รายงานผลความคืบหน้าต้นอ่อนแตงหูฉลาม(Shark Fin Melon) "ต้นกล้าแห่งมิตรภาพและน้ำใจ สมช.บ้านสวนฯ"

หมวดหมู่ของบล็อก: 

รายงานผลความคืบหน้าต้นอ่อนแตงหูฉลาม


(Shark Fin Melon)


"ต้นกล้าแห่งมิตรภาพและน้ำใจ สมช.บ้านสวนฯ"


   หลังจากที่เมล็ดพันธุ์แตงหูฉลามได้สู้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนไกล ด้วยความตั้งใจและความมีน้ำใจของ สมช.บ้านสวนที่อยู่ออสเตรเลีย ซึ่งผู้รับเองไม่เคยได้รู้จักหน้าค่าตามาก่อนเลย  แต่รับทราบได้อย่างดียิ่งถึงความตั้งใจที่จัดส่ง และรู้สึกซาบซึ้งใจมาก งานนี้ตั้งใจเต็มที่ในประคบประหงมและคอยวินาทีระทึกว่าเมล็ดแตงน้อยๆนี้จะอยู่กับเราได้หรือเปล่า



ขั้นตอนแรก ตั้งใจไว้ว่าเผื่อจะไม่รอดหากใช้วิธีเดียว จึงตัดสินใจเพาะทีละเมล็ด กะว่าทดลองเมล็ดละวิธี เมล็ดแรกแช่ตู้เย็นจนเกือบอาทิตย์ ทีแรกนึกว่ามีรากงอกตั้งแต่สามวันแรก แต่แท้จริงเข้าใจผิด (หลังจากทราบว่า เมล็ดแตงชนิดนี้ไม่ชอบความหนาวเย็น ถ้าหนาวเย็นเขาจะไม่งอก เลยรีบเอาออกจากช่องเย็น มารับอากาศปกติ)จึงเอาเมล็ดลงดิน ให้เจอดิน น้ำ แดด อากาศ


และในวันเดียวกับที่เอาเมล็ดแรกลงดินก็เริ่มเพาะเมล็ดที่สอง โดยแช่น้ำก่อนสองชั่วโมง แล้วห่อใส่กระดาษทิชชู หยอดน้ำให้ชุ่ม ใส่ถ้วยเล็กๆ เอาออกตากแดดอ่อนๆยามเช้าจนประมาณสิบโมงกว่าแล้วพาไปหลบแดด ด้วยเกรงว่า เมล็ดแตงหูฉลามจะกลายเป็นเมล็ดแตงสุกไปก่อนจะงอก ทำอย่างนี้อยู่ประมาณห้าวันได้ สังเกตว่าเมล็ดพองตัวและชุ่มอิ่มน้ำเต็มที่ จึงเอาลงดินในวันที่หก วิธีการเอาเมล็ดลงดินใช้ส่วนแหลมปักลงดิน เอียงเมล็ดประมาณสี่สิบห้าองศา (ถ้าปักตรงรากที่แทงลงดินก็จะถูกน้ำหนักของเมล็ดกดไว้) เอาดินกลบเมล็ดสักสองในสามของเมล็ด (ไม่กลบท่วมเมล็ด เพราะเมล็ดที่จะงอก ต้องออกแรงดันดินที่ท่วม ถ้าหนักไปก็อาจจะช้าต่อการดันใบเลี้ยงโผล่พ้นดินหรืออาจไม่โผล่ก็ได้) หลังจากนั้น เอาออกเจอแดด



เช้ามืดวันที่เจ็ดถิอเป็นวันแรกที่เมล็ดเริ่มงอก



พอวันที่แปด หรือวันที่สองที่เมล็ดงอก เช้าเปลือกเมล็ดยังติดอยู่ ตกบ่ายเปลือกที่ติดเมล็ด ตกร่วงที่พื้น ระหว่างนี้ คอยตามดูไม่ให้ทั้งหอยทากและนกเข้ามาคุกคามต้นอ่อนนี้


 


 


วันที่สาม ลำต้นงอกยาวขึ้นมาอีก ทำให้ส่วนใบเลี้ยงลอดออกจากแผงลวดที่วางกั้นไม่ให้หอยทากหรือนกลงไปจิกกิน


 


จึงต้องขยับแผงลวดออก


 


และย้ายกระถางที่เพาะไปซุกในกอหญ้าใต้ต้นมะม่วงใหญ่ด้วยเกรงว่าจะถูกแดดแรง


 



วันที่สี่ใบจริงใบแรกขึ้นเป็นตุ่มอยู่ซอกกลีบใบเลี้ยง


 


  


วันที่ห้า ใบจริงใบแรกเผยตัวเองให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง


 


 



วันที่หก ขนาดใบที่ใหญ่ขึ้นของใบจริงใบแรก


 


  


วันที่เจ็ด ก้านใบชูยาวขึ้น ในขณะที่ตุ่มใบจริงใบที่สองเริ่มปรากฏ


 


 


ในวันที่เจ็ดนี้เอง เหลือบตาไปเห็นเมล็ดแตงหูฉลามเมล็ดแรกที่ทดลองเพาะในตู้เย็นเริ่มโผล่ขึ้นมารับแดด ตื่นเต้นมาก เพราะเมล็ดนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะงอกขึ้นมาเลย 


 


คืนวันที่เจ็ดตื่นกลางดึกในขณะที่ฟ้าฝนกระหน่ำอย่างแรง อดเป็นห่วงเจ้าต้นกล้าน้อยทั้งสองต้นไม่ได้ แต่ก็สบายใจอยู่ว่าเอาเขาหลบอยู่ในกอหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่โชคดีที่ไม่ต้องเจอแดดแรงหรือถูกฝนกระหน่ำ


 ...ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาจะทำอย่างไรต่อดีนะ


 มีคำถามในวันที่เจ็ด ในวันนี้ได้ถามครูTui(ตุ้ย)ว่าปลูกในกระถางไว้เลยดีไหม  ครูบอกว่าไม่ดี พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปลูกว่า ให้ใส่ปุ๋ยขี้วัวมากๆทำกองดินสูงยี่สิบเซนติเมตร กว้างสามสิบเซนติเมตร กั้นขอบไม่ให้ดินไหลออกข้างๆ เอาต้นแตงหูฉลามลงแล้วใช้ขวดน้ำขนาดใหญ่ตัดก้นขวดครอบลงไปบนต้นเลย ปล่อยให้ต้นโตล้นออกมานอกขวด เอาลวดทองแดงวงกว้างประมาณสิบเซนติเมตรกันหอยทาก แต่ยังไม่ได้ทำ


 


 


วันที่แปด  เอาไม้ค้ำเขาไว้ กะว่าจะได้ไม่ล้ม


 วันนี้วันจันทร์ที่บ้านพอจะมีดินอยู่ในถุง ส่วนปุ๋ยขี้วัว รีบโทรฯถามเจ้าขายดินที่ขับรถมาขายทุกวันจันทร์ เสียดายจริงวันนี้ไม่มา จะมาอีกทีก็ต้องสัปดาห์หน้า


 


  เย็นตัดสินใจเลย รีบทำก่อนที่ต้นอ่อนจะหายไปด้วยเหตุอันใดก็แล้วแต่ ครูตุ้ยคงไม่ว่ากันที่ไม่ทำตามสูตรที่ให้ไว้ จัดแจงเอาวัสดุที่มีอยู่ในบ้าน ขี้วัวไม่มีไม่เป็นไร เอาใบมะรุมหมักที่หมักไว้เป็นปีนี่แหละผสม ความว่ามีธาตุอาหารมากมายก็น่าจะสู้ขี้วัวที่มีฟางข้าวได้น่ะ



  แล้วก็เอาทั้งดิน ขี้เถ้าแกลบ ใบมะรุมหมัก ขี้ค้างคาว     ผสมเคล้ากันรองก้นหลุมไว้ก่อนสักห้าเซนติเมตร


 


 


 จากนั้นค่อยเอาดินผสมขี้เถ้าแกลบอีกชั้น บนสุดก็เป็นดิน ล้วน



 


  แล้วขุดให้เป็นแอ่งหลุม เอาต้นอ่อนอายุแปดวันลงดินไป ครอบตามด้วยขวดเปล่าน้ำดื่มที่ตัดก้นขวดไว้ โดย รอบขวดเจาะช่องให้ระบายอากาศสามสี่ช่อง พอครอบกดแล้วเอาไม้มากั้นไว้ข้างๆกันขวดล้มอีกที


 


   เช้าวันนี้วันที่เก้าทุกอย่างยังดูสวยงาม คืนวันนี้ขณะเขียนบันทึกอยู่เสียงสายฝนกระหน่ำอย่างแรงเป็นระยะ สลับฟ้าร้อง ได้แต่หวังใจว่า“เจ้ากล้าน้อยแห่งมิตรภาพและน้ำใจ สมช. บ้านสวน” ทั้งสองจะเข้มแข็งอดทนและยืนหยัดฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลาย  นับก้าวออกไปให้ผลเป็นที่ชื่นใจทั้งแก่ผู้ให้ ผู้รับ และผู้รับได้ช่วยกันส่งไม้ต่อๆกันไป


 


...ขอขอบคุณ คุณแก้ว กุ๊ก กิ๊ก ที่ส่งข่าวว่าแตงหูฉลามที่เพาะไว้เริ่มผลิต้นอ่อนให้ผู้เขียนบันทึกนี้ได้รู้สึกยินดีด้วย


...ขอขอบคุณ คุณลุงพูน ที่เป็นแรงสนับสนุนให้ตัดสินใจเขียนบันทึกในวันนี้


และที่ขาดไม่ได้...ขอขอบคุณอย่างยิ่ง คือ


       คุณครูTui ที่กรุณามอบเมล็ดพันธุ์แตงหูฉลามข้ามน้ำข้ามทะเลมาพร้อมคำแนะนำในการปลูกและวิธีรับประทานในวันข้างหน้า ทำให้มีเรื่องราว เนื้อหา ทั้งยังได้ถอดบทเรียนประสบการณ์การปลูกแตงหูฉลามมารายงาน        


        และคุณโสทร ผู้ใหญ่บ้าน  ที่เปิดโอกาสให้ได้ใช้พื้นที่แห่งนี้ในการร่วมสร้างสิ่งดีงามเพื่อความพอเพียงและผนึกกำลังร่วมกันเดินตามรอยพ่อ...ขอขอบคุณมากๆค่ะ


  


สนใจข้อมูลแตงหูฉลาม คลิกไปที่


http://www.bansuanporpeang.com/node/4010

ความเห็น

เยี่ยมเลยค่ะ...มาคอยชมคอยเชียร์และให้กำลังใจค่ะ..^_^..

MSN/MAIL/HI5 : Tongau_oomsin[at]hotmail[dot]com

ได้แนวมาจากคุณอูน่ะค่ะ วันพร้อมทำสวน เลยเรียนรู้และลองทำบ้าง แต่ว่าภาพยังเตาะแตะ ภาพที่คุณอูจัดทำสวยค่ะ ชวนมอง ดูเพลิน บางครั้งจบเมื่อไรไม่ค่อยจะทันรู้ตัว  ขอบคุณคุณอูอีกครั้งที่คอยเป็นกองเชียร์อย่างสม่ำเสมอ

ดูพี่ถนอมเค้ามาเลยค่ะ

อยากชิมของจริงจังค่ะ

ฉันจะปลูก ผัก ให้ลูกทาน

คุณเอ๋ ถนอมจริงๆ มาตั้งไกล ถ้าไม่รอดละก้อ เสียดายแย่เลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะไปหาได้ที่ไหนอีก อย่างฟักทองยักษ์นี่ก็ยังพอหาซื้อเมล็ดพันธุ์ได้บ้าง แต่เวลานี้หยุดเห่อฟักทองยักษ์ไปชั่วขณะน่ะค่ะหลังจากเขาอำลาจากไป ต้องใส่ใจเมล็ดแตงหูฉลามก่อน ถ้าปลูกพร้อมกันเดี๋ยวอีกต้นจะน้อยใจเอาพาลจะไม่โตให้ได้กินผล

เห็นวิธีการและขั้นตอน การดูแลเอาใจใส่ต้นแตงของพี่สายพินแล้ว


สุดยอดจริงๆ ค่ะ ขนาดไม่ได้ปลูกเองเห็นแล้วชื่นใจแทนค่ะ


เป็นกำลังใจให้นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ คุณลาวัณย์ ที่ส่งแรงใจมาให้ ได้แรงใจอย่างนี้ต้องเดินหน้าเต็มกำลังแต่อย่างเดียวแล้วค่ะ ถ้าคุณลาวัณย์ได้ปลูกบ้างเชื่อว่าคุณลาวัณย์ทำได้เป็นเรื่องราวไม่น้อยกว่าแน่นอนเลยค่ะ ไว้ถ้ามีความหวังว่าได้เมล็ดพันธุ์แน่นอน จะส่งข่าวคืบหน้า คาดว่าน่าจะเหมือนแตงทั่วไปหรือเปล่าไม่ทราบ ขออ้างอิงฟักทองน่ะค่ะ อาจจะประมาณที่ 150 วัน ไม่แน่ใจนะคะ เพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย

ของความอร่อยแห่งอนาคต ยินดีด้วยครับคุณสายพิน...เย้ๆๆๆ

เมื่อจิตสงบ...ก็จะเห็นซึ่งปัญญา

ขอบคุณมากมายค่ะ คุณ aorahan เป็นจุดเริ่มต้นจริงๆค่ะ  แล้วถ้าได้ผลแล้วจะนำความคืบหน้ามาเสนอน่ะค่ะ ถ้ายังไม่ได้ผลก็เสนอเป็นระยะ แต่ถ้าไม่ได้ต้นไม่ได้ผลเลย งานนี้เห็นทีต้องม้วนเสื่อไปตั้งหลักก่อน  ขอบคุณมากนะคะที่มาเป็นแรงใจกัน

ตั้งใจจริงๆค่ะ  ขอช่ืนชม มีเรื่องเล่า แต่งโมที่ขึ้นเอง กินแล้วโยนเมล็ดท้ิงแล้วเกิดเอง มีผลเริ่มโต ทุกคนก็เฝ้ารอเอเม่ือไหร่ แตงจะสุก หลายผลเหมือนกัน แต่คนแก่่บอกว่า


อย่าไปมอง อย่าไปเฝ้า อย่าเอามือไปลูบเดี๋ยวมันจะเน่า  เวลาผ่านไปปรากฎว่ามันเน่าจริงๆ  อดเลย....โบราณว่า....น่าจะเชื่อตั้งแต่ที่แรกนะ

ใช่เลยค่ะ คุณครูพอเพียง เห็นด้วยมากๆค่ะที่โบราณว่าไว้ ประสบการณ์อย่างนีเกิดขึ้นจริงๆตอนปลูกฟักทองยักษ์น่ะค่ะ บางต้นหอยทากกินไป แต่บางต้นน่ะค่ะ ใส่ใจเขาจนเน่า ตามมาด้วยการตกเป็นอาหารให้หอยทาก  ขอบคุณมากนะคะ ยังไงก็จะพยายามยั้งมือไม่ไปลูบคลำเขาบ่อย หลังจากนี้ถ้าต้นเขาพอจะอยู่ตัว ก็จะทำลืมๆไปบ้างค่ะ

หน้า