มีหนังสือมาฝาก ( อีกล่ะ ) - ครานี้น่าสนใจกว่าครั้งก่อนไม่ต้องไปหาซื้อด้วยอ่านได้เลย

หมวดหมู่ของบล็อก: 

หนังสือและข้อมูลจาก ศุนย์ข้อมูล สสส นะครับ

 

การอ่านหนังสือของคนไทยและเด็กไทย

     สำนักงานสถิติแห่งชาติ เพิ่งมีการสำรวจครั้งแรก เรื่องการอ่านหนังสือของเด็กเล็ก 0-6 ปี ในปี พ.ศ.2551 โดยเน้นการอ่านหนังสือในช่วงนอกเวลาเรียน ซึ่งมีผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง และ/หรือเด็กอ่านด้วยตัวเอง พบว่า เด็กเล็กมีอัตราการอ่านหนังสือ ร้อยละ 36 (2.1 ล้านคนจาก 5.9 ล้านคนทั่วประเทศ) และใช้เวลาในรอ่านหนังสือเฉลี่ย 27 นาทีต่อวัน ความถี่ในการอ่านสัปดาห์ละ 2-3 วัน มีจำนวนสูงสุดร้อยละ 39.6

     แต่ควรย้ำไว้ ณ ที่นี้ว่า เด็กเล็กที่ไม่อ่านหนังสือนั้นมีถึงร้อยละ 64

     สำหรับการอ่านหนังสือของกลุ่มเด็กวัย 6-14 ปี การสำรวจในปี 2546, 2548 และ 2551 นั้น พบว่า มีร้อยละ 84.5, 87.7 และ 81.5 ตามลำดับ หนังสือที่เด็กวัยคอซองอ่านมากที่สุด คือ แบบเรียนตามหลักสูตร รองลงมาคือ หนังสือการ์ตูนและหนังสืออ่านเล่น แต่เมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันทั้ง 3 ครั้งพบว่า การอ่านแบบเรียนตามหลักสูตรมีแนวโน้มลดลง ขณะที่การอ่านหนังสือการ์ตูนและอ่านหนังสืออ่านเล่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

     ทั้งนี้เด็กๆ ได้เสนอความคิดเห็น ตลอดการสำรวจทั้ง 3 ครั้ง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรักการอ่านมากที่สุด คือ หนังสือควรมีราคาถูกลง ควรมีห้องสมุดประจำหมู่บ้าน/ชุมชน และหนังสือควรมีรูปเล่มกะทัดรัด ปกสวยงามน่าอ่าน มีรูปภาพประกอบ

หนังสือเด็กทั่วประเทศ มีน้อยกว่าร้อยละ 10

     ในการสำรวจตลาดหนังสือเด็ก (ยกเว้นร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ องค์การค้าของ สกสค. ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่เน้นขายหนังสือสำหรับเด็กโดยตรง) มีหนังสือสำหรับเด็กอายุ 0-6 ปี ประมาณร้อยละ 4-5 ของหนังสือในร้าน ในจำนวนนี้มีหนังสือสำหรับเด็กเล็ก 0-3 ปี ไม่ถึงร้อยละ 0.5 และประมาณร้อยละ 4-7 ของจำนวนหนังสือทั้งหมด เป็นหนังสือสำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี โดยภาพรวมแล้ว อาจอนุมานได้ว่าหนังสือสำหรับเด็กทั้งสองกลุ่มอายุรวมกันมีประมาณ ร้อยละ 8-12 ของตลาดหนังสือโดยรวม

สอนเด็กให้อ่านเป็น

     เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรเป็นหนังสือที่มีภาพใหญ่ ชัดเจน มีสีสันหรือขาวดำ แต่ต้องเป็นภาพที่มีความเหมือนจริง ผลิตด้วยกระดาษที่หนา คงทน หรือวัสดุที่นุ่มนวลละมุนมือ แต่ต้องทำความสะอาดได้ง่ายเพราะเด็กเล็กชอบเลียและกัดหนังสือ

     เด็กวัย 1-2 ปี เนื้อหาต้องดึงดูดความสนใจ เพราะเด็กเริ่มรู้จักจำ เริ่มเข้าใจ และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับเหตุการณ์ รูปเล่มมีความสำคัญควบคู่ไปกับเนื้อหา เด็กๆ จะรู้สึกสนุกกับการเปิดหนังสือด้วยตัวเอง

     เด็กวัย 2-3 ปี ควรเป็นหนังสือภาพคน สัตว์ สิ่งของ นำเสนอในรูปคำคล้องจอง เพราะเป็นช่วงวัยที่เด็กสามารถพัฒนาทักษะด้านภาษา ผ่านภาษาดนตรีที่มีจังหวะ มีการนำเสนอคำซ้ำ ย้ำ ทวนซ้ำไปซ้ำมา เหมาะกับเด็กวัยนี้เป็นอย่างยิ่ง

     เด็กวัย 4-5 ปี เป็นวัยอยากรู้อยากเห็น วัยเจ้าปัญหา "ทำไม?" "ทำไม?" ต้องการจะรู้ว่าสิ่งนั้นมาจากไหน ควรจะนิทานสั้นๆ เข้าใจง่าย ส่งเสริมจินตนาการและอิงความจริงอยู่บ้าง

     เด็กวัย 5-6 ปี เริ่มสนใจโลกของความเป็นจริง แยกอดีตปัจจุบันได้ เริ่มรู้จักสิ่งแวดล้อมที่ห่างตัวมากขึ้น เริ่มเข้าใจว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง ควรส่งเสริมเรื่องจริงในปัจจุบันหรือประเภทวีรบุรุษทั้งหลาย

 

 

หนังสือเปิดอ่านได้นะคับ มีข้อมูลน่าสนใจมากเลยคับ เปิดอ่านเต็มจอคอมฯ ได้คับ

 

โลกการอ่านของเด็ก

ความเห็น

ยังไม่มีคับ

แต่ผมชอบซื้อหนังสือเด็กไปฝากเด็กๆ คับ

 

แต่ก่อนมีเด็ก พม่าข้างห้อง 

ผมผ่านร้านหนังสือก็ซื้อไปฝากประจำคับ

จำได้ว่าตอนเด็กๆๆ อ่าน "หนูจ๋า  หรือ ขายหัวเราะ"  ขนาดกระดาษA4  ตอนแรกดูรูป  ถ้าสะกดไม่ได้ก็จะเดินถาม  อา  พ่อ  ฯลฯ  อ่านจนเยิน

พอ ป.4-6   จะมีหนังสืออ่านนอกเวลา  ก็บ้าอ่านอีก

ครูบอกว่า "จะอ่านอะไรก็มีประโยชน์........"  แล้วอะไรต่อไม่รู้จำไม่ได้  แต่ประโยคนี้ของครู  ทำให้เด็กคนนึงรักการอ่านจนมาถึงทุกวันนี้ค่ะ

ฉันจะปลูก ผัก ให้ลูกทาน

คุณมนโชคดีนะคับเนี่ย

อ่านไรก็ไมีประโยชน์ทั้งน้าน เห็นด้วยคับ

ผมเองก็อยากเหเ็ไทยอ่าน นังสือเอนๆครับ แต่สมัยนี้ีีเทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยเรียนรู้ ว่าผมหัวโบราณได้นะ ผมยงังชอบอ่านหนังสือ จากเล่ม มีใคร็นแบบผมหือเปล่าอ่านข้อมลทางเน็ต นานๆแล้วเพลีย ตอนนี่ก็ต้องยอมรับว่าหาอ่านรื่องเมืงไทยได้ มากสุดก็ทาง เน็ต  ขอบคุณสำหรับข้อูลดีๆครับ

ปัญหาเมืองไทย ส่วนนึงคือหนังสือยังมีราคาแพงมากอยู่คับ

เนื่อหาไม่หลากหลาย เข้าถึงยาก

สังคมยังไม่ตระหนักถึง ประโยชน์แล้วก็ข้อดีของการอ่าน หนังสือ หรือ อ่านหนังสือสร้างชาติเสียเท่าไหร่คับ

 

อยู่ต่างแดนดีที่ยังมีอืนเตอร์เน็ตนะครับ

จริงครับ หนังสือบ้านเรา ราคาแพง แล้วเห็นด้วยกับปํญหาสังคมครับ ผมเองก็เป็นคนรักการอ่านคนหนึ่ง โชคดีที่มีห้องสมุดประจำอำเถอใกล้บ้านแถม อยู๋ในห้าง อีกต่างครับ เวลา แฟนผมเดินซื้อของ ผมก็ไม่ต้องไปนั่งรอหน้าร้าน ผมนั่งอ่านหนังสือของผมไปเรื่อยๆ สบายใจดี มีหนังสืออะไรดีๆ มีเวป น่าอ่านบอกกัน ต่อไปนะครับ

        พี่เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ประะมาณว่ากระดาษห่อของยังอ่านเลยค่ะ เห็นร้านหนังสือจะซื้อไม่ซื้อมีเวลาต้องเข้าไปดูทุกครั้งค่ะ แต่พี่อยู่บ้านนอก นานครั้งได้มีโอกาสเข้าเมืองสักครั้งค่ะ 

"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"

ใครที่ชอบอ่านหนังสือผมขอแนะนำให้ไปที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครับ เขาจัดที่หอประชุมแห่งชาติศูนย์สิริกิต ประมาณเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ครับวันที่เท่าไหร่ ผมจำไม่ได้แน่นอนแต่ดีมากครับผมไปทุกปีที่จัด(ช่วยหิ้วของกลับ)

หน้า