งานมหกรรมอาชีพ

งานมหกรรมอาชีพ ที่จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา ได้รวมการอบรมอาชีพกว่า 70 อาชีพ ทั้งในกลุ่มของธุรกิจอาหาร งานช่าง เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และความงาม แต่มีกลุ่มอาชีพหนึ่งที่ประชาชนน่าจะให้ความสนใจกันมาก ก็คือ อาชีพที่มาจากภูมิปัญญาของไทย ซึ่งได้แก่ การผสม ดินเกษตรขาย  การปลูกผักไร้ดิน การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำลูกประคบ การทำเจลล้างมือ การทำครีมมะขาม และการทำน้ำมันไพร และยาหม่อง เป็นต้น โดยการสอนนี้จัดขึ้น โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 

รศ.ดร.ดนัย วรรณวณิช อาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พูดถึงเรื่องของภูมิปัญญาไทยในเรื่องของการเกษตรว่า แนวคิดของการผสมดินเกษตร คือการทำดินผสมน้ำ คือพวกนี้เป็นเกษตรธรรมชาติลดการใช้สารเคมี ใช้สารอินทรีย์มาทดแทนแบบดินผสม ด้วยการใช้วัสดุอินทรีย์มาผสมเพื่อทำให้เนื้อดินร่วนซุย มีคุณสมบัติที่ดีสำหรับปลูกไม้กระถาง ไม้ดอกไม้ประดับ ส่วนใหญ่เราก็ใช้พวกหน้าดิน ปุ๋ยคอก ขุยมะพร้าว แกลบดิบ แกลบเผา ซึ่งเป็นของเหลือใช้  และหาได้ง่ายทั้งสิ้นมาผสมกัน ปรับสภาพ ตรวจเช็กคุณสมบัติ แล้วก็แพ็กถุงจำหน่ายได้  นี่คือเรื่องของการปั้นดินให้เป็นเงินจริง ๆ
   
สำหรับแนวทางในการทำกิจการดินเกษตร อาจารย์ดนัย บอกว่าเรื่องสูตรการผสมก็มีชัดเจน สมมุติว่าปลูกชวนชม ก็จะมีสูตรที่ดี อาจจะผสมก้ามปู หรือใบทองหลางเยอะหน่อย การที่จะดูว่าเราจะใช้ปุ๋ยอะไรดี ก็ต้องดูในแง่ของคนทำธุรกิจ ว่าผสมมาแล้วมีช่องว่างในเนื้อดินพอสมควร และต้นทุนวัตถุดิบไม่สูงมาก ตอนนี้ผู้ที่ผสมดินขายก็มีหลายเจ้า ช่วงแรกก็จะต้องขายราคาถูกกว่าท้องตลาดเพื่อเปิดตลาด แต่ถ้าเขาใช้แล้ว     ได้ผลดี ก็จะเกิดการบอกต่อ และเพิ่มราคา     ทีหลังได้
   
ในส่วนของความนิยมเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่ไม่มีการใช้สารเคมี เป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นทุกขณะ และได้รับการส่งเสริมจากทุกองค์กร ปุ๋ยเป็นต้นทุนทางการเกษตรที่มหาศาล ถึงขนาดที่อาจทำให้ขายผลผลิตขาดทุนได้เพราะปุ๋ยราคาแพง ปุ๋ยหมักชีวภาพ จึงได้รับความนิยมกันมาก อาจารย์ดนัย บอกว่า การทำปุ๋ยพวกนี้จะเอาเศษผักที่เขาทิ้ง มาใส่กากน้ำตาล แล้วคลุก เติมน้ำ เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งขอฟรีได้จากกรม  พัฒนาที่ดิน หมักประมาณ 2 เดือน ก็จะได้น้ำหมัก ที่ต้องนำมาเจือจางเวลาที่ใช้กับพืช  อันนี้เป็นเทคโนโลยีที่รู้กันมานานแล้วในกลุ่มเกษตร ถ้าเราจะทำใช้ในบ้าน ก็ใช้เศษผักเศษอาหารที่เหลือใส่ลงไป ผมคิดว่าต่อไป คนจะหันมาใช้ปุ๋ยแบบนี้กันมากขึ้น และถ้าใครทำเป็นอาชีพ ก็จะมีความน่าสนใจ แต่ก่อนจะ      ทำเป็นอาชีพ ควรทำใช้เองก่อนสักระยะ ถ้าจำหน่ายควรเน้นในเรื่อง รับรองเรื่องธาตุอาหาร ปุ๋ยพวกนี้ปริมาณธาตุอาหารไม่เท่ากัน เพราะจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำ ควร  ต้องควบคุมมาตรฐานให้คงที่ หรือความเจือจางก็ต้องคงที่ ไม่ใช่วันนี้ข้นมาก พรุ่งนี้ข้นน้อย การขาย 1 ลิตร ก็ตั้งราคาขายประมาณ 80 บาท จะมีต้นทุนไม่เกิน 10 บาท ซึ่งจะได้กำไรอยู่มาก
   
ในเรื่องของการปลูกผักไร้ดินไม่ต้องมีที่ดิน ก็ปลูกผักกินได้ สำหรับการปลูกพืช ไร้ดินนั้นยังอยู่ในวงแคบ แต่เนื่องจากปัญหาสภาพแวดล้อมที่รุนแรง หรือฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล การระบาดของโรค ดินเสื่อม ทำให้การปลูกพืชระบบนี้เป็นทางเลือกที่แก้ปัญหาได้ แต่ที่จริงแล้ว การปลูกพืชไร้ดินนี้ไม่ใช่ เรื่องใหม่ แต่มีการทำมานานแล้ว เช่น การปลูกพืชบนแพลอยน้ำ หรือปลูกพลูด่างในน้ำ เป็นต้น
   
ในงานมหกรรมอาชีพ จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กับผู้สนใจ รวมทั้งมีการทำตัวอย่างของวัสดุที่ใช้ในการปลูก และสาธิตวิธีการปลูกด้วย

นอกจากที่กล่าวมา ในงานยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี   ราชมงคลธัญบุรี ได้เข้าร่วมในงานมหกรรมอาชีพ เพื่อเปิดอบรมอาชีพภูมิปัญญาไทย โดย อาจารย์พรทิพย์ ตันติวงศ์ รอง   ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานักศึกษาและกิจกรรมพิเศษ บอกว่า ทางวิทยาลัยฯ  จะนำภูมิปัญญาไทย   มาเผยแพร่ อย่างแรก คือ สอนให้คนที่มาเรียนเอาไปใช้ได้จริง และประกอบอาชีพได้จริง  อย่างตัวลูกประคบต้องยอมรับว่า เป็นจุดเด่นของการแพทย์แผนไทยเราเลย ก็มีการทำ   การตลาดกันอยู่แล้ว คือมีการรู้จักกันอยู่แล้ว ความนิยมทางต่างประเทศ    ฝั่งตะวันตก มีแนวโน้มการใช้สมุนไพร ใช้ธรรมชาติมาดูแลตัวเองมากขึ้น ลูกประคบ เป็นของใช้พื้นบ้าน ที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะทำเป็นสินค้าส่งออกได้
   
ในงานมหกรรมอาชีพ นอกจากการเปิดอบรมอาชีพในราคาถูกแล้ว เพียง 299 บาท สามารถเลือกเรียนได้หลายวิชาใน 1 วัน และผู้เข้าอบรมทุกท่านยังจะได้รับ    ซีดี ที่บรรจุข้อมูลของอาชีพและขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ กว่า 70 อาชีพอีกด้วย สนใจสมัครเรียนหรือดูตารางเรียน  ได้ที่ www.franchisefocus.co.th หรือ โทร. 0-2321-7701-4.

ที่มาจากเดลินิวส์ออนไลน์