...........ที่มา(๘) ความไม่สมบูรณ์แบบที่รัก............

ช่วงหนึ่งของชีวิตผมไม่เตร็ดเตร่อยู่แถวพื้นที่ป่าชุมชนละแวกเหนือเขื่อนศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี
แถบชุมชนหมู่บ้านพี่น้องกะเหรี่ยงโปว์ เข้าไปขออาศัยพึ่งที่หลับนอน และฝากท้องอยู่กับชายคาบ้านแม่ของมิตรต่างวัย ร่วมงานพิธีบวชป่าชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเต็งรัง ความรกครึ้มของชุมชนกะเหรี่ยงแยกขาดจากกันกับชุมชนต่างถิ่นซึ่งเข้าไปถางป่าทำกินจนพื้นที่ป่ากลายเป็นพื้นที่เตียนโล่งเพื่อปลูกผักและพืชเชิงเดี่ยวอื่นๆ เพื่อส่งขายครั้งละมากๆ
แม่ของเพื่อนรุ่นพี่ของผมคนนั้นดูผ่ายผอม แต่แข็งแรง คล่องแคล่ว เหมือนขี้อายแต่พอสนิทสนมแกก็เริ่มพูดชี้ชวนดูนั่นนี่เหมือนผมเป็นลูกชายแกคนหนึ่งเหมือนกัน
น่าแปลก..แม้ภาษาจะแตกต่าง พูดไทยไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำ แต่ผมก็เข้าใจทุกถ้อยที่แกพูดกับผม..แม้แต่ถ้อยคำที่แสดงออกมาทางสายตา
ข้าวของต่างๆ ตั้งแต่กระปุก สมุกยา เชี่ยนหมากที่มีรอยจารเป็นภาษามอญภาษาพม่า ซึ่งผ่านการใช้งานมาแสนนานถูกนำมาอวดให้ผมถ่ายภาพสนุกสนาน
กระทั่งสายตาผมเหลือบไปเห็นย่ามสะพายใบสีเขียวอ่อนใบหนึ่งซุกอยู่ข้างฝาเรือน ดูไม่เรียบร้อย แต่เป็นย่ามที่แกทอเองเย็บเองกับมือโดยไม่มีฝีจักรเลยแม้แต่น้อย
ผมเป็นคนชอบผ้าทอ ชอบย่าม ถึงขนาดสะสมจนเกินพอดี เห็นแว่บเดียวก็รู้ว่าควรค่าแก่การร้องขออ้อนวอน
แกยิ้มอาย...แล้วบอกผมเป็นภาษาชนเผ่ารวดเร็ว...จนผมสับสน
จนล่ามซึ่งเป็นลูกชายต้องมาแปลให้ผมฟัง...
“แกอาย...เพราะแกเย็บสะพายสลับข้างกันดูบิดๆ แกเลยเอาไว้ใช้ในสวนเก็บผักเก็บหญ้า มันไม่สะอาด แล้วก็แกอยากทอใบใหม่ให้ อย่าเอาใบนี้มันไม่สวย..”
ผมยิ้ม...เข้าใจความรู้สึกของคนผลิตผลงานดี ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งอยากได้
เลยบอกแกว่า
“ย่ามแบบนี้มีใบเดียวในโลก...ถ้าแม่ทำใหม่มันก็สมบูรณ์แบบเกินไปไม่น่ารักอย่างที่มันน่าจะเป็น ผมเอาใบนี้แหละแม่...จะได้นึกถึงแม่เวลาที่ใช้ย่ามใบนี้ มันไม่สวยก็จริง..แต่มันมีเรื่องอยู่ในย่ามนะแม่นะ...”
ว่าแล้วผมก็พับใส่เป้...กราบแม่หนึ่งที...แกลูบหัวผม แล้วยิ้มอายๆ ก่อนหันไปบ้วนน้ำหมากปริ๊ดลงชายคาเรือน
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ผมเคยเขียนบางเรื่องของเรื่องนี้ลงตีพิมพ์ในนิตยสารเปรียวเมื่อสิบปีล่วงแล้ว แต่ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับย่ามใบนี้อยู่ด้วย
ย่ามสายบิด บอกถึงความไม่สมบูรณ์แบบของงานโดยส่วนใหญ่ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ก้อนหิน ลวดลายใบไม้ เส้นสายลายเมฆที่วาดฟ้า หูสองข้าง เท้า นิ้วมือ ฯลฯ ไม่มีอะไรเท่ากันเป๊ะ
ธรรมชาติคือความสมบูรณ์แบบ คือความงามอย่างที่มันควรจะเป็น...
มิพักต้องนับเนื่องถึงไปฝีมือในการรังสรรค์งานอันเกิดแต่สิ่งมีชีวิตบนโลก จะโดยตั้งหรือไม่ก็ตาม
หลายวันที่ผ่านมา...ผมออกไปหาด้ามไม้ของมีดตอกเล่มนี้กลางแสงแดดจ้าริมฝั่งทะเลตะวันออก หอบหิ้วเศษเล็กเศษน้อยมาเต็มย่ามสะพาย..แต่คัดเลือกแล้วมีอยู่อันเดียวที่เหมาะสมกับมีดเล่มนี้ ผมขูด เจาะ ขัด เซาะ พัน จนกระทั่งสามารถจบงานชิ้นนี้ได้
ครับ...ไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันมีชิ้นเดียวเท่านั้น จะให้ทำใหม่ก็ไม่สามารถทำได้เหมือนเดิมอีกแล้ว
พรุ่งนี้ส่งให้นะครับ...คุณดงดม
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
มีดตอกคุณดงดม
เหล็กแหนบ
ยาวรวมด้าม ๑ ฟุต ๑๐ นิ้ว
ใบยาว ๕ นิ้วครึ่ง กว้างนิ้วครึ่ง สันหนา ๑ หุนครึ่ง
คอทองเหลือง - รัดด้วยหวายถัก
ปลายด้ามหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองดุนนูนรัดด้วยเชือกหนังหุ้มอีพ็อคซี่สามตัน
ฝักวัสดุ Max Para จากซุ้มมีดมังกือ บางพระ ชลบุรี
- บล็อกของ sailomloy
- อ่าน 7810 ครั้ง







ความเห็น
จันทร์เจ้า
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:04
Permalink
ขอบคุณเรื่องเล่า
เห็นภาพเลย แล้วเพลินอีกตามเคย ขอบคุณจริงๆค่ะ
ป.ล. ยังติดต่อกับยายอยู่มั้ยคะ หรือเพื่อนคนนั้น
พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า
sailomloy
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:54
Permalink
ปกติผมเขียนจม. หรือโปสการ์ด
ปกติผมเขียนจม. หรือโปสการ์ด ส่งไปหาเพื่อนรุ่นพี่คนนั้น ปีละครั้งครับ..ดูเหมือนปีที่แล้วที่ผมไม่ได้เขียนถึง....เดี๋ยวพรุ่งนี้ส่งหาดีกว่า...
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามกัน
ออกปากรุนท็อกที !!!
แดง อุบล
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:07
Permalink
ชื่นชม
ไม่เคยผิดหวัง
"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"
sailomloy
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:55
Permalink
แดง อุบล
ขอบคุณครับ...
ออกปากรุนท็อกที !!!
บุญพา
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:12
Permalink
ชอบอ่าน
ชอบอ่าน เรื่องราวที่คุณเขียนมากเลย
อ่านแล้วเป็นธรรมชาติ เห็นภาพเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ
sailomloy
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:59
Permalink
คุณบุญพา ครับ
ด้วยความยินดีครับ - คนที่สอนผมให้เขียนแบบนี้คือใครรู้ไหม?
ลุงอาจินต์ ปัญจพรรค์ เจ้าของบทประพันธุ์ชุดเหมืองแร่ครับ..แกบอกดูภาพแล้วเขียนบรรยายให้เหมือนแล้วให้คนอื่นอ่าน แล้วให้เขาเล่าว่าเขาเห็นอะไรที่เราเขียน...ถ้าตรงกัน ก็ผ่านในระดับหนึ่ง
แกบอกว่า...แม้จะเป็นการบอกเล่าเรื่องธรรมดา ที่ใส่ชั้นเชิงทางวรรณศิลป์เข้าไปด้วย แต่ที่ไม่ควรละเลย คือ ความจริง...ไม่ว่าจะเป็นความจริงในแง่ของวรรณกรรมหรือความจริงในโลกจริง...
ลุงแกสอนผมด้วยลายมือที่ที่ส่งหาผมถึงบ้านสวนเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ลายมือนั้นผมยกตั้งหิ้ง..เสียดายที่ปลวกกินซะแล้ว..
โลกนี้ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน แน่นอน จริงๆ
ออกปากรุนท็อกที !!!
เจ้โส
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:16
Permalink
มีดตอก
วันนี้ดีใจมากได้เห็นมีดตอก หลังจากไม่ได้เห็นมานานแล้ว หนึ่งเดียวในโลกจริง ๆ .......
garden_art1139@hotmail.com
sailomloy
6 กรกฎาคม, 2010 - 16:00
Permalink
เจ้โส
ขอบคุณครับ
ออกปากรุนท็อกที !!!
ดงดม
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:17
Permalink
กี่หยดหยาดเหงื่อกับมีดเหลาตอก....
สวยมากครับ ดูดีมากๆ ..สวยงามจริงๆมีศิลปในเชิงช่างสูงมากร่วมสมัยด้วยลูกปัดจินตนาการบรรเจิด..เหมาะกับการนำไปสร้างสรรค์สิ่งดีงาม..ระดับเทพจริงๆ
ขอบคุณจริงๆคุณสายลมลอย ผมได้โอนเงินให้แล้วนะครับ...และก็ได้แจ้งไปทางฝากข้อความแล้วครับ....
ดงดม
6 กรกฎาคม, 2010 - 15:40
Permalink
มีชิ้นเดียวเท่านั้น
ผมหาคนตีมีดมานานแล้ว กลับไปใต้ทีไรก็ถามอยู่เหมือนกันแต่แถวบ้านไม่มีแล้ว..30ปีที่แล้วตอนเด็กๆผมเคยตามปู่ไปบ้านช่างเล็กช่างตีมีด ปู่ไปตีพร้า กับมีดตอกผมจำได้แม่นมากผมต้องช่วยชักสูบลมให้ช่างเล็กด้วย..เห็นช่างตีมีดตีแล้วส่องไปส่องมายกดูเหลี่ยมมุมต่างๆตลอด ทั้งร้อนและเหนื่อย หยดหยาดเงื่อกี่เม็ดกว่าจะได้พร้าสักเล่มมีดสักอัน...ปูใช้มีดทำโน่นทำนี่ตลอดเหลาตอกสานกระด้ง สานกระชังเขียดสำหรับลากปลา คนสมัยนี้อาจจะไม่รู้จักการลากปลากันแล้ว วันหลังจะเล่าให้ฟัง...มันเป็นความทรงจำดีๆที่ไม่เคยลืมเลือน..นีเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมตามหามีดตอก...จนได้เจอกับศิลปินใหญ่คุณสายลมลอยนี่แหละ..
หน้า