เหนื่อยกายดีกว่าเหนื่อยใจ
ผมเคยกล่าวในบันทึกแล้วว่าเป็นเกษตรกรก็ต้องยอมรับความเหนื่อยได้ ต้องชอบการได้เหงื่อ ผมเองไม่มีปัญหากับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้วครับ ยิ่งได้เหงื่อนี่ชอบ แต่เมื่อวานครับเหนื่อยจนต้องบอกตัวเองว่าวันนี้ขอไม่ทำอะไร จะนอนทั้งวัน เนื่องมาจากผมกรีดยางและทำสวนติดต่อกัน 6 วัน แล้วสองวันหลังมาเปลี่ยนช่วงเวลากรีดยางด้วยเลยไปกันใหญ่ เมื่อวานก็ตั้งใจจะหยุดกรีดอยู่แล้วประกอบกับฝนตกลงมาด้วย ก็ได้หยุดกรีดสมใจ เมื่อวานตื่นเช้าครับ ผมนอนตื่นสายไม่เป็น แต่ประมาณ 10 โมงเช้านอนอีกรอบ ตื่นเที่ยงทานข้าวมื้อเที่ยงเสร็จนอนต่อที่ศาลาหน้าบ้าน ฝนตกลงมาด้วยนอนหลับสบายดีตื่นอีกทีเกือบสี่โมง เอาเป็นว่าได้ชาร์จแบตเต็มที่รู้สึกหายเหนื่อยขึ้นมาบ้าง ทำให้เช้านี้ผมมีแรงไปใส่ปุ๋ยในสวนยางได้
ครับเหนื่อยกายนอนพักผ่อนตื่นขึ้นมาก็หายเหนื่อย แต่เหนื่อยใจเหมือนสมัยที่ทำงานอยู่ หลับตื่นขึ้นมาก็ไม่หาย เอาเป็นว่าสุภาษิตที่ว่า "งานหนักไม่เคยฆ่าคน" ก็ยังใช้งานได้อยู่
- บล็อกของ sothorn
- อ่าน 5940 ครั้ง

ความเห็น
saw_ronrae
15 พฤศจิกายน, 2009 - 20:58
Permalink
เปลี่ยนความคิด
ได้อ่านบทความของพี่แล้วทำให้ฉานไม่กล้าบ่นคำว่า "ขี้เกียจอีกต่อไป"
Kluy
16 พฤศจิกายน, 2009 - 15:56
Permalink
คน IT เหมือนกัน
ตอนนี้กำลังเตรียมตัว และ กำลังกล่อมภรรยา อยากออกมาทำเกษตร ตอนนี้ปลูกมะนาว มังคุด ลองคอง ทุเรียน ยางนา ฯลฯ บนเนื้อที่ 4 ไร่ อ่านแล้วมีกำลังใจฃึ้นเยอะ มีคนคิดเหมือนกัน แถมทำงานสายเดียวกัน บ้านผมอยู่พัทลุง (เขาชัยสน) ว่าง ๆ มีโอกาสจะไปเยี่ยม คุณ โสทร มีแต่คนบ่น อยู่ห้องแอร์ ไม่ชอบ ชอบลำบาก
sothorn
16 พฤศจิกายน, 2009 - 19:49
Permalink
ยินดีต้อนรับครับ
ถ้าคุณ Kluy มาเยี่ยมก็ยินดีต้อนรับครับ
ผมเองก็ไม่ชอบทำงานห้องแอร์ครับ มันหนาวววว แอร์ธรรมชาติดีกว่าเยอะ แถมห้องทำงานกว้างเป็นไร่ๆ อากาศบริสุทธิ์
ไม่มีมลภาวะทางสังคม ให้เหนื่อยใจ
ปรียานุช
18 พฤศจิกายน, 2009 - 16:43
Permalink
เลี้ยงกบในกล่องโฟน
การเลี้ยงกบในกล่องโฟม
ใช้กล่องโฟมเลี้ยงกบระบบปิด ประหยัดเนื้อที่-ปลอดสารพิษ
หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการเลี้ยงกบคอนโด ซึ่งใช้ยางรถยนต์มาเรียงต่อกันเป็นชั้นๆ ประหยัดเนื้อที่การเลี้ยง และกบยังเติบโตได้รวดเร็ว ล่าสุด “ฉะอ้อน เผนโคกสูง” ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นปราชญ์ชาวบ้าน ต.หนองไข่น้ำ อ.เมือง จ.นครราชสีมา คิดวิธีเลี้ยงกบแบบใหม่ “กบกล่องโฟมคอนโด” ซึ่งใช้กล่องโฟมเลี้ยง พบว่ายิ่งประหยัดพื้นที่เลี้ยง แถมสะดวกในการที่จะวางตรงไหนก็ได้ ง่ายต่อการดูแล ที่สำคัญปลอดสารพิษด้วย
ฉะอ้อนบอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ใช้ยางรถยนต์ที่เหลือมาซ้อนกันเป็นชั้นราว 4-5 เส้น สำหรับเลี้ยงกบ พบว่าประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี กบโตเร็ว ลงทุนน้อยเพราะนำยางรถยนต์ที่เหลือใช้ ใช้พื้นที่ไม่มากนัก แต่กระนั้นก็คิดว่าน่าจะหาวิธีที่ใช้พื้นที่น้อยกว่า วางเลี้ยงตรงไหนก็ได้ที่คิดว่ามีข้อจำกัดน้อยกว่าการใช้ยางรถยนต์ จึงลองนำกล่องโฟมมาเลี้ยงทดลองเลี้ยงพบว่าดีกว่าการใช้ยางรถยนต์ตรงที่โฟม ดูแลง่ายกว่า
ส่วนการเลี้ยงกบในกล่องโฟมคอนโด ฉะอ้อนบอกว่า ก่อนอื่นต้องหากล่องโฟมขนาดกว้าง 40 ซม.ยาว 60 ซม. สูง 30 ซม. โดยหาซื้อได้จากห้างสรรพสินค้า ที่ห้างใช้ใส่ผักผลไม้มาวางจำหน่าย ราคากล่องละ 80 บาท แต่ต้องเลือกกล่องโฟมที่ใช้ในการใส่ผักและผลไม้เท่านั้น เนื่องจากกล่องโฟมเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเมื่อนำมาใช้เป็นสถาน ที่เลี้ยงกบ และต้องเลือกดูว่ากล่องโฟมไม่มีการรั่วซึมหรือไม่
จากนั้นนำมาทำความสะอาดและดัดแปลงโดยการเจาะรูรอบกล่องทั้ง 4 ด้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก นำเทปกาวมาติดยึดฝากล่องให้พับปิดเปิดได้ แล้วเจาะรูด้านบนฝากล่อง ตัดปากขวดน้ำดื่มพลาสติก ยัดใส่ลงไปในรูที่เจาะไว้เพื่อใช้เป็นที่ให้อาหาร เมื่อหาที่วางกล่องเรียบร้อย ใส่น้ำลงไปให้สูงประมาณ 1 ซม. นำกบจากบ่ออนุบาลที่มีอายุ 2 เดือนใส่กล่องละ 100 ตัว ไปวางไว้ในโรงเรือนหรือที่ใดก็ได้ แต่ห้ามไปตั้งกลางแจ้งหรือถูกแดดเด็ดขาดเพราะจะทำให้กบร้อนตายได้
เพื่อประหยัดเนื้อที่ นำกล่องโฟมตั้งซ้อนกันไว้แต่ไม่ควรเกิน 4 ชั้น เพราะจะสะดวกต่อการให้อาหาร โดยการให้อาหารกบก็จะใช้หัวอาหารปลาดุกโตวันละ 2 มื้อ เช้า-เย็น ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ควรจะเปลี่ยน 2 วันต่อครั้ง เพื่อไม่ให้น้ำสกปรก ส่วนการเปลี่ยนน้ำก็ทำได้ง่ายๆ โดยการแง้มฝากล่องแล้วเทน้ำออกจากนั้นก็นำสายยางสอดลงไปในที่ให้อาหาร ปล่อยน้ำเข้ากลับไปเหมือนเดิม จากนั้นหมั่นตรวจดูการเจริญเติบโตของกบทุก 2 สัปดาห์ และคัดแยกกบที่โตช้ากว่าตัวอื่นๆ ออก เนื่องจากหากปล่อยไว้กบจะกัดกันและเป็นแผลซึ่งอาจทำให้เกิดโรคตามมาได้
กระทั่งกบอายุได้ 4 เดือน ก็ให้แยกกบออกจนเหลือ 50-60 ตัว เนื่องจากกบจะเริ่มโต หากปล่อยไว้จะทำให้แออัดกบจะกัดกัดตายได้ จากนั้นก็ดูแลไปอีก 2 เดือน ก็สามารถจับไปขายได้แล้ว กบก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ตัวละ 400-500 กรัม ขายในท้องตลาดกิโลกรัมละ 150 บาท
“การเลี้ยงกบกล่องโฟมทำได้ง่าย สะดวกมาก เพราะกล่องมีน้ำหนักน้อย ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ยกเปลี่ยนน้ำได้สะดวก ถือเป็นการเลี้ยงระบบปิดทำให้กบปลอดจากโรค ประหยัดเนื้อที่ เพียงแต่มีพื้นที่ 4×6 ตารางวา ก็จะเลี้ยงกบได้ถึง 5,000 ตัวเลยทีเดียว” ฉะอ้อนกล่าว
นับเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเลี้ยงกบที่ผู้สนใจสามารถนำไปทดลองเลี้ยงได้ โดยเฉพาะคนเมืองซึ่งมีเนื้อที่น้อยได้ก็สามารถใช้ประโยชน์จากการเลี้ยงกบ เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย
ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
ฝากด้วยนะคะ จะเรียนรู้เรื่องเกษตกรคะ
kitipong
19 พฤศจิกายน, 2009 - 10:13
Permalink
เสวนาต่อ
เช่นกันครับ
สวัสดีครับ จำป้อจายคนนี้ได้ก่
จันทร์เจ้า
30 เมษายน, 2010 - 12:41
Permalink
ใช่เลย
ใช่เลย ตรงใจฉันเลย งานหนักไม่เคยฆ่าฅน เป็นเรื่องจริงนะ เหนื่อยกายพักหน่อยก็หาย แต่เหนื่อยใจนี่ซิหมดแรงเลย
พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า
ยายอิ๊ด
2 พฤษภาคม, 2010 - 23:18
Permalink
สงสารแต่เจ้ากบ
สงสารแต่เจ้ากบ
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#
สาวภูธร
19 กรกฎาคม, 2011 - 15:16
Permalink
คะ
เหนื่อยกายพักก็หาย ส่วนเหนื่อยใจ............ :sigh: :sigh: :sigh: :sigh: