เว้นไว้ ... จะได้ หวนรำลึก

หมวดหมู่ของบล็อก: 

    จิตชื่นมื่น กาย วูบวาบ ซู่ซ่า ขึ้นมาแทบทุกครั้ง ที่เกิดอดีตสัญญาธรรมารมณ์ เมื่อประสาทสะดุด สัมผัส กับสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยเกี่ยวข้องเมื่อวัยอดีต  Gallery แห่งความทรงจำ ก็จะแสดงนิทรรศการ ออกมาโดยอัตโนมัติ อย่างรวดเร็ว ปานสายฟ้า

    ในสวน “สหประชาพืช” (เพราะปลูกทุกอย่างที่อยากปลูก) ของข้าพเจ้า มีต้นไม้ประทับใจในอดีตไว้หลาย ชนิด บางชนิด แล้วก็กำลังหาอยู่เช่น ลูกกรวด ซึ่งเป็นมะเดื่อชนิดหนึ่ง ออกผลที่ราก ฯลฯ.  บล็อกนี้จะนำเสนอพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันหายากแล้วครับ เด็กในชนบทก็รู้จักน้อยครับ

    เห็นเจ้าต้นนี่เมื่อไร อารมณ์ก็กลับไปสมัยเด็ก อีกแล้วครับท่าน สมัยเป็นนักเรียนประถม (ชั้นเตรียม - ป. 3)อยู่ที่สุราษฎร์ฯ เขายังประโยชน์แก่ข้าพเจ้า ทั้งด้าน บริโภค และใช้สอย ...

    ด้านบริโภค  เราจะไปตัดเอาผลที่เป็นทะลายยาว มากินกันตั้งแต่ยังเป็นผลอ่อน โดยมีทั้งที่กินอย่างง่าย ๆ คือแกล้มเกลือสมุทร และกินแบบปรุงแต่ง คือเอามา “ยอก

       ยอก  ก็คือเอามาตำนั้นเอง เป็นการตำแบบปรุงรส วิธีทำ คือ ได้ทะลายเขามาแล้ว ก็รูดผลออกมาใส่ลงในครก (ครกหิน หรือ ดินเผาก็ได้ สุดแต่จะมีชนิดใด ตำราไม่กำหนด) เด็ดพริกขี้หนูใส่ตามลงไป  มองดูคร่าว ๆ ว่ามีประมาณเท่าไร จะได้เติมกะปีปิ้ง และพริกขี้หนู ให้พอเหมาะ ตำออกมาแล้วจะได้ไม่ต้องทิ้ง เดี๋ยวเสียของ เพราะสุนัขก็ไม่รับประทานครับ แล้วลงมือตำพอแตก ใช้สากขยี้ ให้ส่วนผสมเข้ากัน คักออกมากินเป็นอาหารทานเล่นครับ แต่เด็ก ๆ จะห่อใบตองไปกินระหว่างเดินทางไปโรงเรียนด้วย ... จะได้แย่งกันกินกะสหายเป็นการเพิ่มรสชาติ

    แต่ถ้าปล่อยไว้ให้สุก พอได้ฝนซักห่า เปลือกจะขาวยั่วใจซะนี่กระไร ได้มาแล้วปอกทานเนื้อในที่มีรสหวานอมเปรี้ยวได้เลย หรือจะปอกใส่ภาชนะ ใส่เกลือตามลงไป เติมน้ำ เขย่า หรือคนให้ทั่ว  แกล้งลืมทิ้งไว้สัก 1 - 2 ชั่วโมง เอามากินได้ ทั้งเนื้อ ทั้งน้ำ

     ข้อที่ต้องระวังในการกินผลสุก คือ อย่ากลืนเมล็ดลงไปมากนัก จะเกิดทุกข์เมื่อถ่าย


 

 

 

 

   นี่ คือ เจ้าต้นที่ข้าพเจ้ากำลังพูดถึง ครับ

    ชาวบ้าน เรียกขานเขาว่า “หวายนั่ง” ครับ

 

 

 

 

 

 

    ด้านการใช้สอย  เนื่องจากเขาเป็นหวายที่ต้นไม่เป็นลำเลื้อย  (ก็คงเหมือนนกกีวี ที่เป็นนกไม่มีปีกกระมัง) จึงไม่มีลำต้นให้มาใช้เป็นเชือก แต่จะนำส่วนก้านใบมาใช้แทน โดยลอกเอาส่วนเปลือกผิว มาใช้

    สมัยที่ข้าพเจ้า เด็ก ๆ ไปนอนเฝ้าทุเรียน ซึ่งเป็น สวนสหประชาญาติ แบ่งประโยชน์ด้วยการตกลงกันว่า คืนไหนเห็นของญาติคนไหน ก็ไปนอนเฝ้าเอาเอง .... การนอนเฝ้าทุเรียน เป็นเรื่องสนุก ของวัยเด็ก ... ที่ต้องขออนุญาตเพ้อเจ้อสักหน่อย

    ... คืนไหนที่เป็นสิทธิที่พึงได้รับของเรา ข้าพเจ้าจะเตรียมตัวตั้งแต่วัน ๆ เตรียมเสบียง ไม่มีอะไรมากครับ ก็ข้าวสาร กะเกลือ และกะปิ .... อื่น ๆ ไปแสวงเอาที่สวนทุเรียนโน่น เย็นไปถึงก็จัดการเผาข้าว ... ปลาลงจับเอาในธารน้ำข้างสวน เอามาปิ้ง จิ้มน้ำพริกขโมย(น้ำพริกโจร) พริกขี้หนูเด็ดเอาข้างทับ (ขนำ) ซึ่งเขาขึ้นเอง อยู่นานพุ่มใหญ่ และเพิ่มประชากรขึ้นเรื่อย เพราะเราสาดเมล็ดทิ้งไว้อย่างไม่ตั้งใจ ... ผักไร้สารมีให้เลือกออกเกลื่อน ...

    ตกค่ำเอาปล้องไผ่ตง ที่เจาะไว้ 7 - 8 ปล้อง มาไล่เสียง วางเรียงตามถนัด แล้วบรรเลงเพลงที่ชอบ แต่ไม่ร้องหรอกครับ เสียงไม่ได้เรื่อง ... มานึกตอนนี้เสียดายครับ ตอนนั้นถ้าร้อง คงดี จะได้ไม่มีสัตว์ใด ๆ มากวน เพราะรำคาญเสียงเพลงเพี้ยน ๆ ของเรา  ค่อนดึกนอนฟังเสียงทุเรียนหล่น แต่ไม่กล้าลงเก็บ ... ก็กลัวหมีนี่ครับ หมีชอบทุเรียนมาก จึงอาศัยโห่ไล่เอาเป็นระยะ ๆ โดยไม่ต้องเห็นตัว ... ฮึ ๆ ๆ ... จนเช้า จึงลงตระเวนเก็บผลทุเรียนที่ร่วง

    ตอนกลับต้องนำทุเรียนที่ได้กลับด้วย เปลือกผิวทางหวายนั่ง มีพระคุณตอนนี้แหละครับ เราจะลอกออกมาตีเกลียว ผูกขั้วทุเรียน  ผูกผลติดกันยาวเป็นพวงด้วยเงื่อนตะกรุดเบ็ด  จัดพันเข้ากับไม้คาน ... หาบกลับ

     มองย้อนอดีตแล้ว ก็ขำ ๆ ตัวเองว่า อดีต เราก็บ้าไม่ใช่ย่อย เขามีบ้า “หอบฟาง”  ซึ่งคงไม่หนักหนาอะไร แต่เราบ้ากว่า เรียกได้ว่า “บ้าหาบ”  คือหาบเปลือก กับ เม็ดทุเรียน เพราะทุเรียนพื้นบ้าน แงะออกมาถ้าผลที่เนื้อดี ๆ  ผลหนึ่งได้เนื้อรวมกัน ก็เท่ากับ หมอนไม่เกิน 2 เม็ด

 

 

   ครับ .... ไหน ๆ เข้ามาแล้ว ก็อย่าให้เสียหน้าบล็อกเปล่า ๆ แถมเจ้านี่ให้ดูด้วยก็แล้วกัน

    ระกำ ครับ เอาเมล็ดระกำหวานมาลงไว้ ไม่เสียเที่ยวครับ ได้ระกำเปรี้ยวไว้ใส่แกง ใส่น้ำพริก เจ้าของไม่ค่อยได้ทานหรอกครับ เพราะในชุมชน  ใครต้องการระกำปรุงอาหาร ก็เข้าไปหาเอาเอง ไม่มีผลสุก ผลอ่อนยัง เอาไปผ่ากินเมล็ด แทนลูกชิดเลย เขาเรียก “ลูกกำดีเหวียด”

  .... อย่าถามหาคำแปล เพราะข้าพเจ้าได้ยินเรียกกันอย่างนี้

 

 

 

 

 

 

 

            ส่วนที่เห็นนี่ สละ ขอรับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ถ่าย ผลสละมาให้ดูด้วยครับ ยังไม่สุกนะครับ .... ที่สุก ไม่มีไว้ให้ถ่ายหรอกครับ .... ที่เห็นนี่ ก็ไม่ทราบจะรอดหัตถ์  ... รอดโอษฐ์ ไปได้กี่วัน

 

 

 

 

 

    เอาล่ะครับ วันนี้เห็นที ยุติได้แล้วนะครับ ต้องขออภัย ที่รบกวนเวลา คิดซะว่าให้โอกาสคนแก่เพ้อเจ้อ ก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณครับ

             หวัดดี .... ครับ

ความเห็น

สว.จริงๆ ชอบเล่าความหลัง อีกไม่นานผมก็อาจจะตามไป แต่ตอนนี้ยังก่อนนะครับ อาวุโสไม่ถึง :uhuhuh:

..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..

 

   ต้องเขียนเป็นพินัยกรรม ด้วยไหม ... ฮุ ๆ ๆ ๆ ....

อ่านตามลุง  แล้วเห็นอดีตตามลุงไปด้วย  และพลอยทำให้กุ้งนึกถึงอดีตของตัวเองตามมา....บางครั้งการได้ย้อนกลับไปนึกถึงความทรงจำดี ๆ ก็ทำให้มีความสุขได้ชั่วขณะ   กุ้งได้เห็นภาพอดีตของลุงแบบที่คนยุคปัจจุบันไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้มาก่อน  ขอบคุณนะคะ

มีความสุขกับการที่ได้ให้มากกว่าการที่ได้รับ

   คนละยุค ครับ หลานกุ้ง ....

     เป็นไปตามกฎแห่งอนิจจัง แหละครับ

สละดกดีคะ :cheer3: :cheer3:

   เขาทำหน้าที่ดีครับ ... ไม่ได้เอาใจใส่เลย เพราะไม่ได้ทาน ไว้ใช้ประโยชน์จากก้านใบ

สละท่าทางจะอร่อยนะครับลุง


  ก็ไม่เลว ครับ .... แต่ไม่ทัน เคยได้ทานหนเดียวครับ

เห็นสละทีไร... น้ำลายไหลทุกทีซิน่า..:admire2: :love:

.................

  ชอบละซ๊ ... ?

หน้า