพบว่า เอนไขว้หน้าขาด ใช้คำว่าเปื่อยยุ่ย (จากผล MRI) น้ำในข้อเข่าน้อย หมอแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดส่งกล้องถึงจะหายขาด  แต่การผ่าตัดเข่านอกจากค่าใช้จ่ายที่สูง การวางยาสลบ ก็เป็นอีกปัจจัย ที่ครอบครัวต้องพิจารณา ว่าแม่จะรับไหวหรือไม่ (เพราะเคยผ่าตัดใหญ่ เขาไม่อยากโดนวางยาสลบอีก ) และอาการของแม่ มันถึงนั้นจริงหรือไม่ ก็ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ ว่ายังก็มีทางเลือกอื่นอีกไหม หมอก็บอกว่า มีคนไข้อาการแบบนี้ดีขึ้น จากการไม่ผ่าตัด คือฉีดน้ำข้อเข่าเทียม (เราก็นึกว่าหมอในใจ ถ้ามีทางเลือกทำไมไม่บอกแต่แรก จะให้ผ่าตัดทำไม แต่ก็เข้าใจหมอแหละ เพราะมันอาจไม่หายก็ได้) ซึ่งไม่ว่าจะผ่าตัด หรือรักษาวิธีอื่นคุณหมอก็ดูแลดีมาก มีโทรมาถามติดตามอาการตลอด ซึ่งไม่เคยเจอหมอแบบนี้ที่ไหนเลย ท้ายที่สุด บ้านเราตกลงกันเลือกวิธี ฉีดน้ำข้อเข่าเทียม ซึ่งต้องฉีด 3 เข็ม ปกติหมอจะฉีดครั้งละ 1 เข็ม ห่างกันเดือนละครั้ง แต่หมอเห็นว่าแม่อยู่ต่างจังหวัด และเคยมีคนไข้แบบนี้ หมอก็ไม่อยากให้เสียเวลา เลยแนะนำว่า สามารถฉีดครั้งเดียว 3 เข้มได้ ไม่อันตราย ก็เลยทำตามหมอบอก แต่สิ่งที่หมอไม่ได้บอก และเจอวันจริงคือ อาการปวดและบวม จากการฉีด 3 เข็มติดกัน แม่ถึงขั้นบอกว่า จะไม่มาหาหมอคนนี้อีกแล้ว เอาจริงๆ มันก็เป็นผลข้างเคียงที่รับได้นะ กับการเที่ยวไปเทียวมา 3 ครั้ง และในระหว่างที่ปวด หมอและพยาบาลก็มาดูแลปฐมพยาบาลให้เต็มที่ แต่แม่เราเองที่เข็ดขยาดและเคืองหมอ จนตอนนี้ผ่านมาเกือบปี อาการเข่าบวมหายไป ไม่กลับมาเป็นอีก และแม่กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ  สิ่งที่อยากจะบอกในข้อนี้คือ สุขภาพ และอาหารการกิน เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่เราต้องใส่ใจอละให้ความสำคัญ

เมื่อพ่อแม่ ซึ่งเป็นคนดูแลไร่ มีปัญหาสุขภาพ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรก็ต้องทำให้เหมาะสม ตอนแรกคิดถึงขั้น เลิกทำเลยดีไหม ให้พ่อแม่อยู่บ้านเฉยๆ ซึ่งเขาก็ทำไม่ได้ และก็คิดถึงความฝันเรา ว่ามันจะไปต่อยังไง หรือเราต้องลาออกจากงานประจำมาทำเอง ซึ่งก็ยังไม่มีใครเห็นด้วยในตอนนั้น เพราะการลงทุนในการทำสวนเยอะ และรายได้ยังไม่เพียงพอเลี้ยงทุกคนได้  แล้วการทำเกษตรแบบไหนถึงจะอยู่บนเส้นทางสายกลาง พ่อแม่ช่วยได้ ไม่หนักไป เรายังได้ทำในสิ่งที่ฝัน และเป็นที่พึ่งของคนรอบข้างได้ เป็นคำถามที่ยังต้องหาคำตอบต่อไป

 2.เปลี่ยนจากการขายไม้ตัดดอก มาเป็นขายพันธุ์ดอกไม้ คัตเตอร์ ซ่อนกลิ่น และสร้อยทอง เพราะการดูแลน้อยกว่าการขายเป็นไม้ตัดดอกเยอะมาก เราไม่ต้องกังวลเรื่องแมลงที่มากินดอก ต้องฉีดชีวภาพไล่แมลง ต้องใช้แรงงานเยอะ พอเป็นขายต้นพันธุ์ก็เน้นดูแแลรากและใบให้แข็งแรง สวยงาม ประกอบกับช่วงนั้นได้รู้จักจุลินทรีย์ อรุณสวัสดิ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบำรุงรักษาพืชได้ดีมาก เลยทำให้การดูแลต้นพันธุ์ง่ายขึ้น  ส่วนการขาย แทนการตัดดอกและขนไปยังร้านดอกไม้ ก็เปิดรับออร์เดอร์ออนไลน์ทั้งทางเพจ เฟสบุ๊คและไลน์ จัดส่งทางไปรษณีย์และเคอร์รี่ จัดส่งสัปดาห์ละครั้ง ทุกวันจันทร์ พอเริ่มทำแบบนี้ งานสวนเริ่มเบาขึ้น พ่อแม่ก็สนับสนุนเพราะงานไม่หนักมาก การขายพันธุ์ดอกไม้ก็เลยเริ่มต้นขึ้นจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ ในวิกฤติมักมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ เราแค่ต้องมองหามันให้เจอ

ดอกคัตเตอร์ม่วง

  

ดอกคัตเตอร์สีขาว                                                                ดอกคัตเตอร์สีชมพู

  

ต้นพันธุ์ดอกคัตเตอร์                                                            สภาพต้นพันธุ์เมื่อส่งถึงลูกค้า

ต้นพันธ์คัตเตอร์ที่ตัดแต่งแล้วพร้อมส่งให้ลูกค้า

   

ต้นซ่อนกลิ่น                                                                   หัวหรือเหง้า เพื่อเป็นต้นพันธุ์ดอกซ่อนกลิ่น

ดอกซ่อนกลิ่น

 แปลงดอกซ่อนกลิ่น

 

3.ลาออกจากงานที่ทำมาเกือบ 6 ปี  สิ่งที่ขาดหายไปในช่วง 1 ปีในช่วงก่อนลาออกคือ เวลาส่วนตัว มีเวลาให้ตัวเองไม่มาก เวลาให้สวนก็น้อยลง โพสในเพจแทบจะเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง ไม่ได้มาสวนเกิน 3 เดือนติดกัน จนวันหนึ่งก็เริ่มคิดว่าเราจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ทุ่มเทกับงานประจำ (ซึ่งมันก็ไม่ผิด) อดนอน กินข้าวไม่ตรงเวลา จริงจัง เครียด ทุกครั้งที่ล้มป่วยก็จะถามตัวเอง แต่เมื่อหายป่วยก็กลับไปทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนเดิม จริงๆ ตัดสินใจลาออกและจะเคลียร์งานภายใน 1 ปี เพราะมีโปรเจคที่ต้องทำให้เสร็จ และได้แจ้งล่วงหน้าแบบเป็นทางการ 3 เดือน ซึ่งเมื่อคนที่เกี่ยวข้องรับทราบ  เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้ออกง่ายๆ ต้องฝ่าหลายด่านมาก แต่เพราะเราคิดมาดีแล้ว วางแผนมานานแล้ว และตัดสินใจแล้ว ท้ายที่สุดทุกคนก็ต้องยอมปล่อยเราไป และบอกว่าเคารพในการตัดสินใจ

เมื่อรู้ว่าจะได้ลาออก และได้งานใหม่แล้ว ก็เริ่มวางแผนไปเที่ยวนอร์เวย์ ใน 10 วันสุดท้ายก่อนสิ้นสภาพการเป็นพนักงาน ซึ่งเป็นความฝันมานาน แต่ลางานไม่ได้ยาวขนาดนั้นสักที ทั้งที่มีวันลาเหลือ 55  เลยขอทำความฝันให้เป็นจริง (รายละเอียดการเที่ยวไว้จะหาโอกาสมาเล่าในโพสแยกต่างหากค่ะ) และการไปนอร์เวย์ครั้งนี้ก็ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ และมีความสุขมากที่ตัดสินใจไป แม้จะลุ้นระทึกหน่อยในการทำงานวันสุดท้าย พร้อมเดินทางไปนอร์เวย์ตอนกลางคืน งานก็ไม่เสร็จ ยังประชุมจน 6 โมงเย็น และโดนโทรตามว่า เธอจะยอมตกเครื่องหรือยังไง ทำไมยังไม่เลิกทำงาน เลิกทำงานเดี๋ยวนี้ ออกมาได้แล้ว สุดท้ายจึงต้องหอบแลปทอปขึ้นเครื่องไปด้วย

 ภูมิประเทศของเมือง Kristiansund ภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ เกาะ แก่ง อ่าว ที่เกิดจากธารน้ำแข็งกัดเซาะ

บ้านที่มีสีสันสดใส

 โบสถ์ Nidaros ที่เมือง โทรด์นแฮม

 สะพาน Atlantic Road สะพานที่ยาวที่สุด ข้ามทะเล เพื่อเชื่อมเกาะเข้าด้วยกัน

 Alantic Road

ภูมิประเทศแบบ ฟยอร์ดที่สวยงาม

ใครอยากลองนั่งไหมคะ

4. เริ่มงานใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ ธุรกิจใหม่ โดยคิดว่าจะมีเวลาให้ตัวเองและสวนมากขึ้น แต่คิดผิดถนัด 3 เดือนแรกต้องทำ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน project reorganization ต้องมีเลิกจ้างพนักงาน ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เป็นงานที่เครียดมาก ได้แต่ทำให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง หนึ่งปีในที่ทำงานใหม่ มีเวลามากกว่าปีที่จะลาออกจากที่เดิม แต่ไม่ได้มากมายอย่างที่คิดตอนแรก เริ่มกลับมาถามตัวเองจริงจังมากขึ้นในช่วง 6 เดือนมานี้ ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร จะเดินทางสายกลางอย่างไรกับ ความฝันเราเอง ครอบครัว ญาติมิตร ที่เราต้องดูแล เราจะทิ้งคนเหล่านั้นเพื่อความฝันได้เหรอ บ้าน รถ ภาระที่ต้องดูแล จะทิ้งมันไปได้อย่างไร เป็นคำถามที่ต้องตอบ ตอนนี้มีแผนบางอย่างในใจแล้ว ถ้าทำได้แล้วจะมาเล่าให้สมาชิกได้ฟังนะคะ

5.ฟังธรรมะบ่อยมากแทบจะทุกเช้าในช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะธรรมะของท่าน ว.วชิรเมธี และดูคลิปเกษตรบ่อยมาก เมื่อเอามาประมวลผลกับสิ่งที่ทำอยู่ ทำให้เริ่มเข้าใจเรื่องของเกษตรมากขึ้นในทางทฤษฎี และปฏิบัติในบางเรื่อง หลายเรื่องกำลังทดลองอยู่

6.ผักหวานป่า ที่เคยปลูกไว้เมื่อ เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้ให้ผลผลิตแล้ว เริ่มเก็บมาทำกินได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้แจกญาติ เอาไปทำบุญ และขายนิดๆ หน่อยๆ แต่ปีนี้ผักหวานป่า ครบอายุที่จะเก็บขายได้ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการตัดแต่งกิ่ง เพื่อทำผักหวานนอกฤดู ผักหวานป่าจะเป็นหนึ่งในพืชที่สร้างรายได้หลัก อีกชนิดหนึ่งของไร่สวนฝัน

 

7.เลี้ยงใส้เดือน AF เพื่อทำปุ๋ยใช้เอง ถ้ามีเหลือจะแบ่งขาย

 

       

 

8.ผลไม้ที่ปลูกไว้เริ่มให้ผลผลิต ทั้งเงาะ ลำใย มะม่วง ขนุน ยังไม่ถึงขั้นพอขาย แค่พอกินและพอแจก ส่วนผลไม้ที่ยังไม่ออกผลคือ ทุเรียน ลองกอง มังคุด อันนี้น่าจะอีก 2-3 ปี ข้างหน้า

 

 

 

ขนุน พันธ์ทวายปีเดียว

 

9.ไผ่เลี้ยงที่ปลูกไว้ให้ผลผลิตแล้ว และสามารถทำหน่อไม้นอกฤดูได้แล้ว หน่อไม้ หรือไผ่ จะเป็นพืชอีกชนิดที่สร้างรายได้หลักในอนาคต

 

ไผ่เลี้ยง

            

 

10.เห็ดระโงก ตับเต่า ตะไค ลงไปรอบที่สอง ยังไม่เกิด รอลุ้นว่าจะเกิดไหมในปีนี้ และจะเริ่มลงครั้งที่สามเร็วๆ นี้เพื่อทดลองบางอย่าง เห็ดป่าหลายชนิดจะเป็นรายได้หลักอีกทางใน 1-2 ปีข้างหน้า เพราะเรามีป่า เราจึงสามารถปลูกเห็ดได้

11.โปรเจคที่พอจะบอกเล่าให้ฟังได้ก่อน อย่างหนึ่ง คือ การทำถ่านชีวภาพ หรือถ่านไบโอชา หรือ ถ่านชาโคล เป็นถ่านที่เผาโดยความร้อนสูง 1000 องศา ใช้เพื่อสุขภาพ และใช้เพื่อการเกษตรได้ อีกไม่เกิน 3 เดือนจะเอาผลงานมาให้ชมกันค่ะ

12. สร้างไร่สวนฝัน 2  ที่หนองคาย ที่ดินของแม่อีก 10 ไร่ กลางปีนี้จะมีภาพของไร่สวนฝัน 2 มาให้ชมกันค่ะ

มันน่าแปลกมาก ที่แม้บางครั้งไม่มีเวลาคิดเรื่องเกษตรเลย แต่พอคิดถึงมัน ก็จะตระหนักรู้ในจิตใต้สำนึกตลอดเวลาว่า "มันคือทางของเรา" วิถีชีวิตที่เรียบง่ายในธรรมชาติ สิ่งที่เรามีและสามารถแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่น แม้จะไม่มีเงินแต่เราก็มีข้าวให้กิน อย่างคำพูดที่ อ.ยักษ์ มักอ้งางถึง "เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง" เรารู้ว่าชีวิตการทำเกษตรมันมีหลายมุม ไม่ใช่แค่มุมสวยงามที่ใครๆ โพสในโซเซียล มันมีทั้งภัยธรรมชาติ ผลผลิตตกต่ำ อะไรๆ ที่ไม่ป็นไปตามคาดหวัง หรือ ธรรมชาติบางอย่างที่เราเอาชนะหรือควบคุมไม่ได้ เงินทุนที่ยังไงก็ต้องมีจำนวนหนึ่ง เราเข้าใจมันดี เพราะเราก็เจอมาแล้วทุกอย่าง แต่เราก็ยังนึดมั่นในความฝันนี้ อยากเดินทางตามความฝัน และทำให้มันเป็นจริงให้ได้  ฝันและหวังที่ไม่ใช่ของเราคนเดียว แต่ฝันของเรานั้นเกี่ยวข้องกับคนรอบข้างมากมาย เรามิอาจทำลายความหวังของพวกเขา ที่อยากให้ลูกหลานประสบความสำเร็จในชีวิต มีความเป็นอยู่ในอัตภาพที่พอเหมาะ ความฝันของเราต้องสามารถโอบอุ้มความหวังคนรอบข้างไปด้วยกันให้ได้ ทางสายกลางที่เหมาะสม ยังเป็นสิ่งที่เราต้องค้นหา แต่เราเชื่อมั่นว่าเราจะหามันจนเจอ ไม่ว่าอุปสรรคอะไรที่เราต้องเจอในทางข้างหน้า เราจะไม่ย่อท้อ แค่ต้องแก้มัน และผ่านมันไปให้ได้ เพราะเรามีคนข้างหลังและคนข้างๆ รอเราอยู่มากมาย

สู้ๆ ไปด้วยกัน ทำความฝันของพวกเราให้เป็นจริง นะค่ะ

#dreamforestfarm

#ไร่สวนฝัน

https://www.facebook.com/dreamforestfarm/

 

ความเห็น

แหม่ นาน ๆ สละเวลามาเขียน Blog ทียาวเลย แต่ติดตามอ่านเรื่อย ๆ ครับ การเดินทางไม่สิ้นสุดครับ The journey is endless. Laughing

ไร่สุโขทัยนี้ดี ไร่นี้มีแต่ความสุข

ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจค่ะ :)

ว๊าวววว รายละเอียดเยอะมาก น้องดีวางแผนดีมากๆ และครอบครัวก้ทำงานเป็นทีม คุณพ่อคุณแม่คงหายป่วยหรือดีขึ้นแล้วนะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ พี่เองออกมา ทำตามความฝันคนเดียวจริงๆ ทำตั้งแต่7โมงถึงทุ่มสองทุ่ม ความคิดยังแตกต่างกับคนที่บ้านมาก เราก้ได้แต่ทำในส่วนที่เราทำเองได้ การมีผลไม้ผสมผสาน เป็นความฝันของพี่เหมือนกัน เตาเผาถ่านก้อเป็นอีก1ความฝัน แต่เรี่ยวแรงไม่ค่อยจะเหลือแล้ว555 ขายน้ำปั่นกาแฟ เลีี้ยงไก่ เก็บไข่ รดน้ำรอบบ้าน หมดเวลาณตอนนี้555 

น้องดีได้ไปเที่ยวแระเทศในฝัน เป็นการชารจพลัง เพื่อก้าวต่อไป เมืองสวยมากค่ะ สู้ต่อไปนะน้องดี ถึงปลายทางความฝันแน่นอน พี่เอาใจช่วยค่ะ^^

ความสุข..อยู่ที่ใจ

ขอบคุณพี่กานดี ดีใจที่ได้คุยกันค่ะ ติดตามอ่านบล๊อกพี่อยู่บ้าง เอาใจช่วยนะคะ :)

เก่งมากเลยค่ะ น้องดี ... น้องเขียนเป็นข้อๆ มากมาย พี่บัวก็อ่านอยางจุใจ .. ดีใจด้วย ที่สุขภาพพ่อ-แม่กลับมาดีเหมือนเดิม ... และเปลี่ยนระบบการเก็บรายได้แบบใหม่ ให้กับครอบครัว .... สรุป น้องดีเปลี่ยนงาน ใหม่ นะคะ แต่ยังไม่ได้ลาออกจากงาน เน๊อะ ... ผลไม้ น่ากิน ค่ะ .... ทุกอย่างที่ปลูกไว้ก็ให้ผลผลิต หมดแล้ว สำหรับ มดแดง ในสวนป่า ก็คงมีมากมาย แล้วด้วย สินะ ..... ขอบคุณมากๆ ที่บอกกล่าว กันค่ะ

คิดถึงพี่บัวเสมอนะคะ ดีใจที่ได้กลับมาบ้านนี้อีก ดีแค่เปลี่ยนงานใหม่คะ ยังไม่ได้เลิกทำงานประจำ  ปล ตอนนี้ปลูกทุเรียนได้หลายต้นแล้วนะคะ เกือบ 10 แล้ว

Smile ยินดีด้วยกับทุเรียน ค่ะ น้องดี ... พี่บัว ก็มีแล้ว รอดแน่นอน 6 ต้นค่ะ ปลูกไว้กิน และแจกเพื่อนๆ ... รอติดตามชม บล็อค่อไป ด้วยจ่ะ

โอ้นานๆๆมาที เต็มสวนเลยครับ ไม่อดแล้วแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง  อยากได้พันไผ่จังเลยครับ    ขอบคุณที่มาอับเดชสวนให้ชมเด่อครับ  อยากได้พันไผ่จังเลยครับ  ชื้อพันที่นัยครับ

สวัสดีคะคุณลูกอีสาน เป็นพันธุ์ไผ่เลี้ยงค่ะ หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านต้นไม้ หรือถ้าต้องการเยอะ ก็บอกได้ เดี๋ยวเพาะขายให้ในราคาพิเศษค่ะ

ขอบคุณมากครับ 

หน้า