Trip วันหยุด 3 จุดหมาย 2

หมวดหมู่ของบล็อก: 

          เกือบเที่ยงวัน ของวันนั้น (4 พ.ค. 2556) ...

    หลังจาก เดินในวัดพระพุทธบาท ฯ ... จนจุใจ แม้ไม่ทั่ว ... คณะ ครอบครัวเที่ยวท่อง ... ก็ควบคุมยานให้ลือหมุน เคลื่อน ....

     ออกมาถึงถนนแยกประตูวัด ... หมุนพวงมาลัยบังคับรถ เลี้ยว ซ้าย ...

     ขับไปไม่ไกล ... ถึงแยกสัญญาณไฟ ... บังคับเลี้ยวขวา ....

     มุ่งหน้า ... จุดหมาย ที่ 2 ของ Trip นี้

ถึงแล้วครับ ... ที่นี่ คือ สถานที่ตามหมายเที่ยว ครั้งนี้ ที่ครอบครัวตกลงกันไว้

 

สิ่งนี้ ... ตระหง่าน อยู่เบื้องหน้า เมื่อก้าวลงจากรถ ที่ลานจอด

 

     ที่นี่ ... ข้าพเจ้าไม่เคยมา ...

แม้ข้าพเจ้าจะเป็น เป็นผู้ รู้น้อย ด้อยความคิด ตื้นเขินด้านสติปัญญา ... วัดองศา สิ่งดังว่า มีค่า 180 องศา กับคนกลุ่มหนึ่ง ... ที่บอกว่าตนเองเป็นปัญญาชน ... บางคนอยู่ในบทบาท ชี้นำเยาวชน สังคม

      แต่สำนึกของข้าพเจ้า ตระหนัก อยู่เปี่ยมจิต ... ว่า ...

      สิ่งที่จะเห็น ต่อไปนี้ จาก ณ ที่นี่ ... เป็นคุณูปการ ... จากพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทาน แนวพระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์ ... บำรุงสุข ให้ประชาราษฎร์ ...

     ทั่วประเทศนี้ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ทั่วทุกภูมิภาค เป็นอเนก

     ปัญญาชน กลุ่มนั้น ... ตาบอด ตาใส กระนั้นหรือ ?

 

     ได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์ ... ให้ซื้อบัตร ... นั่งรถดูบริเวณเขื่อน

     เดินตามไป ทางต้นเสียง  ... เข้าไปซื้อบัตร คนละ 25 บาท ... ควักจ่ายไป 175 บาท ... ถามเจ้าหน้าที่จำหน่ายบัตร ว่า ขึ้นรถตรงไหน ... เธอก็ชี้บอก ... รับบัตร ...

     เดินออก มาตามชี้ ...

 

 

 

 

 

     มองออกไป ... สะดุดตา ...

     สัญลักษณ์บ่งว่า ... กำลังยืนอยู่บน “เมืองลพบุรี”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    นี่ ... พาหนะที่ จะนำเราไปรู้จักเขื่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ครอบครัว ... พร้อมแล้ว คร้าบบบบบ .....

 

 

 

 

 

 ป้ายชื่อเขื่อน รูปหยดน้ำ ...

ถ่ายจากบนรถนำชม ... ไกลออกไปพอควร

 

นั่งมาอีกหน่อย ... ถึง ประตู ควบคุมระดับน้ำ

มองไปหน้าเขื่อน ... เห็นสันดอนโผล่ ... คงเป็นเพราะแล้งจัด

 

ปล่อยสายตามอง ไกล ... ถึงแม้ไม่เห็นว่า มหานทีที่รวมตัวกัน ณ ที่นี้ ... โดยสารพาหนะอะไรมา ... แต่ก็พอทราบเลา ๆ ว่า เขามาไกลจากจังหวัดเลย โน่นเทียว

 

มองลอด สะพานควบคุมประตูระบายน้ำ ... ไปทางด้านใต้เขื่อน

 

พื้นที่ ด้านล่างหลังเขื่อน

 

นี่ ก็ อีกมุมมอง ด้านล่างหลังเขื่อน

 

นั่งรถไป ประมาณ 15 นาที ... พร้อมเสียง แนะนำ เรื่องเขื่อน ผสม มุข อันเจื้อยแจ้ว จากปากของมัคคุเทศก์ ต้วน้อย ...

 

 

 

 

 

   มองไปทาง ซ้ายมือ ... ก็ปรากฏ ... ภาพนี้

 

 

 

 

 

อีก 2 – 3 อึดใจ ...

ถึงแล้ว ... ภาพที่เห็นไกล ๆ เมื่อกี้

ถ่ายรูป คู่ อีกแล้วครับท่าน ... แกล้งเอาใจไปงั้นแหละ

 

            ภาพหมู่ ครอบครัว ...

มิใช่เอามาเรียกความสนใจ ... แต่ใช้เป็นหลักฐาน ว่า

มาด้วยกัน จริง จริ้ง งงงง ....

 

 

 

 

    เข้าไปดู องค์พระ ใกล้ ๆ ...

    ข้าพเจ้าจำได้ เพียง “หลวงปู่ใหญ่ปาสัก”

    ชื่อ เต็ม ๆ ... เพ่งอ่านกันเอง นะครับ ... ก็ข้าพเจ้าลืม นี่ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 เดินอ้อม ... ไปหลังลานประดิษฐานองค์พระ ...

เห็น ... ตะคุ่ม ๆ ไกลออกไป ...โอววว ... แล้งซะจน สัตว์น้ำค้างแห้ง เยอะ นะ ...

อ้ออออ .... ไม่ใช่ มองไม่ชัด ... วัวน่ะ

 

ตอนนั่งกลับ ... มองพื้นที่ท้ายเขื่อน ... ได้โอกาส ...

เอาภาพ  “แม่น้ำป่าสัก” เดิม ก่อนมีเขื่อน ซึ่งแคบ แต่ลึก  มาฝาก

 

      ภาพล่างนี้ ... ที่เห็นเป็นโดมใหญ่ ๆ ...  สีเทาดำ ... เป็น ที่เก็บ “เอทานอล”  ที่กลั่นจากกากน้ำตาล ... จากโรงงานน้ำตาล ที่เห็นควันสีดำ ลอยห่าง ออกไปลิบ นู่น

     นี่ ... ก็เป็นอีก หนึ่ง ในอเนก พระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระเนตรยาวไกล ทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยอาจประสบกับปัญหาการขาดแคลนต้นพลังงานด้านน้ำมัน และ ปัญหาราคารพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ จึงทรงโปรดให้มีโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ศึกษาการแปรรูป น้ำอ้อยเป็นแอลกอฮอล์

 

     และภาพล่างนี้ ... ก็เป็นอีก หนึ่ง พระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

     ด้วยพระองค์ พระราชทานแนวพระราชดำริ เปลี่ยนพลังน้ำจากเขื่อน ป่าสัก ฯ เป็นพลังงานไฟฟ้า ...

     โรง ไฟฟ้า พลังน้ำโรงนี้ จึงเกิดขึ้น ... แม่จะอยู่ในระยะก่อสร้างก็ตาม ...

     ปัญญาชนทั้งหลายเอ๋ย ... สำเหนียกใน พระมหากรุณาธิคุณเหล่านี้ หรือไม่ ? ...

หากยังไม่สำเหนียก ... จงคลานขึ้นมาจาก  ... “ปลักตมแห่งมิจฉาทิฐิ” ...

แล้ว สดับ เสีย บ้างเถิด

 

     รถบริการ ... กลับมาถึงจุดเริ่มต้น ...

     ลูก ๆ ถ่ายรูปร่วมกับ มักคุเทศ ตัวน้อย  ... และควักรางวัลให้

     พร้อมออกเดินทาง ต่อ ... แต่

ดูบล็อกยาวมาก มากแล้ว ... จะมาเล่าต่อในอีกบล็อก ก็แล้วกัน

หวัดดีครับ

ความเห็น

ตามอ่านของลุง เหมือนไปด้วยตัวเอง มีโอกาสต้องไปบ้างแล้ว

 

ตอนเป็นเด็ก....มีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน กลางคน.....มีเงิน มีแรง แต่ไม่มีเวลา ปั้นปลาย.....มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง

    ขอบคุณครับ ...

      หากจะให้ได้บรรยากาศ น้ำเต็มเขื่อน ... ควรไปช่วงฤดูฝนครับ

ยังไม่เคยไปเหมือนกันค่ะ

"ความสุขของชีวิตในวันนี้ คือทำตามวิถีพอเพียงของพ่อ"

มาเที่ยวกับลุงผมไม่ต้องจ่ายสักบาท ขอบคุณครับ

..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..

 

ลุงพาโลต้องมาอีกช่วง ตอนทุ่งทานตะวันกำลังออกดอกสวยงามมากค่ะ

อ่านแล้วสนุำกกว่าไปเองอีก

พอเพียง พอเพียง