การปลูกผัก ... ที่ญี่ปุ่น ( โดยพี่ดา ) - ๑

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ไมได้ บล๊อกนาน พอควร เนื่องจาก ... ฮา หลายเหตุผล

ตั้งแต่ร่อนเร่ มาทำงานที่ญี่ปุ่นก็แทบไม่ได้เขียนไรเลยด้วยเวลา แล้วก็ อะไรหลายๆ อย่าง แต่หลังจากว่างงาน แล้ว คิดว่าน่าจะได้กลับมาเขียน ไร กวนๆ เอ้ย เขียน บลอกได้บ่อยๆ เหมือนเคยๆ ช่วงนี้เตรียมตัวกลับ เมืองไทย พอจะมีเวลา เลย อยากจะเขียนไร นิดๆ หน่อยๆ

วันนี้จะเล่าเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ ดอกไม้ แล้วก็ ผักในญี่ปุ่นให้พี่ๆ เพื่อนๆ ลองอ่านๆดู โดยเฉพาะสำหรับหลายๆ คนที่อยากจะปลูกแต่ยังไม่ได้ลงมือเสียทีนะครับ ปกติการปลูก พืชผัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโตเกียว เมืองที่ ขึ้นชือว่าค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก แล้วถ้าใจไม่รักจริงๆ พร้อมกับความพยายามอย่างมาก ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เช่น ถ้ามีบ้าน พื้นที่บริเวณบ้าน ก็จะเท่ากับกอตะใคร้ ๑ กอ ( ตัดใบแล้วนะ ) หรือ ไม่ก็ เท่ากับ กุหลาบหนึ่งกอ แบบนี้ถือเป็น บริเวณรอบพื้นที่บ้าน แบบมาตรฐานทั่วๆไป ถ้าจะปลูก พืชผักหรือดอกไม้ ..ก็จะได้แค่ วางได้แค่ ๑ กระถางก็จะหมดบริเวณบ้านของตัวเองแล้ว

ฉะนั้นโดยส่วนใหญ่แล้ว คนที่ปลูกผักเขาจะไปขอปลูกในที่ๆ ทางหน่วยงานท้องถิ่น จัดไว้ให้ ( ถ้ามีใช่ว่าทุกเขตจะมี ) ... แล้วกว่าจะได้ปลูกก็ ต้องลงไม้ ลงมือ ลงเงิน .. พร้อมทั้งอาศัยโชคด้วย นะคับ ใช่ว่าอยากจะปลูกแล้วก็ปลูกได้เลย


ลำบากยังไงน่ะเหรอคับ 
ท้าวความนิดนึงนะคับ

ปกติ คนที่มีที่ดินอยู่ ถ้าไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร จะถูกเก็บภาษีที่ดิน ค่อนข้างเยอะมาก
แต่ถ้า มีการอนุญาติ ให้สาธารณะเอาไปทำประโยชน์ได้ก็จะได้รับการยกเว้น . ที่ดินแถวบ้านพี่ดา ก็มีหลายแปลงเหมือนกัน ที่เจ้าของยังไม่ได้ทำอะไร เขาก็จะไปแจ้ง หน่วยงานท้องถิ่น ทางหน่วยงานก็จะ เป็นผู้จัดสรร ให้มีการทำประโยชน์ แถวบ้าพี่ดาเขาก็จะจัดสรรให้นำมาทำการเกษตร พวกปลูกผัก ผลไม้ต่างๆ จะมีการจัดสรรให้ คนล่ะ ๒ ปีต่อ ครั้ง

คนที่ต้องการปลูกก็จะไปแสดงความจำนง ... โดยส่วนใหญ่แล้ว ทุกๆ ครั้งจะมีคนที่ต้องการปลูกมากกว่า จำนวน แปลงที่จัดสรรไว้ ทุกครั้ง ก็ต้องมีการจับฉลาก กัน ใครโชคดีก็ได้ไป

สำหรับคนทีโชคดี


ถ้าจับฉลากได้ .... เขาจะมีค่าธรรมเนียม ๗,๐๐๐ เยน / ๒ ปี ประมาณ ๒,๗๐๐ เงินบาท
สำหรับค่าธรรมเนียมนี้ก็ใช่วาจะเสียเงินให้เจ้าของที่หรือ หน่วยงานท้องที่ แต่อย่างใด

เพราะว่า จะเป็นค่าจัดการ พวกขยะ เศษวัชพืชต่างๆ  อุปกรณ์ต่างๆ ที่จัดไว้สำหรับบริการ เช่น จอบ พลั่ว เสียม ที่สำคัญจะเป็นค่าน้ำสำหรับรดผัก ( ค่าน้ำที่โตเกียวแพงมาก เพราะว่า เวลาเราจ่ายค่าน้ำ เราจะต้องเสียค่าบำบัดน้ำเสีย ในขณะเดียวกันด้วย )



นอกจากนี้เขายังจะมีการจัดอบรมให้ ความรู้ก่อนลงมือปลูกอีก เขาก็จะให้ ความรู้เกี่ยวกับ พืช แล้วก็ฤดูต่างๆ ที่เหมาะกับการปลูกแต่ล่ะช่วง พืชที่ควรปลูก แล้วก็ไม่ควรปลูก ความรับผิดชอบต่างๆ เขาก็จะมีการ ทำนามบัตร .. ให้พก หัอยบัตรทุกครั้ง ก่อนเข้าสวน ..เพื่อกันปัญหาหลายๆ อย่าง ( ก็ไม่ค่อยมี หรอก แต่ก็เป็นการกันไว้ก่อน )

ฟังดูแล้วสำหรับคนญี่ปุ่นหลายๆ คนเขาก็เลือกที่จะอยู่เฉยๆ ไม่ดิ้นรนเพื่อจะให้ได้มา ซึ่งความยุ่งยากต่างๆ นานา เพราว่า ใช่ว่า ดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ้ง สิทธิในการ ปลูกแล้วก็ยังต้องเสียเงินค่า เมล็ดผัก (ที่ก็ไม่ถูกนะคับ ) ค่าปุ๋ย ปูนขาว มุ้งสำหรับกางกันแมลง พลาสติกสำหรับ กันหิมะ ให้ความอุ่น รวมทั้ง พลาสติกปูที่แปลง สำหรับกันวัชพิชต่างๆ อ้อ ยังมีพวกปุ๋ย จะอินทรีย์ หรือ ปุ๋ยเคมีก็แล้วแต่คน แต่ส่วนใหญ่จะทำเกษตรแบบ ปลอดเคมีมากกว่า แล้วที่นี่เขาจะไม่ฉีดยาฆ่าแมลงกัน

มันลำบากมากมากใช่เปล่าคับ จะปลูกผักทั้งทีเรื่องมากจัง มาดูภาพกัน :D

ขนาดของแปลง ประมาณ ๒.๕๐ X ๔ เมตร ประมาณนี้

 

พี่ดากับพี่หมี มาสำรวจแปลงสำหรับลงมือปลูก
พี่ดา โชคดีสองชั้น สำหรับปลูกครั้งนี้ ชั้นที่ ๑ คือจับฉลากได้ ชั้นที่ ๒ คือได้แปลงเดิมจากครั้งที่แล้ว
ก็ทำให้รู้ว่า ดินเราเป็นยังไง ปีที่แล้วใส่ปุ๋ย หรืออะไร ลงไปบ้างแล้ว

 

จากนั้นก็ต้องหาไม้มากั้น ไม่ให้ดินมันใหลออกรวมทั้ง ทำเขตแปลงของตนเองด้วย
แปลงข้างๆ ลงปูนขาวแล้ว ( ทิ้งไว้ ๓ - ๔ วัน ก่อนปลูก )

 

ที่เก็บเครื่องมือส่วนกลาง

 

ที่เก็บ

พี่ดากำลังไปจีบ คนอื่นๆ แถวนั้นอยู่ ( ขอไม้ ที่กั้น แล้วก็ แรง ฮา )


ยังมีภาพ รายละเอียด แล้วก็ ความคืบหน้า อื่นๆ เดี๋ยวจะทยอยๆ เล่าให้ฟังนะคับ บลอกนี้ดูท่าจะยาวไปแล้ว เจอกัน บล๊อกหน้านะคับ

ความเห็น

พี่ดา ปลูกผัก

ป้อมก็ปลูกรักไง จีบสาวญี่ปุ่นมาฝากพี่สักคนด้วยนะ

จะปลูกต้นไม้ในใจเธอ


โห พี่ต่าย
ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังอย่างแรงงง ...

พยายามปลูกเหมือนกัน แต่ ... สงสัย ได้พันธุ์มาไม่ดี ...

ขาดปุ๋ย ....ไม่ชินกับสภาพอากาศอย่างแรงด้วยคับ .. แหลวไม่เป็นท่า ... ต้นรัก ตายตั้งแต่ตอนเพาะแล้ว -_-"

ขอบคุณค่ะคุณป้อม ที่นำเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปัน เพื่อนที่ญี่ปุ่นเคยเล่าให้ฟังแบบนี้เลยค่ะ  เขาบอกว่าอิจฉาคนไทยที่มีที่ดินเยอะ ตอนนี้เพื่อนคนนี้ก็เช่าที่ปลูกแบบคุณดานี่ล่ะคะ  เขาบอกว่าอยากให้อากาศอุ่นขึ้นสักหน่อย ปีนี้เขาตั้งใจจะปลูกกระเจี๊ยบเขียว (Okura) กับถั่วแระ(Edamame) เลยแซวกลับไปว่าจะส่งอุณหภูมิไปให้สัก 10 องศาเอามั๊ย 

555 ครับ ลำบากมากจริงๆ ครับจะปลูกอะไรที่นี่ครับ

รอชมตอนต่อไปคะ :crying2: :crying2: :crying2:

:embarrassed:  ตอนอ่านหัวข้อก็ยังเฉยๆ..อืม"มันคงเหมือนกันทุกที่มั้ง..ใครๆเขาก็ปลูกผักปลูกหญ้ากันได้...พอตั้งใจอ่านรายละเอียดของเนื้อหาทั้งหมด..เออเนอะ..โชคดีแค่ไหนแล้วที่เกิดอยู่บนแผ่นดินไทยแห่งนี้..คิดจะทำอะไรก็ได้ทำ..ปลูกอะไรก็ได้ปลูก..มีอาหารการกินครบเกือบทุกอย่าง..ถ้าไม่เกิดอาการขี้เกียจจนเกินไป..ขอบคุณกับข้อมูลดีๆ..ที่เปิดโลกกว้างให้คนอีกหลายๆคนได้รับรู้ถึงความยากลำบากต่อการที่คิดจะทำจะปลูกอะไรสักอย่าง..ไม่ไช่ง่ายอย่างที่คิด...ขอบคุณที่เกิดบนแผ่นไทย..แม้จะมีพื้นที่เป็นของตัวเองน้อยนิดก็ตาม...

ครับ เหมือนกันเลยคับ ถ้าไม่มาเจอ กับตัวเองก็ คงไม่เห็นภาพ เขาพูดให้ฟังก็ คงเฉยๆ ไม่ได้เห็นด้วยตากลับเมืองไทย ไปจะปลูกอะไร ให้มันเยอะๆ ขึ้นตั้งใจ ขึ้นคับ

อย่างนี้ก็ต้องรีบไปเพาะกล้าไว้ปลูกเพิ่มแล้ว ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า

:admire: สวัสดีจ้า (สมาชิกใหม่ค่ะ) เอาใจช่วยค่ะ ...ช่างยากเย็นเหลือเกิน สู้สู้ จ้า ไว้ลายคนไทยในต่างแดน ...ขอบคุณที่เปิดโลกทัศน์ ให้นะครับ

หน้า