ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีประเภทไหนบ้าง

1 post / 0 new
ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (ยังไม่ยืนยันความถูกต้อง)
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีประเภทไหนบ้าง

มีใครที่ยังสับสนอยู่บ้างว่าประกันรถแต่ละประเภทต่างกันยังไงบ้าง ควรต่อประกันรถประเภทไหนถึงจะดี หรือแม้แต่ควรจะต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี หลายคนอาจส่ายหน้าว่าไม่เห็นจำเป็นเลยที่ต้องทราบ พอเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นค่อยถามบริษัทประกันที่ทำอยู่เอาก็ได้ หรือไม่ก็ตอนซื้อประกันเค้าก็บอกเราเองนั่นแหละ สำหรับใครที่คิดแบบนี้จริงๆ ก็เหมือนพลาดเหมือนกันนะ เพราะเรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องรู้ไว้ใช่ว่าเรื่องนึงเลย เพราะหากเราทราบความแตกต่างของประกันประเภทต่างๆ เราก็จะรู้เงื่อนไขของแต่ละบริษัทที่ซื้อว่ามีอะไรที่เหนือกว่าหรือไม่ก็สิ่งที่บริษัทอธิบายเพื่อขายประกันไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมจากความคุ้มครองที่เราควรจะได้อยู่แล้ว
สำหรับประเภทของประกันรถนั้นมีอยู่ 5 ประเภทด้วยกัน เรียงตามลำดับความคุ้มครองสูงที่สุดไปต่ำสุด นั่นก็คือประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2 พลัส, 2, 3 พลัส และ 3 ซึ่งทั้ง 5 ประเภทนี้ถือเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ นอกเหนือไปจากพรบ.รถยนต์ที่เป็นภาคบังคับนั่นเอง
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากให้ความคุ้มครองมากที่สุด ซึ่งประกันชั้น 1 เคลมอะไรได้บ้างนั้น ก็จะคุ้มครองตั้งแต่กรณีที่เกิดอุบัติเหตุจะคุ้มครองความเสียหายของรถคันที่เอาประกันภัยและรถของคู่กรณี เมื่อรถผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุนั้น ความเสียหายของรถจากไฟไหม้ รถหาย น้ำท่วมรถ และยังมีกรณีอื่นๆ เช่นค่าใช้จ่ายในการลากจูงรถ ความเสียหายที่เกิดกับกระจกรถ หรือจะเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีอย่าง ชนเสา ฟุตบาธ ถอยชนกำแพง เป็นต้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถใหม่และมือใหม่หัดขับที่การขับชนนั่นชนนี่ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 พลัส หรือ 2+ ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมสูงเช่นกัน เรื่องของความคุ้มครองก็เหมือนประกันชั้น 1 เลยเพียงแต่คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่คู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก หรือเรียกง่ายๆ ก็คือรถชนรถนั่นเอง ซึ่งก็รวมไปถึงกรณีรถไฟไหม้ รถหาย น้ำท่วมรถด้วยเหมือนกัน แต่ใครที่ชอบขับไปชนนั่นชนนี่แบบไม่มีคู่กรณีคงไม่เหมาะกับประเภทนี้เท่าไหร่ จะเห็นว่าประเภทนี้เป็นที่นิยมไม่น้อยเนื่องจากค่าเบี้ยประกันไม่สูงโหดเท่าชั้น 1 เรียกว่าเซฟเงินในกระเป๋าไปส่วนหนึ่งแต่ได้ความคุ้มครองที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เหมาะกันคนที่มีประสบการณ์ในการขับขี่ระดับหนึ่ง และเหมาะกับรถที่มีอายุการใช้งานนานหรือรถเก่าที่ไม่สามารถต่อประเภท 1 ได้แล้วนั่นเอง
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 ซึ่งชื่อคล้าย 2+ ก็จริง แต่ความคุ้มครองไม่ใกล้เคียงเท่าไหร่ เนื่องจากประเภทนี้ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถคันที่เอาประกันภัย และการพลิกคว่ำ เรียกง่ายๆ ว่าชนคันอื่นเองก็ต้องซ่อมเอง ฉะนั้นจะเหมาะกับมือเก๋าในการขับขี่ถึงจะคุ้มค่าด้วยเบี้ยประกันที่ถูกลงไปอีก
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 พลัส หรือ 3+ คุ้มครองความเสียหายของรถเราหรือรถผู้เอาประกันและรถคู่กรณี ในกรณีรถผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดและเป็นกรณีรถชนรถเท่านั้น และไม่ครอบคลุมกรณีไฟไหม้หรือรถหายเหมือนชั้น 1 และ 2
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 คุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ความเสียหายต่อรถยนต์ และทรัพย์สินของคู่กรณี ในกรณีที่เราหรือผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิดเท่านั้น ส่วนความเสียหายต่อรถของเรานั้นต้องจ่ายเอง
เมื่อทราบรายละเอียดของประเภทต่างๆ ไปแล้วคงทำให้เลือกได้ง่ายขึ้นว่าควรจะซื้อประเภทไหนดี และที่สำคัญกรณีเกิดอุบัติเหตุจะได้เจรจาได้ถูกและมีความเข้าใจในการประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเองได้นั่นเอง