ธรรม ... ทูต

หมวดหมู่ของบล็อก: 

     วันนี้ ... (3 มิ.ย. 2554) กุลี กุจอ ออกจากที่พัก ตั้งแต่ 4:15 AM  เนื่องจากแพทย์นัดเปิดตาป้าอี๊ด ที่เข้ารับการถลกต้อเนื้อ ไปเมื่อวาน

     ขณะรอพบแพทย์ ... สุภาพสตรีคู่หนึ่ง อุ้มทารกอายุ ประมาณว่าไม่น่า ถึง 2 ขวบเข้ามา ไม่ใช่แส่เรื่องชาวบ้านตามประสาคนแก่ขี้ยุ่งหรอกครับ แต่กลุ่มคนที่กล่าวถึงนี้ เข้ามานั่งบนม้านั่งแถวเดียวกันพอดี

     ตอนแรก ... ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ

     ..... แต่ดวงตาอันสดใส บวกกับยิ้มที่บริสุทธิ์ ของทารกซึ่งร่างถูกคลุม และพันห่อด้วยอาภรณ์ หลายชั้น ที่ส่งมาให้ข้าพเจ้า โดยไม่มีเสียงใด ๆ ลอดออกมาจากปาก แม้แต่แอะเดียว กระนั้นก็ดี อาการที่ทารกคนนี้ ก่อให้เกิดความรู้สึกประทับใจยิ่ง

     ข้าพเจ้า ยิ้ม พร้อมพยักหน้า ทักทายตอบต่อทารกนั้น โดยแทบไม่รู้ตัว ... ประหนึ่งได้เจอ Angel (รู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ ไม่มีอารมณ์เสแสร้งใด ๆ)

     ผู้ที่อุ้มทารกอยู่ (เข้าใจว่าเป็นยายของทารก) คงสังเกตเห็นอากัปกริยาของทารก จึงมองตามมายังข้าพเจ้า แล้วก้มลงบอกทารก

        “ยิ้มหวาน ... ลูก ... ยิ้มหวาน”

     .... ทารกที่เพิ่งหยุดยิ้ม แย้มปากยิ้ม พร้อมส่งสายตาที่สดใส มาให้ข้าพเจ้าอีกวาระ     ... ข้าพเจ้าพยักหน้า ยิ้มตอบ พร้อมควักเครื่องโทรศัพท์ เคลื่อนที่ เตรียมจะขอถ่ายภาพที่น่ารัก เก็บไว้ดู

       “เช็ดตัวหน่อยนะครับ” ... เสียงหญิงสาวที่เดินเข้ามา (เข้าใจว่าคงเป็นมารดาทารก) พูดกับทารก แล้วหันมายิ้มกับข้าพเจ้า และป้าอี๊ด (ข้าพเจ้าจึงอนุมาณเอาว่าคงเป็นทารกเพศชาย )

     ผู้ที่ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นยาย ขยับตัว ดึงผ้าเช็ดตัว ที่คลุมตัวทารกชั้นนอกออก เพื่อเข้ากระบวนการทำความสะอาดตัว

     พลันสายตาข้าพเจ้า ก็เห็นแข้งของทารก แต่ละข้าง ถูกพันไว้ด้วยผ้ายืด

       “โดนอะไรมานะ ถึงได้หักทั้ง สองข้าง” ..... ข้าพเจ้าสงสัย แต่ไม่มีเสียงถามออกมา และคำนึงต่อว่า “บาดเจ็บ ขนาดนี้ ยังมีอารมณ์ยิ้มหวาน อีกหรือนี่ ? ... ”

     ข้อคำนึง สงสัย ของข้าพเจ้า ไม่ทันยุติ พลัน ความตะลึงก็เข้ามาแทนที่อย่างกะทันหัน .... เมื่อ ....

     แม่ของทารก ถอดเสื้อของทารกออก ภาพที่ปรากฏแก่สายตา คือ ... สายท่อ ที่ปลายข้างหนึ่งเชื่อมต่ออยู่กับถุงพลาสติกใบเล็ก ส่วนปลายอีกข้าง ข้าพเจ้าไม่อาจทราบได้ ว่าอยู่ตำแหน่งใด เพราะสอดอยู่ในช่องท้องทารกนั้น เห็นเพียงส่วนเชื่อมต่อที่โผล่ออกนอกช่องท้องด้านซ้าย

     ความคิดที่ จะขอเข้าไปถ่ายภาพเก็บไว้ดู เหือดหายไป ความตื้นตัน อุปายาสา เข้ามาแทนที่ พร้อมคำถามที่ตั้งเอากับตัวเองมากมาย

     “... เขาไม่เจ็บปวด หรือ”

       “ ... ถ้าเจ็บปวด แล้วเอาอารมณ์ใด มายิ้มกับเรา ด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

     “... เด็กตัวแค่นี้ ทนได้ไง ... โดยไม่งอแง แม้แต่น้อย”

        “ .... แล้วหากเป็น ผู้ใหญ่ โดนเข้าอย่างนี้บ้าง ส่วนใหญ่เขาจะแสดงออก อย่างไร”

                           .... ฯลฯ ....

     คำถาม ต่าง ๆ สะดุดลงอีกครั้ง เมื่อเสียงเรียก ชื่อป้าอี๊ด ออกมาจากเจ้าหน้าที่ ... ลุกขึ้น จูงป้าอี๊ด เข้าพบหมอ

     ในใจ ตอบคำถามทั้งหมด ให้กับตัวเอง แบบสรุป ว่า “นี่ ... ธรรมทูต มาแสดงธรรมให้เห็น น่ะ ทารกก็คงมีความ เจ็บ ปวด เป็นเวทนา นั่นแหละ แต่ ความความรู้สึกว่าเป็นตัวตนคงมีน้อย จึงไม่เกิดเวทนาที่เป็นอธิวจน...”

      .... แล้วสลัด ความคิดทั้งมวลออก ตั้งสติ ฟังแพทย์ แนะนำ ... สั่ง ... วิธีที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย (ป้าอี๊ด)

   ขืนกลับมาทำ ผิด ๆ ... ถูก ๆ เดี๋ยวยุ่งใหญ่ ....

ความเห็น

 

ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งกาย ใจนะคะ

ฉันจะปลูก ผัก ให้ลูกทาน

ความอ่อนแอของจิตใจ..เป็นตัวการสำคัญ ที่ ทำให้กายต้องเจ็บปวดมากขึ้น เดี๊ยวนี้แพทย์แผนปัจจุบันหันมาสนใจในการใช้สมาธิเพื่อบำบัดโรคมากขึ้น เรื่องของจิตพิสูจย์ยาก ขึ้นอยู่กับผ็กระทำด้วย..รวมทั้งผู้ดูแลที่ดูแลด้วยจิตใจที่เมตตา....รู้สึกยินดีแทนน้องคนนั้นนะคะ..ที่โชคดี มีแม่และย่าหรือยาย ที่รักและเอาใจใส่เค้าอย่างดี ไม่ถือว่าเป็นภาระต้องต้องมารับผิดชอบ (คิดจากความบอกเล่าของลูงนะคะ)

ชีวืตที่เพียงพอ..

หน้า