สารตกค้างในผักผลไม้นำเข้า
คราวที่แล้วนกพูดถึงเรื่องข้าวกล้องและโอรีซานอลจากข้าวแล้ว ถึงแม้ว่าบางท่านอาจจะหาทานได้ยากหรือไม่ค่อยชอบทานหรือไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรให้ลองหาอาหารประเภทอื่นที่มีประโยชน์คล้ายกันมารับประทานเสริมเอาก็ได้นะคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องสารตกค้างในผักผลไม้นำเข้ากันบ้าง ซึ่งบางท่านอาจเคยได้ยินหรือเคยอ่านผ่านมาบ้างแล้วครั้งนี้นกก็ขอนำเสนออีกเพื่ออัพข้อมูลใหม่เผื่อบางท่านอาจยังไม่ค่อยทราบหรือท่านที่เคยรับข่าวสารมาบ้าง เป็นที่ทราบกันดีว่าจากการที่ประเทศไทยเราได้เปิดการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ นั้นส่งผลให้ภาษีสินค้านำเข้าลดลง อาหารและผักผลไม้ที่ต่างประเทศสามารถปลูกได้มากกว่าประเทศไทยมีมากขึ้นและได้รับความนิยมจากคนไทย เนื่องจากมีราคาถูกกว่าผักผลไม้ที่ปลูกในประเทศ เพียงแต่ว่าเราต้องระวังของแถมที่ไม่พึงปรารถนาที่แฝงตัวมากับผักผลไม้ที่ว่านี้กันสักหน่อย
ผลการตรวจวิเคราะห์ผัก ผลไม้ เครื่องเทศและธัญญพืชนำเข้า จำนวน 1,047 ตัวอย่างรวม 63 ชนิดจาก 24 ประเทศ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ปรากฎว่า พบสารเคมีกำจัดแมลงตกค้างอยู่ในผักผลไม้ 27 ชนิด ได้แก่ กระหล่ำดอก ขึ้นฉ่ายฉ่อย ผักไท่ซิม คะน้า กวางตุ้ง ฮ่องเต้ หอมหัวแดง แครอท เห็ด ลิ้นจี่ สตรอเบอร์รี่ พลับ ส้ม กีวี่ องุ่น บลูเบอร์รี่แช่แข็ง พลัม ทับทิม แพร์ แอปเปิ้ล แก้วมังกร พริก ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ซีเรียล และน้ำผลไม้ ซึ่งในจำนวนนี้ มี 44 ตัวอย่าง จาก 12 ชนิด หรือคิดเป็นร้อยละ 4.2 ที่พบว่ามีการตกค้างเกินเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ ผักกวางตุ้ง 2 ตัวอย่าง คะน้า 5 ตัวอย่าง ขึ้นฉ่ายฉ่อย 1 ตัวอย่าง เห็ดหูหนูขาวแห้ง 1 ตัวอย่าง ลิ้นจี่ 4 ตัวอย่าง สัม 16 ตัวอย่าง พลับ 1 ตัวอย่าง องุ่น 2 ตัวอย่าง แก้วมังกร 2 ตัวอย่าง พริกแห้งและพริกสด 8 ตัวอย่าง และข้าวไรย์ 1 ตัวอย่าง
โดยสารเคมีกำจัดแมลงที่พบเกินกว่าเกณฑ์ส่วนใหญ่อยู่ในนกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต คาร์บาเมต และไพรีทรอยด์ ตามลำดับ ซึ่งอาการเป็นพิษของการได้รับสารเคมีกำจัดแมลงดังกล่าว คือ คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้ออ่อนแรง แน่นหน้าอก และในกรณีเป็นพิษเรื้อรังอาจจะทำเห้เกิดมะเร็งได้ สำหรับในกรณีกลุ่มออร์กาโนคลอรีน แม้จะมีประกาศห้ามใช้แล้ว แต่อาจมีการตกค้างได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ตกค้างยาวนาน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคควรระมัระวังในการเลือกซื้อและทำความสะอาดผักผลไม้ให้สะอาดก่อนการนำมาปรุงอาหารหรือรับประทานโดยตรง โดยผู้บริโภคสามารถลดปริมาณการตกค้างของสารเคมีกำจัดแมลงได้ร้อยละ 29-84 ด้วยการแช่น้ำส้มสายชู 10 % หรือแช่ในน้ำเกลือ (น้ำส้มสายชูหรือเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะละลายในน้ำ 4 ลิตร) นาน 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หากเป็นผักให้ลอกหรือปอกเปลือกแล้วแช่ในน้ำสะอาด 5-10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หรือล้างด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อกนานอย่างน้อย 2 นาทีก็ช่วยลดปริมาณสารพิษตกค้างได้เช่นกันค่ะ เนื้อหาอาจจะยาวไปหน่อยแต่ก็มีประโยชน์นะคะ อ้างอิงจากหนังสือ HealthToday ฉบับที่ 116 พฤศจิกายน2553 หน้าที่ 14 บางท่านอาจจะอ่านผ่านมาแล้ว พอดีนกเป็นคนชอบอ่านหนังสือหลายประเภทและที่บ้านก็รับหนังสือเกือบทุกประเภท เลยอยากจะแบ่งปันความรู้บ้าง
- บล็อกของ tanapon
- อ่าน 5359 ครั้ง

ความเห็น
Tui
5 ธันวาคม, 2010 - 05:57
Permalink
ข้อมูลดีมาก ครับ ผลไม้นำเข้า
ข้อมูลดีมาก ครับ ผลไม้นำเข้า แต่ละประเทศก็ให้สารพิษแต่งต่าง กัน ผมเองนั้น อยู่ที่ไหนจะทานผลไม้พื้นเมืองเป็น หลัก ผลไม้ส่งอกส่วนใหญ่จะ เคลือบแว็กซ์ ถึงทานได้ปลอดภัยก็ยังไม่ดียู๋ดี ถ้ามีปัญหาเด่นชัด อีกหน่อย ถ้ารัฐคงเพิ่มมาตรการตรวจอาหารมากขึ้น นะครับ คงต้องอดใจรอจนกว่าจะเป็นเรื่องเด่นชัดก่อนแต่สารพิษเหล่านี้ ทานไปไม่ได้เห็นผลทันที ทานเยอะๆ จึงออกผลชัดเจน แต่ที่แน่ๆ ระยะยาว เพราะบางอย่างสะสมในร่างกายได้ดี ดังนั้นต้องอดใจรอนานหน่อย กว่าปัญหาจะเกิดเพิมจนเป็นที่สังเกตุได้และมี มาตรการป้องกันเด่นชัด ครับ ดั้งนั้นใครไม่อยากกังวลเราช่วยกัน ทานผักผลไม้ตรง จากเกษตรกรดีกว่าครับ หาซื้อยากหน่อย แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขาใส่อะไร
oddzy
5 ธันวาคม, 2010 - 08:32
Permalink
โหวตให้แล้ว 1 คะแนน
แม้นอีหลีเลยจ้า ผักเราไม่ซื้อเลย ปลูกกินเอง ซื้อเป็นบางอย่างซื้อเท่าที่จำเป็น เดี่ยวนี้อะไรก็อันตรายไปหมด ยิ่งผักที่มาจากจีนนี่อันตรายมากเลย ขนาดปลามันยังแช่สารเคมีเพิ่มแร่ธาตุให้ตรวจเจอปริมาณมากๆ จะได้สั่งมันเข้ามาอีก เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มเด็กอ่อนนี่แย่มากเลย จากจีน เด็กไส่แล้วเป็นผื่น เห็นว่ารัฐบาลอเมกา จะสั่งนำเข้าเสื้อผ้าเด็กอ่อนจากไทยเข้าไปขายแทน รู้แบบนี้แล้วก็ปลื้มใจแทนชาวไร่ที่ปลูกฝ้ายเด้
panatda
8 ธันวาคม, 2010 - 16:16
Permalink
สารตกค้างในผัก ผลไม้
:nonono: อ่านข้อความที่น้องนก นำมาได้ประโยชน์อย่างมากค่ะ ต้องระวังภัยมากับอาหารที่นำเข้ามาจากต่างประเทศด้วยนะคะ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
หน้า