ถ้าใครคิดจะแต่งรถยนต์อย่าลืมดูเงื่อนไขของประกันภัยที่เราได้ทำเอาไว้ด้วย

1 post / 0 new
werncm
รูปภาพของ werncm
Offline
Last seen: 1 สัปดาห์ 6 วัน ก่อน
Joined: 15 มี.ค. 2019 - 23:23
ถ้าใครคิดจะแต่งรถยนต์อย่าลืมดูเงื่อนไขของประกันภัยที่เราได้ทำเอาไว้ด้วย

แน่นอนว่าใครๆ นั้นต่างก็มีความชื่นชอบที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น บางคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องรถนั้นก็อาจจะมีทั้งชอบแต่งรถเฉยๆ ให้มีความสวยงามแตกต่าง บางคนนั้นก็อาจจะชอบแข่งรถเพราะชื่นชอบความเร็ว ส่วนบางคนนั้นก็อาจจะเป็นคนที่ชอบรถรักรถเหมือนกัน แต่ไม่ชอบแต่งมากมาย โดยอาจจะแค่มีการติดสเกิร์ตและเปลี่ยนลลายล้อแม็กซ์เท่านั้น และก็ไม่ใช่คนที่จะไปแข่งขับรถหรือขับรถด้วยความเร็ว เป็นต้น ซึ่งเมื่อพูดถึงเกี่ยวกับรถนั้นสิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ คือ เรื่องของ ประกันรถยนต์ นั่นเอง
โดยส่วนใหญ่นั้นถ้าหากเป็นมือใหม่หรือเป็นระยะเวลาคุ้มครองแล้วก็อาจจะหา วิธีต่อประกันรถยนต์ ที่ถูกลง รวมถึงหาช่องทางการต่อประกันที่ง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็จะต่อประกันผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงการ ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ด้วย โดยสิ่งที่ยากนั้นก็คือ การหาเลือกว่าจะทำ ประกันรถยนต์บริษัทไหนดี นั่นเอง และในวันนี้สำหรับใครก็ตามที่ชื่นชอบการแต่งรถยนต์นั้นก็ควรที่จะศึกษารายละเอียดเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยที่เราได้ทำไว้ให้ดีด้วย
ทั้งนี้ก็เพราะว่าการทำประกันรถยนต์ โดยเฉพาะประเภท ประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นอาจจะไม่สามารถคุ้มครองรถของเราได้ทุกชิ้นส่วนถ้าหากว่าเกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการแต่งรถยนต์หรือเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ของเรานั่นเอง ฉะนั้นเราจึงต้องศึกษาข้อมูลจากเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ให้ละเอียด ซึ่งในหลายๆ กรณีบริษัทประกันก็มีสิทธิ์ปฏิเสธไม่จ่ายค่าซ่อมแซมหรือเคลมชิ้นส่วนนั้นๆ ถ้าหากมีการตกแต่งเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงสภาพบางส่วนไปหลังจากการซื้อประกันภัย โดยไม่ได้แจ้งให้บริษัทประกันทราบล่วงหน้า
ทั้งนี้การการแต่งรถสวย ส่วนใหญ่นั้นก็มี 2 ลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการชดใช้ค่าเสียหายจากการประกันภัย ได้แก่
1. การดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มความเร็ว อย่างเช่น การวางเครื่องใหม่ที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่กว่ามาตรฐาน ซึ่งทางบริษัทประกันภัยนั้นจะไม่พิจารณารับประกัน ทั้งนี้ก็เพราะว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงภัยให้มีมากขึ้นนั่นเอง
2. การตกแต่งเพิ่มเติม ได้แก่ การติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่ง ส่วนควบต่างๆ นั้นก็จะต้องมีการแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อการพิจารณาว่าจะรับประกันภัยหรือไม่ อย่างเช่น การเปลี่ยนไฟจากฮาโลเจนเป็นโปรเจคเตอร์ เปลี่ยนล้อแม็ก ติดตั้งสปอย์เลอร์ รวมถึงรถที่ติดตั้งก๊าซ NGV หรือ LPG เพิ่มเติม (ซึ่งไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่มาจากโรงงาน)
ดังนั้นถ้าหากว่าภายหลังจากที่เราได้ทำประกันภัยรถยนต์ แล้วเกิดมีการดัดแปลงสภาพหรือตกแต่งเพิ่มเติมขึ้น เรานั้นก็มีความจำเป็นต้องแจ้งให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ทราบด้วย โดยการส่งเป็นภาพถ่าย หรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสภาพรถยนต์ก็ได้ เพื่อบริษัทจะได้แจ้งให้เราทราบว่ามีความคุ้มครองหรือไม่อย่างไร ซึ่งถ้าหากมีการคุ้มครองนั้นทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ก็จะทำการออกเอกสารสลักหลังให้ และก็อาจจะมีการเรียกค่าเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมตามระยะเวลาความคุ้มครองที่เหลือ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการยืนยันความคุ้มครองโดยที่ไม่ต้องเกิดการโต้เถียงหรือเสียเวลาในการตรวจสอบ ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนั่นเอง