สรุปผล...อิทธิฤทธิ์น้ำหมัก
รายงานผลที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากหลายท่านในบ้านสวน
ได้ลองนำน้ำหมักสับปะรดผสมน้ำมาเป็นปุ๋ย ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความกังขาเป็นอย่างยิ่ง
รอให้กูรูน้ำหมักมาเฉลยทีเจ้าค้าเอ๊ย
ข้างบนนี้คือต้นมะกรูดต้นที่ 1 ทั้งใบอ่อนใบแก่ซี้ม่องเท่ง
ต้นมะกรูดต้นที่ 2 นิ่งสนิท ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต้นนี้ปลูกอยู่ใกล้ๆกับต้นแรก
น้องมะนาวก็ เฉยๆ นิ่งๆ
น้องเลม่อนไร้เมล็ดซิคะ กระดี๊กระด๊ากว่าใคร จากใบเหลืองๆ ก็เริ่มเขียวขึ้นมา
งงจริงๆ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่งงแล้วค่ะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ประมวลข้อมูลจากคำแนะนำสมาชิก สรุปว่า
1. แดดน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะมะกรูดต้นที่เหี่ยวโดนแดดมากกว่าต้นที่ไม่เหี่ยว สรุปว่าควรรดตอนเย็น
2. ไม่ควรใช้น้ำหมักรสเปรี้ยว แต่ข้าพเจ้าล่อสับปะรดเลย อุ๊บอิ๊บเอาเองว่ามันหวาน
3. ใบต้นเลม่อนจะหนาและแก่กว่าต้นมะกรูดที่เหี่ยว และยังมีปฏิกิริยาเชิงบวกกับน้ำสับปะรด แสดงว่าเค้าคงชอบสับปะรด แต่คงไม่เสี่ยงฉีดอีกละ รอน้ำหมักอย่างอื่นดีกว่า
จบข่าว
ขอบพระคุณทุกท่านที่แนะนำค่ะ
- บล็อกของ noBody
- อ่าน 8548 ครั้ง

ความเห็น
oddzy
21 มกราคม, 2012 - 15:09
Permalink
Re: อิทธิฤทธิ์น้ำหมัก
ต้นแรกเหี่ยวเลย สงสัยจะไปราดใบอ่อนหรือเปล่า เพราะดูจากรูป เหมือนเพิ่งแตกใบอ่อน เพราะต้นมะกรูดต้นที่สองไม่เป็นเพราะใบแก่จัดแล้วเลยอึด มั้ง
ประการที่ 2 เห็นด้วยกับคุณหมวยเล็ก สับปะรดมีกรดสูง ถึงแม้จะหมักไปแล้วก้ตาม แต่ก้ยังค่าความเป็นกรดอยู่ เหมาะกับเอาไปทำน้ำยาเอนกประสงค์อย่างว่า กัดกร่อนดีนักแล (อ๊อดเคยเอามาขัดขี้ไคลยังออกเลยค่ะ สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำยังปราบได้เลย)
noBody
21 มกราคม, 2012 - 20:33
Permalink
น้อง oddsy
ใบมันอ่อนจริงๆน่ะแหละ อีกอย่างต้นที่เหี่ยวโดนแดดมากกว่าต้นที่ไม่เหี่ยว สรุปว่าควรรตอนเย็น
เป็นเพราะน้ำหมักรสหวานแบบน้องอ๊อดแนะนำยังหมักไม่ได้ที่ ใจร้อนเอาน้ำสับปะรดมาใช้ก่อน คิดเองว่ามันหวานกว่ามะเฟือง ก็อุ๊บอิ๊บว่าเป็นน้ำหมักรสหวาน แหะ แหะ เหี่ยวเรยยย
RUT2518
22 มกราคม, 2012 - 04:53
Permalink
Re: สรุปผล...อิทธิฤทธิ์น้ำหมัก
สงสัยใส่มากไปครับป้าโน เอาใหม่นะครับ
สาวภูธร
23 มกราคม, 2012 - 09:58
Permalink
Re: สรุปผล...อิทธิฤทธิ์น้ำหมัก
ใส่มากไป :sweating: :sweating:
อำพล
23 มกราคม, 2012 - 11:46
Permalink
Re: สรุปผล...อิทธิฤทธิ์น้ำหมัก
น้ำหมักฉีดตอนเช้าๆหรือเย็นก็ได้ครับ อาการตามรูปแรกน่าจะฉีดใกล้มากไปนะครับ
ภาษาไทยเป็นภาษาของชาติไทย เรามาร่วมรณรงค์ใช้ภาษาไทยให้ถูกกันดีกว่าครับ
แดง อุบล
23 มกราคม, 2012 - 15:22
Permalink
Re: สรุปผล...อิทธิฤทธิ์น้ำหมัก
เข้มข้นไปหรือเปล่าค่ะป้าโน :confused:
"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"
ลุงพูน
24 มกราคม, 2012 - 16:54
Permalink
Re: สรุปผล...อิทธิฤทธิ์น้ำหมัก
ในฐานะที่ผมเขียนเรื่องน้ำหมัก(ไว้ทำปุ๋ย)บ่อยๆ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดในการเอาไปใช้กับพืชทั่วๆไป จะมีบอกก็แค่ว่าผมเอาไปรดต้นยางพารา และต้นไม้ในสวนป่าของผม ซึ่งผมผสมน้ำ อีกเท่าตัวหรือความเข้มข้น 50 % และผมรดราดที่โคน ในช่วงที่ดินมีความชื้นสูง หรือหลังฝนตกใหม่ๆ กระนั้น ต้นไม้ในสวนป่าของผม ก็ยังตายไปบ้าง ต้นสองต้น จึงต้องขออภัยต่อความบกพร่องในข้อเขียนของผม จนทำให้ต้นไม้ของท่านได้รับอันตราย และอาจจะทำให้ท่านหมดความหวังกับการใช้น้ำหมักกับพืชที่ท่านปลูก
จากคำแนะนำทั่วไป เขาแนะนำว่า ให้ผสมน้ำในอัตรา 100 เท่า ซึ่งผมเห็นว่าเจือจางมาก บางคน (หมวยเล็ก) ใช้ในอัตรา 100 ซีซี(หนึ่งขวดลิโต่อน้ำ 20 ลิตร ดังนั้น การนำไปใช้ให้พิจารณาใช้ในอัตราต่ำๆก่อน ถ้าต้นไม้ตอบสนองได้ดี ค่อยเพิ่มอัตราการใช้ และต้องดูว่า สูตรการหมักของท่าน เป็น 3-1-10 หรือไม่ (ทำปุ๋ยจะใช้อัตรานี้ครับ ส่วนหมักไว้กินเขาใช้ 3-1-5)
หน้า