เดทครั้งแรกของสองเรา...คริคริ...

หมวดหมู่ของบล็อก: 

เดทครั้งแรกของสองเรา...


ที่สุดของความปลาบปลื้ม.. ยินดี..


เป็นเวลาเกือบสองปีมาแล้ว ที่ได้รู้จัก " น้องศา "  ผ่านโลกอินเตอร์เนต โลกไซเบอร์นี้เราสองคนได้ทำความรู้จัก และเรียนรู้กันและกันจนเกิดเป็นความผูกพันธ์เล็กๆ ขึ้นมา (ทั้งที่เป็นจาวเจียงใหม่เหมือนกัน แต่เราไม่เคยเจอกันเลย)  


 


กายส์ได้แนะนำให้น้องเขาฟังวิทยุ รายการ  " ธรรมะรับอรุณ "  ซึ่งดำเนินรายการสดตอนเช้าเวลา 06.50 - 08.00 น. ของทุกวัน ทางคลื่น 92.5 วิทยุของคนเจียงใหม่  มีท่านพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (ดวงจันทร์ กุสลจิตโต)  และ ท่านพระมหาอำนวย  ปัญญาวชิโร (วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร) ทั้งสองรูปเป็นผู้ดำเนินรายการ ในลักษณะของการพูดจาประสาธรรมอารมณ์ดี ถามตอบปัญหาทางธรรม และ ทางโลก ตามหลักแนวทางของพุทธศาสนา  หลังจากน้องเขาได้รับฟังธรรมะทุก ๆ เช้า ผ่านทางเนตออนไลน์บ้าง ผ่านวิทยุบ้าง น้องศาก็เริ่มเกิดมีศรัทธาแรงกล้ามากขึ้นตามลำดับ


และกล้าที่จะออกมาร่วมกิจกรรมกับกลุ่มธรรมมะรับอรุณของพวกเรา 



วันนี้ เป็นวันอาทิตย์ ที่ 25  กันยายน  2554  เป็นวันงานกิ๋นก๋วยสลากภัตร ของวัดพระสิงห์ ซึ่งเป็นวัดของพระอาจารย์ทั้งสองรูปของเรา จึงได้นัดกันมาร่วมออกโรงทานไอศรีมเนสเล่ เพื่อเป็นทานให้กับทุกคนที่มาร่วมงานนี้  แต่ก็ยังมีเพื่อนๆ กัลยามิตรอีกหลาย ๆ คน ในโลกไซเบอร์ ที่ ประสงค์จะร่วมออกเงิน แต่ไม่ประสงค์จะออกนาม ได้ร่วมมาออกโรงทานกับเราสองคนด้วย จึงขออนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ส่งบุญกลับไปยังท่านผู้ใจบุญ และหอบบุญมาฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ  ชาวบ้านสวนพอเพียงทุกคนด้วยที่ไม่ได้มาร่วมแจกทานในครั้งนี้



พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ ยืนด้านขวามือของพระพระมหาอำนวยซึ่งยืนตรงกลาง (มีลูกโป่งสีม่วงบังอยู่) 


 


ขอเสียบยอดสลากภัตร ก่อนเจ้า



โรงแทนไอศรีมพร้อมแจกแล้ว .. แจกทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ พระ เถร เณร ชี  แจกทานหมดเลยค่ะ




สามเณรบอกว่า จะกินไอศรีมก็ต้องปลอกเปลือกก่อน.. เหมือนกล้วยเลย ..อ่ะเจ้า ..


(แถมกินโชว์ให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย...ตกยุคจริงๆ เลยเรา.. คริคริ..)



เด็กน้อยคนนี้มารับแจกหลายรอบเลยบอกว่า.. จะเอาไปให้คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวตัวเล็ก ๆด้วย....โห เป็นผู้ใหญ่อย่างไรกัน  แดดก็ร้อนเปรี้ยงๆ จะไม่สบายเอาได้ ช่างสงสารลูกหลานหรือไร กินแรงเด็กนะเนี่ย  มองกลับกันอีกมุม.. ลูกหลานใครหนอช่างเป็นเด็กกตัญญู รู้คุณคน ซะจริงๆ ....เห็นไหม แค่เปลี่ยนความคิด.. ความหมายก็เปลี่ยนเป็นคนละขั้นกันเลยทีเดียว..  คิดบวกเข้าไว้ได้ไปสวรรค์..คริคริ..



ถึงแดดจะร้อนเปรี้ยง ๆ แต่.. สีทนได้ค่ะ  เพราะใจศรัทธาเกินร้อย..แจกไอศรีมไป ก็ยิ้มไป แต่ไม่ต้องกลัวคุณน้าที่ใส่ชุดลายดอกไม้คนนี้นะคะ (คุณน้าพยาบาลกินให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย) เพราะเธอกำลังเล่นมุข บอกว่า  กินไอศรีมแล้วอย่าทิ้งไม้..ให้ดูดีๆที่ปลายไม้ จะมีหมายเลข 0 - 9 ติดอยู่ ให้เอาไปเรียบเรียงกันใหม่ จะได้โชคใหญ่ในวันที่ 1 ตุลา หากใครมีแต่ตัวหนังสือไม่มีตัวเลข ให้มารับโชคเล็กเป็นซองผ้าป่าสร้างถนนเข้าสำนักปฏิบัติธรรมอมารีรักษ์ ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ ได้อะเจ้า..ปรากฎว่า ไม่มีใครมาแสดงตัวว่ามีแต่ตัวหนังสือกันสักคนเลย...ฮ่า ๆ ๆ ๆ กริ๊ว ๆ ๆ ๆ..คริคริ..



อยากจะบอกว่า ไอศรีมเนสเล่ของเราซึ่งเหมามาทั้งคันรถ หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงชั่วโมง  ...ชนะเลิศหมดก่อนใคร (สงสัยเพราะคุณน้าพยาบาลคนนี้มังเจ้า..อิอิ.. ) ... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้กลับบ้านในทันทีนะคะ  ยังคงต้องอยู่สนองงานพระอาจารย์ทั้งสองรูป จนงานเลิก เก็บเต้นท์ เก็บโต๊ะ ส่งของที่กุฏิเรียบร้อยแล้ว กว่าจะได้กลับบ้านก็เกือบ 17.00 น. แล้วล่ะค่ะ.. อิ่มอก อิ่มใจ  อิ่มบุญ กันโดยถ้วนหน้า  ก็เลยหอบบุญมาฝากพี่น้องชาวบ้านสวนของเราซะดึกดื่นขนาดนี้...อ่ะเจ้า...คริคริ..


*************************************


ประเพณีทานสลากภัต หรือกิ๋นสลาก หรือตานก๋วยสลาก


พระอาจาร์ยได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งสมัยพุทธกาลนั้น  ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหารนั้น วันหนึ่งมีนางกุมารีได้อุ้มลูกชายวิ่งหนีนางยักขินีผู้มีเวรต่อกันหลายชาติ แล้วติดตามจะทำร้ายลูกของนาง นางเห็นจวนตัวจะวิ่งหนีไปที่อื่นไม่ได้จึงวิ่งเข้าไปในเชตวัน ไปพึ่งพระพุทธเจ้า ขณะที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม พระองค์ทรงตรัสสอนไม่ให้จองเวรต่อกัน นางทั้งสองเห็นชอบชั่วดี นางยักขินีรับศีล ๕ แล้วกราบทูลพระพุทธองค์ว่านางไม่รู้จะไปทำอะไรเพราะรักษาศีลเสียแล้ว ฝ่ายนางกุมารีเห็นดังนั้นจึงอาสาพานางยักขินีไปอุปการะ นางยักขินีจึงตอบแทนอุปการะคุณแก่นางกุมารี โดยพยากรณ์บอกเรื่องอุตุนิยมวิทยา และการทำนาแก่นางกุมารี และยังได้บอกแก่ประชาชนทั่วไปจนร่ำรวย เพื่อตอบแทนคุณนางยักขินีคนเหล่านั้นจึงพากันเอาเครื่องอุปโภค บริโภค อาหารการกิน เครื่องใช้มามอบให้นางเป็นอันมากจนเหลือใช้ นางจึงมาทำเป็นสลากภัต โดยให้พระสงฆ์ทำการจับสลากอุปโลกป์กรรมคือของที่ถวายมีทั้งราคามาก ราคาน้อย พระสงฆ์องค์ใดได้ของมีค่าน้อยก็อย่าเสียใจ ให้ถือว่าเป็นโชคดีของตนไม่ดี

ความสำคัญ
เป็นการสั่งสอนใจคนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ
สอนให้ลูกหลานมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ปู่ย่าตายายผู้ล่วงลับไปแล้ว และสามารถอุทิศผลานิสงส์นี้ไปเป็นเนื้อนาบุญแก่ผู้ตานก๋วยสลากเองเมื่อล่วงลับไป (ทำให้ญาติ แล้วเมื่อตัวเองตายไปก็ยังได้บุญนั้นด้วย บุญสองต่อเลย)

พิธีกรรม
วันดาสลาก ก่อนวันพิธี ๑ วันเรียกว่า ผู้หญิงจะจัดเตรียมสิ่งของปัจจัยเครื่องไทยทานเพื่อบรรจุในก๋วย(ตะกร้าไม้ไผ่) ซึ่งผู้ชายสานเตรียมไว้แล้ว


ต้นก๋วยสลากจะมี"เส้นสลาก" หรือข้อความจารึกชื่อผู้ถวายพร้อมระบุด้วยว่า เพื่ออะไร สำหรับผู้ใด ในวันทานสลาก พระภิกษุตามวัดต่างๆจะได้รับนิมนต์ให้มาร่วมรับการถวายทาน ชาวบ้านที่เป็นศรัทธาวัดก็จะนำก๋วยสลากด้วย กรรมการวัดมีหน้าที่จัดเตรียมสลากอีกชุดหนึ่งเท่ากับจำนวนก๋วยสลากที่ชาวบ้านจะถวาย เมื่อถึงเวลาก็นิมนต์พระสงฆ์ที่มาร่วมพิธีทุกรูปจับสลากได้เบอร์ใดก็จะออกเดินค้นหาต้นสลากที่วางไว้ เมื่อพบแล้วชาวบ้านก็จะถวายทานต้นสลาก หรือบางทีพระสงฆ์ก็อาจอ่านชื่อศรัทธาตามเส้นสลากเพื่อเรียกให้ศรัทธานำเอาก๋วยสลากไปถวาย พระสงฆ์จะให้พรเป็นอันเสร็จพิธี

สาระสำคัญ
การตานก๋วยสลากเป็นการแสดงพลังความสามัคคีของชาวบ้านที่ร่วมมือร่วมใจกันทำบุญกุศลโดยพร้อมหน้า


ทางคติธรรม จะสอนใจพระสงฆ์และสามเณรมิให้ยึดติดในลาภสักการะ รู้จักการตัดกิเลส และหลักการทำบุญตานก๋วยสลากนั้นเป็นวิธีการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งคือการบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ยึดมั่นถือมั่นในลาภ ยศ สุข สรรเสริญ


@ Guys ka..


อย่าประมาทในการทำความดี และการใช้ชีวิต เพราะคุณแน่ใจได้หรือว่า พรุ่งนี้จะยังมีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาทำความดี..


 

ความเห็น

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

แหมๆๆๆ น้องกาย

ตั้งชื่อบล๊อคซะ

55555

อนุโมทนาบุญด้วยจ้า

:admire2:

หน้า