ขอคำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงหมูหลุม

เรียน  อ.สุทัศน์

เรื่อง  การเลี้ยงหมูหลุม

  คือช่วงปีใหม่นี้ ผมจะสร้างโรงเรียนเพื่อให้พอเลี้ยงหมูหลุม ลงสัก 10 ตัวก่อน ขอคำปรึกษาดังนี้ครับ (เลี้ยงที่ จ.ขอนแก่น)

       1.หาซื้อลูกหมูได้ที่ไหน พันธุ์อะไรดีครับ (แถวบ้านยังไม่ใครเลี้ยงเลย)

       2.หากซื้อพันธ์ทั่วๆไปมาเลี้ยงจะปรับตัวได้ไหมครับ

       3.ต้องลูกหมูประมาณกี่เดือนถึงจะปลอดภัย ไม่เสี่ยงที่จะตายครับ

       4.แนวทางการตลาดและแนวโน้มราคาของตลาดของหมูอนาคตจะเป็นอย่างไร

       5.ตอนนี้เริ่มเบื่อชีวิตใน กทม.(ทำงานลูกจ้าง) กะว่าจะลองไปเลี้ยงหมูปูทางสู่การเกษตกรรมอื่นไว้ก่อน นะครับ

  แต่ก็ยังกังวลเนื่องจากยังไม่เคยมีประสปการณการเลี้ยงหมูหลุม(อาศัยศึกษาข้อมูลทาง net และนำไปถ่ายทอดให้พ่อเลี้ยงดูก่อน)แต่ก็ยังกังวลเรื่องการตลาดการขายหมู ครั้นจะขายภายในหมู่บ้านทั่วๆไปกลัวจะไม่คุ้มกับต้นทุน คิดว่าต้องขายเป็นรุ่นๆรุ่นละ 10 ตัวน่าจะคุ้ม (ดีกว่าขายที่ละ 1-2 ตัว) แต่ก็ยังไม่รู้จักพ่อค้า อยากให้อาจาร์ยแนะนำด้านนี้ให้ด้วยครับ

        ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณอาจาร์ยมากที่ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องการเลี้ยงหมูหลุมทาง WWW.BANSUANPORPEANG .COM เพื่อให้ความรู้กับคนที่คิดจะทำอาชีพการเกษตร

                                                                                                                                      ขอบคุณครับ               

จากการที่พวกเราได้เลี้ยงหมูหลุมและประสบผลสำเร็จกันมากขึ้น ก็จะมีปัญหากับพวกพ่อค้าเขียงหมู ที่เป็นมือเท้าของกลุ่มนายทุนและเห็นแก่ตัวเป็นส่วนมาก ทำให้หลายกลุ่มที่ได้ร่วมกันเลี้ยงเปิดเขียงขายกันเอง โดยเน้นที่เป็นเนื้อหมูธรรมชาติรสดีราคาถูก(ตลาดขายเนื้อ 120บาท/กก. พวกเราขาย 100บาท/กก.) บางส่วนก็ได้ทำการแปรรูปเป็นอาหารอื่นๆ ซึ่งในเขตพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ราชบุรี เพชรบุรี ไม่ค่อยมีปัญหาด้านการตลาด ที่พวกเราจะได้คือ

  1. การเลี้ยงหมูหลุมจะมีต้นทุนการเลี้ยงแบบของผมไม่เกิน 35-40 บาท/กก.หมูเป็น(ขึ้นกับราคาลูกหมูและราคาหัวอาหาร) ซึ่งณ.ปัจจุบันราคาที่รับซื้ออยู่ที่ 54 บาท/กก.
  2. ก๊าซมีเทนที่จะมาใช้ในการทำอาหาร ให้ความร้อน ผลิตไฟฟ้า และขณะนี้ผมกำลังพัฒนาไปสู่การปั่นไฟเพื่อขายให้กับ กฟผ.
  3. ปุ๋ยหมักจากวัสดุที่รองคอกและของเสียจากการขับถ่ายของหมูวันละ 1กก./ตัว ที่จะนำไปใช้ในการปลูกผักผลไม้ ที่จะลดรายจ่ายในการนำมาบริโภคเองและเป็นรายได้เสริมอีกส่วน

รัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของชาวบ้าน เป็น....ให้กับกลุ่มทุนเสียมากกว่า ราคาเนื้อหมูรอบเขตกทม.ราคา 100 บาท/กก.ขณะที่ในกทม.เขตเสียงสนับสนุนของพรรครัฐบาลเป็นส่วนมากกับมีราคาสูงมากกว่า ถ้าพวกเราไม่ร่วมมือกันทำจะไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้อย่างเท่าเทียมเสมอภาคในสังคมไทย เห็นได้ชัดเจนมากในเรื่องของการสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การคุ้มครองควบคุมมาตราฐานปุ๋ยอินทรีย์ที่ขายในท้องตลาด การวิจัยพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการเก็บภาษีนำเข้าปุ๋ยเคมีบน...ล่าง....เพื่อเข้ากระเป๋าหน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องก็ไม่รู้ ที่แสนจะง่ายสะดวกและไม่มีขั้นตอนใดๆ(ประมาณ4,000,000ตัน/ปี ตันละไม่กี่พันบาท) 

เห็นด้วยครับอาจาร์ย  หยั่งงี้เมื่อไหร่ เกษตรกรตาดำๆ จะลืมตาอ้าปากได้ซักกะที

สวัสดีครับ จำป้อจายคนนี้ได้ก่

สำหรับผู้สนใจจะทำการเกษตรอินทรีย์ผสมผสานยั่งยืนหรือเกษตรธรรมชาติหรือเกษตรพอเพียงหรือเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อมอะไรก็แล้วแต่ ก็คงต้องรีบปรับตัวและเตรียมการได้แล้ว สำหรับผมก็คงจะหาผู้มีความตั้งใจและพร้อมจะทำเป็นรายจังหวัด เพื่อให้ทุกจังหวัดได้มีผู้ประกอบการด้านนี้เป็นตัวอย่างในพื้นที่นั้นๆ ด้วยการเข้าไปร่วมช่วยด้านต่างๆ อย่างเช่นปีนี้ที่จังหวัดเชียงราย ช่วยฟาร์มเพาะพันธุ์หมูเพื่อขายให้กับผู้สนใจการเลี้ยงหมูหลุม(จัดหาพ่อแม่พันธุ์ให้เกือบ100ตัว)และเลี้ยงหมูหลุมตัวอย่าง100ตัว(จัดหาหัวอาหารสำหรับหมูหลุมเฉพาะให้ พร้อมจัดตั้งให้เป็นศูนย์การจำหน่ายให้กับผู้สนใจ และช่วยเรื่องการทำอาหารผสมสำหรับหมูหลุม) ปลูกพืชผักผลไม้จากปุ๋ยหมักหมูหลุม และจะเริ่มการทำถังหมักไบโอก๊าซ เพื่อนำมาใช้ในกิจการด้านการเกษตรต่างๆของฟาร์มเช่นปั๊มน้ำ ให้ความร้อน กกลูกหมูลูกไก่พื้นเมือง หุงต้ม อบพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปั่นไฟฟ้า(ซึ่งต้องทำการเลี้ยงหมูให้ได้ย่างน้อย 200 ตัว) และกำลังทำที่จันทบุรีอีกที่หนึ่ง

การวางผังและกำหนดพื้นที่  ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ

ยึดหลักการลงทุนให้น้อย และ สามารถจะทำการเกษตรตามสภาพพื้นที่ โดยการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ให้น้อยสุด แต่คงไว้ซึ่งพื้นที่ให้ได้อัตราส่วนที่พอเหมาะดังนี้

  • พื้นที่การปลูกพืช 40-50%
  • พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 30-35%
  • พื้นที่อยู่อาศัย 10%
  • พื้นที่เก็บกักน้ำ 5-20%

Khun kitipong ทำเมื่อไรบอกผมมาได้เลย ปีหน้านี้คงได้ทำอีสานหนึ่งที่ ใต้หนึ่งที่แน่ๆ ถ้าพวกเราพร้อม

ปีหน้าผมจอง  1 ที่นะครับอาจารย์
ฝันใกล้เป็นจริง เพราะจะได้โค่นยางเร็วกว่าที่คิด

ปีหน้าจะไปช่วยครับ ก็เตรียมที่หลับที่นอนสักครึ่งเดือนดีไหม จะได้ให้เสร็จเลยในครั้งเดียว และพืชผักสวนสมุนไพรให้พร้อมกับการบริโภคของผมด้วยนะครับ แบบว่าน้ำพริกกุ้ง-น้ำบูดู ผักจิ้มเก็บจากสวนเราเองและข้าวร้อนๆ....เฮ้อ....แค่นี้ก็สุขแล้วครับท่าน

เรื่องน้ำบูดูไม่ต้องห่วงครับ เมนูเด็ดฝีมือพ่อ สุดยอดอยู่แล้ว
เรื่องที่นอนเลือกได้เลยครับ ในบ้าน ระเบียงบ้าน ศาลานาบ้าน หรือกางเต๊นท์ในสวนยางLaughing

เรียน อาจาร์ย์ สุทัศน์

เรื่อง   เลี้ยงหมูหลุมต่อ

       ผมจะลาพักร้อนลงอีสานวันที่ 3-8 มกราคม 2553 นี้ครับ เพื่อลงไปสร้างโรงเรียนเลี้ยงหมูหลุม ช่วงนี้ก็ศึกษาเรื่องวิธีการเลี้ยงตามเนื้อหาที่อาจารย์นำมาลงไว้ ซึ่งมีบางจุดที่ยังไม่เข้าใจจะขอปรึกษาอาจาร์ยดังนี้ครับ

1.เลี้ยงหมู 10 ตัว พื้นที่ 4*5 เมตร ใช้พื้นประมาณนี้หรือไม่ครับ

2.หลุมที่ขุด 90 ซม. จำเป็นต้องมีผนังก่ออิฐกั้นดินถล่มลงมาหรือไม่ เห็นบางรูปมี,บางรูปก็ไม่มี หากไม่ใช้ผนังก่ออิฐสามารถใช้อะไรแทนได้ครับ

3.หลังจากเทวัสดุลงหลุมแล้วเหลือระยะห่างจากรองพื้นชั้นบนสุดกับปากหลุมไว้ 30 ซม.ใช่หรือไม่ครับ

4.หัวเชื้อ IMO2+น้ำจุลินทรีย์ คืออะไรครับ รูปร่างลักษณะเป็นยังไงครับ ราคากระสอบละเท่าไหร่ หาซื้อได้ที่ไหนครับ (ตอนนี้ผมทำงานอยู่แถวกทม.(สุขุมวิทครับ) เนื่องจากเกรงว่าจะหมักเองไม่ทันใช้งานนะครับ

5.อาจารย์มีวิดีโอ สาธิตการเลียงหมูหลุมไหมครับ อย่างละเอียดนะครับ เพื่อนำไปเปิดให้กับพ่อที่บ้านผมศึกษาการเลี้ยงดู เนื่องจากแกอ่านหนังสือไม่ค่อยจะออกนะครับ

                                      รบกวนสอบถามอาจาร์ยเท่านี้ก่อนครับ

                                                       ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ จำป้อจายคนนี้ได้ก่

เลี้ยงหมูหลุมเพื่อปุ๋ยหมักและไบโอก็าซมาใช้ในชีวิตประจำวัน

       วันที่ 3-8 มกราคม 2553 นี้ผมจัดเวลาให้ท่านเลย แต่จะลงไปสร้างโรงเรืยนเลี้ยงหมูหลุม ไม่รู้ว่าเตรียมงานหรือยังและจะทันไหมน้อ วัตถุดิบอาหารหมักจะมีพอไหม(หยวกกล้วยที่ต้องใช้หลายที่หาไม่ทัน เพราะคิดว่าหาง่าย มีพอ ผลสุดท้ายล้วนมีปัญหาครับ) เอาเป็นว่าอ่านดูที่ตอบก่อน ส่วนเรื่องที่ยังไม่เข้าใจจะขอตอบเป็นข้อๆดังนี้ครับ

1.เลี้ยงหมู 10 ตัว ใช้พื้นประมาณ4*5 เมตรสำหรับการรับของเสียจากหมูที่เหมาะกับการเป็นปุ๋ยหมักเมื่อหมูโตจับขายได้แล้ว แต่ถ้าจะทำไบโอก๊าซเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่จำเป็น เหลือเพียง 1.5ตรม./ตัวก็พอแล้ว

2.หลุมที่ขุด 70-90 ซม. ไม่จำเป็นต้องมีผนังก่ออิฐ ใช้อะไรก็ได้ที่สามรถกันน้ำเข้า(ที่ลุ่มน้ำท่วมขัง)และออกจากคอก และสามารถกั้นไม่ให้หมูดุนหรือขุดทะลุออกมาได้(เห็นหลายที่แล้วที่หมูหลุดออกมา ให้วิ่งจับแทบลิ้นห้อยนะ) หากไม่ใช้ผนังก่ออิฐสามารถใช้กระเบื้องเก่า(อายุการใช้งานเป็น 10ปีสำหรัยการใช้อิฐและกระเบื้อง ซึ่งจะยาวกว่าแบบอื่นๆ กระสอบปุ๋ยใส่วัสดุเหมือนการทำฝายแล้วตอกไม้หรือไม้ไผ่ยึดให้ลึกแทนได้ครับ

3.หลังจากเทวัสดุลงหลุมแล้วเสมอกับปากหลุม แกลบรองพื้นชั้นบนสุดท่วมปากหลุมและชานที่เหลือทิ้งไว้รอบทั้งสี่ด้าน ที่เหลือไว้ 10-30 ซม.คือคันรอบข้าง ไม่ใช่ขอบหลุมครับ ขอบหลุมห่างจากคันของคอกประมาณ50 ซม.รอบในทั้งหมดทุกด้านเพื่อจุดประสงค์อื่นที่สำคัญมาก สำหรับการเลี้ยงในฤดูร้อน เนื่องจากขบวนการหมักจะเกิดความร้อนทำให้หลุมร้อนเกินไปในกลางวันฤดูร้อน

4.หัวเชื้อ IMO2+น้ำจุลินทรีย์ คือเชื้อจุลินทรีย์ที่เหมือนกับ EM แต่จำนวนชนิดมากกว่า (จากการตรวจสอบมาแล้ว และเป็นเชื้อที่ปรับตัวแข็งแรงในพื้นที่แล้ว) ถ้าหมักไม่ทันก็อย่าเพิ่งเลี้ยงหมูเลย ที่ล้มเหลวมากก็มีปัญหาการหมักด้วยครับ

5.ไม่ได้ทำไว้ แต่จะมีหนังสือที่ผมได้รวบรวมการทำจากที่ต่างๆไว้ เพื่อให้กับผู้ที่ลงมือทำในพื้นที่เขา ที่ผมได้เข้าไปช่วยทำด้วย ผมไม่อยากได้เงินโดยที่เขาไม่ได้ทำจนสำเร็จ ส่วนการสาธิตการเลียงหมูหลุมหรือการทำแบบผักชีโรยหน้าเพื่อให้คนชมผมไม่ขอทำ แต่จะพาพ่อที่บ้านไปดูที่เขาทำสำเร็จแล้วหลายๆที่เพื่อย้ำความสำเร็จของผู้ที่ได้ทำอย่างจริงจังครับ

ขอขอบคุรอาจารย์ สุทัศน์ที่ให้ความอนุเคราะห์ตอบปัญหาข้อสงสัยต่างๆของกระผมจนกระจ่าง

วันจันทร์ ที่ 23/11/52 เวลา 10:00 น .สถานที่บิ๊กซีราชดำริ ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิร์ลนะครับ คงได้มีโอกาศพบเจออาจารย์ครับ

                                                                                     ด้วยความเคารพพ

สวัสดีครับ จำป้อจายคนนี้ได้ก่

หวัดดีค่ะ  คุณ  suthus

ส้มได้ข่าวข้อความที่คุณลงไว้ว่า  

วันจันทร์ ที่ 23/11/52 เวลา 10:00 น .สถานที่บิ๊กซีราชดำริ ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิร์ลนะครับ คงได้มีโอกาศพบเจออาจารย์ครับ

 

 

ไม่ทราบว่ามีการอบรมการเลี้ยงหมูหลุมกันที่นั้นหรือป้าวค่ะ  พอดีส้มก็สนใจ  อยากได้ข้อมูลให้ที่บ้านต่างจังหวัดเลี้ยงนะค่ะ

 

 

 

หน้า