ตอนนี้เราเป็นอะไรกันบ้าง

หมวดหมู่ของบล็อก: 
Keywords: 

ชีวิตคนเราเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ แล้วตอนนี้เราเป็นอะไรกันบ้างครับ

     อายุคน....อายุใคร

      จะขอเล่านิทานแต่กาลก่อน           เป็นบทกลอนตำนานมาขานไข

ว่าคนเราความเป็นมามาอย่างไร           ขอย้อนไปให้ราบรื่นนับหมื่นปี

ในโลกเรานั้นมีแต่ผืนป่า                    ยิ่งนานมาป่าลุกล้ำเต็มพื้นที่

เทวดาว่าจะทำอย่างไรดี                    จึงได้มีมติใหม่ให้สร้าง”คน”

เนรมิตหญิงชายมาหลายคู่                  ให้กินอยู่ด้วยกันทุกแห่งหน

ร่วมกันสร้างครอบครัวเป็นตัวตน           โดยทุกคนมีอายุ สามสิบปี

คนมากขึ้นอาหารเริ่มหายาก                ความลำบากเริ่มเข้ามาแทนที่

ทั้งข้าวปลาอาหารก็ไม่มี                    ต้องเร่งรี่เพิ่มเวลามาทำงาน  ฯ

            งานยิ่งมากหลายคนเริ่มอ่อนล้า     เทวดารู้สึกผิดคิดสงสาร

จึงสร้างควายลงมาให้ช่วยงาน                 ให้ควายมีอายุกาล “สามสิบปี”

ควายบอกว่ามากเกินไปไม่ไหวแน่            ทำจนแก่เรี่ยวแรงก็ถอยหนี

ขอให้อายุควายแค่สิบปี                       เหลืออีกยี่ขอคืนให้เทวดา

ข่าวอายุของควายกระจายทั่ว                 คนจึงได้รวมตัวเข้าไปหา

ขออายุที่ควายคืนจากเทวา                    คนจึงเพิ่มอายุมายี่สิบปี

คนเดินทางกลับมาหน้าระรื่น                  อายุยืน ขึ้นมาพาสุขี

จากสามสิบ เพิ่มมาเป็น ห้าสิบปี              ใครจะมีความสุขเท่าเหล่าผู้คน ฯ

            กาลต่อมาสมบัติเริ่มสูญหาย       ก่อเกิดความวุ่นวายและสับสน

เริ่มมีความไม่เชื่อใจในผู้คน                   ความร้อนรนส่งถึงเทวดา

จึงได้สร้างสัตว์มาให้เฝ้าบ้าน                 ให้มีชื่อเรียกขานกันว่าหมา

ลงไปอยู่ทุกบ้านทั่วพารา                     ให้มีอายุขัย สามสิบปี

หมาบอกว่า มากเกินไปไม่ขอรับ             จะคืนกลับเทวดาซะเดี๋ยวนี้

ให้อายุหมาเหลือแค่สิบปี                     เทวดาใจดีจึงตกลง

คนรู้เข้าจึงอยากได้ไม่อายหมา               เข้าไปหาขออายุอย่างลุ่มหลง

เทวดานั่งหน้าส่ายได้แต่ปลง                 แต่ก็ส่งอายุหมามาให้คน  ฯ

            แต่ปัญหาของคนยิ่งล้นหลาม     ความเครียดเข้าคุกคามยิ่งสับสน

เทวดาทราบเข้าก็ร้อนรน                     จึงส่งลิงมาซุกซนให้คนดู

ให้อายุสามสิบปีจะดีไหม                    ลิงบอกมากเกินไปให้หดหู่

แค่สิบปีคงพอได้ให้ตรองดู                  คงไม่อยู่ให้ถึงสามสิบปี

ขอส่งคืนวันนี้สักยี่สิบ                       คนกระซิบต่อกันอย่างสุขขี

เข้าไปขออายุลิงในทันที                    เทวดาใจดีก็ให้มา  ฯ

            เวลาผ่านนานไปได้ส่งผล       อายุคน อายุควาย  อายุหมา

และอายุของลิงก็ตามมา                     พิจารณากันเอาพอเข้าใจ

เกิดจนถึงสามสิบปีนี่แหละคน              พอก้าวพ้นสามสิบมาอย่าสงสัย

เราทุกคนทำงานหนักเหมือนอะไร         จนถึงวัยชรา ห้าสิบปี

ห้าสิบเอ็ดถึงคราวต้องเฝ้าบ้าน            คอยเลี้ยงดูลูกหลานอย่างสุขขี

จนถึงวัยเบ็จเสร็จเจ็ดสิบปี                 แรงที่มีเริ่มโรยลาอ่อนล้าลง

เริ่มทำทำผิดทำพลาดไม่ปราดเปรียว    แค่ไปเที่ยวหน้าบ้านยังพาลหลง

ลูกหลานมองแล้วเฮฮาพาให้ปลง        นี่ก็คงบอกให้รู้อายุใคร  ฯ

            ที่จริงแล้วเป็นไปตามสังขาร์      กับเวลาที่กลืนกินอายุขัย

ปัจจุบันเรากำลังทำอะไร                    ให้เป็นไปตามยถาอย่าฝืนเลย  ฯ

 

 

ยินดีรับคำตำหนิครับ

ตี๋ ครม.


ความเห็น

พ่อก็ 70 กว่าแล้ว กรีดยางตลอด เพิ่งหยุดปีนี้ให้พี่ชายกรีดแทน

ตอนเป็นเด็ก....มีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน กลางคน.....มีเงิน มีแรง แต่ไม่มีเวลา ปั้นปลาย.....มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง

หนูเคยฟังพระเทศน์เรื่องนี้เหมือนกันค่ะ  เป็นคติที่น่าคิดดีค่ะ

แบ่งปัน สร้างสรรค์ พอเพียง

 

ใช่ครับเตือนให้เราเตรียมตัว เตรียมใจ

:uhuhuh:

ตอนเป็นเด็ก....มีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน กลางคน.....มีเงิน มีแรง แต่ไม่มีเวลา ปั้นปลาย.....มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง

สอนใจได้ดีค่ะ :cheer3:

"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"

ถ้ากลับไปอยู่บ้านจะเป็นทุกอย่างในเวลาเดียวอย่างมีความสุข

ตอนเป็นเด็ก....มีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน กลางคน.....มีเงิน มีแรง แต่ไม่มีเวลา ปั้นปลาย.....มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง

อ่านอย่างตั้งใจคิดไปด้วย  ใช่ที่สุดเลย.....ขอบคุณน้องตี๋ที่ทำบล็อกดี ๆ อย่างนี้...ทำไห้มองดูตัวเองว่า "ตอนนี้เราเป็นอะไร" :confused: 

มีความสุขกับการที่ได้ให้มากกว่าการที่ได้รับ

แล้วตอนนี้พี่กุ้งเป็นอะไรครับ

ตอนเป็นเด็ก....มีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน กลางคน.....มีเงิน มีแรง แต่ไม่มีเวลา ปั้นปลาย.....มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง

หน้า