ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand)

1 post / 0 new
werncm
รูปภาพของ werncm
Offline
Last seen: 18 ชั่วโมง 57 นาที ก่อน
Joined: 15 มี.ค. 2019 - 23:23
ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand)

ในปี พ.ศ. 2517 กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 และประกาศใช้เป็นกฎหมาย เมื่อ16 พฤษภาคม 2517 เนื่องจากความจำเป็นต้องให้มีตลาดหรือสถานที่อันเป็นศูนย์กลางการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่มีสภาพสมบูรณ์ภายใต้การควบคุมของทางการ และมีมาตรการอันเหมาะสมเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน เพื่อเป็นการระดมเงินทุนในการพัฒนาประเทศและการพัฒนาตลาดทุนในราชอาณาจักร
23 กุมภาพันธ์ 2522 รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2522 ขึ้น โดยที่พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ได้ประกาศใช้บังคับมานาน มีบทบัญญัติหลายมาตราไม่เหมาะสมกับกาลสมัย สมควรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติเดิมและเพิ่มเติมบทบัญญัติใหม่เพื่อให้เกิดความมั่นคงและเป็นหลักประกันแก่การประกอบการธนาคารพาณิชย์ พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบกิจการด้วย
8 พฤษภาคม 2522 รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 ขึ้น เป็นกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการและหลักเกณฑ์ของธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ โดยการกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" นักลงทุนต่างประเทศขาดความเชื่อถือในสถาบันการเงินไทย พากันถอนเงินออกจากประเทศ ทำให้เงินทุนสำรองของทางการลดต่ำลง จนนำไปสู่การปิดสถาบันการเงินรวม 56 แห่ง ต่อมาจึงได้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายการเงินพร้อมกันถึงสามฉบับ และได้รับการพิจารณาให้นำออกใช้ในปี พ.ศ. 2551 สมัยพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี กฎหมายทั้ง สามฉบับได้แก่
1.พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand)(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
2.พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยยกเลิก พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505
3.พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 เพื่อลดภาระทางการคลังของรัฐ และสามารถกำหนดกลไกต่างๆในการคุ้มครองเงินฝากอย่างเป็นระบบ
การควบคุมอื่น ๆ
พ.ศ. 2530 ได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร โดยพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 พิกัดอัตราศุลกากรนี้ได้ใช้ระบบจำแนกประเภทสินค้าและรหัสประเภทพิกัดของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร ที่เรียกว่า ระบบ ฮาร์โมไนซ์ (Harinonized System) โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2531
พ.ศ. 2531 ได้มีการพิจารณาว่าโครงสร้างอัตราเงินเดือนข้าราชการในขณะนั้นยังไม่เหมาะสมเนื่องจากมีความแตกต่างกับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในลักษณะใกล้เคียงกันในภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจมาก ประกอบกับกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นว่าฐานะการคลังของรัฐบาลดีขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้น จึงเห็นสมควรปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนข้าราชการให้เหมาะสมกับภาวะหน้าที่ความรับผิดชอบ และให้เกิดความเป็นธรรมเมื่อเทียบกับกลุ่มอาชีพอื่น ตามบัญชี ก และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2532
พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง "คณะกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบ" สาเหตุเนื่องมาจากมีการประกอบธุรกิจการเงินนอกระบบ ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ คณะกรรมการชุดนี้จะกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการเงินนอกระบบทั้งหมด สำหรับให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงาน
1 เมษายน พ.ศ. 2533 รัฐบาลอนุมัติให้ทำการปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนข้าราชการ จากบัญชี ก เป็นบัญชี ข โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2534
การมีธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ bank of thailand เข้ามากำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมทั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นั้น ทำให้บริษัทประกันภัยต่าง ๆ ต้องตกอยู่ในการดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย ดังนั้นการทำธุรกรรมทางการเงินของประชาชนไม่ว่าจะเป็นการประกันภัย หรือการประกันการเดินทางทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การโอนเงินเพื่อการใช้จ่าย การวางแผนทางการเงินหรือการชำระหนี้ต้องอยู่ในการดูแลของธนาคารพาณิชย์อย่างเข้มงวดระยะหนึ่ง ต่อมาภายหลังจึงได้มีการผ่อนปรนบ้างตามสมควรแก่กรณี