ปุ๋ยน้ำหมักปลา เร่งการเจริญเติบโต
ปลูกพิช ปลูกผัก แบบอินทรีย์ สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ สำหรับคนกรุง คือราคาค่าปุ๋ยมูลวัว และ ราคาน้ำหมัก ถ้ายังหาซื้อมาใช้ ก็คงหมดเปลือง ทำเองดีกว่า
วันนี้มาเล่าเรื่อง ปุ๋ยน้ำหมักปลาค่ะ เป็นปุ๋ย ที่มีค่า N สูง ช่วยเร่งการเจริญเติบโต ใช้ได้ผลดีมากๆ ในผักกินใบ และพืชผักอื่นๆ จากการไปดูงาน ที่ศูนย์วิจัยพันธ์พืชลำตะคองมา เห็นผลงานเขาแล้ว ควรทำตามอย่าง จึงปรึกษาพี่อ้วน และ ผู้ใหญ่โส ได้การแล้ว ตามมาดูเลย
ขั้นแรก ที่เราต้องรู้ สัดส่วน ของส่วนผสมนะคะ
3:1:1:10
3 ส่วน เป็นปลา
1 ส่วน เป็น น้ำตาล
1 ส่วน เป็น พด.2
10 ส่วน เป็น น้ำ
เขียนแบบละเอียด เพราะ มีเพื่อนๆ หลายท่าน บอกว่า ยังไม่เคยทำมาก่อน ยังสับสน และไม่เข้าใจ
ตามมาดู ส่วนผสม ของแก้วนะคะ วันนี้ มีวัตถุดิบ พอทำได้ 2 เท่าของสัดส่วนส่วน
1. หัวปลา 2 เท่าของสูตร ( 6กิโลกรัม)

หัวปลา และ ไส้ปลา ขอมาฟรีค่ะ จากตลาด
2. น้ำตาลทราย 2 เท่าของสูตร ( 2 กิโลกรัม )

3 สาร พด.2 ใช้ซองเดียว ทำได้ เลย เหลือเฟือค่ะ

4. น้ำ 2 เท่าของสูตร ก็ประมาณ 20 ลิตร
ขอบอกก่อนว่า สัดส่วน ที่ว่ามานี้ ไม่จำเป็น ต้องเคร่งครัดมากนัก ก็ได้ค่ะ แต่เรื่องน้ำตาล ต้องมากพอ ไม่เช่นนั้น บูดเน่า ส่งกลิ่นเหม็น
มาเริ่มทำ ปุ๋ยน้ำหมักกัน ขอบอกว่า ใช้เวลาทำ เพียง 10 นาทีเอง ง่ายมากๆ เขียนบล็อกนี้ ใช้เวลาเยอะกว่าอีก
วิธีทำ
ขั้นที่1 ละลายน้ำตาล ลงในน้ำ สัก 10 ลิตรค่ะ ไม่ใช้น้ำประปาจากก๊อก แก้วใช้น้ำที่ขังไว้แล้ว

คนๆ กวนๆ เรื่องกวนๆ ถนัดมาก เอิ๊กๆๆๆ
ละลายแล้ว เทหัวปลา ลงไปเลย

ลอยเท้งเต้ง ดูเป็นภาพ ที่อนาถ นิดหน่อย
ขั้นที่ 2 เตรียมพด.
เอาพด. มาละลายน้ำเปล่า เสร็จแล้ว พักทิ้งไว้ สัก 5 นาที

ขั้นที่3 เอาสารละลาย พด.ที่เรียบร้อยแล้ว เทลงถัง ที่เตรียมปลา ใส่น้ำเชื่อมไว้แล้ว เป็นอันเสร็จค่ะ
ง่ายมั๊ย ง่ายมากๆ
แต่จะให้ดี เพิ่มสับประรดสักหน่อย จะช่วยลดกลิ่นปลาหมัก แก้วเติมสับประรด ลงไป อีก 2 กิโลกรัมค่ะ โดยประมาณ

สับประรด ที่สุกเกินไป ขอฟรี จากตลาด เช่นกัน นำมาหั่นๆ แล้วใส่ลงเลย
ได้เป็นส่วนผสม หน้าตา แบบนี้

เติมน้ำที่เหลือ แล้ว คนๆ กวนๆ ให้เข้ากัน แล้วปิดฝา ไม่ต้องล็อค

ทิ้งไว้ในที่ร่ม ไม่โดนแดด รอสัก 2-3 สัปดาห์ ก็ได้ ปุ๋ยหมักปลา ไว้ใช้แล้ว ระหว่างนี้ แอบเปิดดู และคนๆ มันบ้าง
แก้วเริ่มทำ วันที่4 กค. วันนี้ มีคนจองคิว ขอซื้อแล้ว ลิตรละ 30บาท
ที่จริืงทำเองนั้น ง่ายมาก และ ต้นทุนก็น้อยด้วย มีแค่ค่าน้ำตาล อย่างเดียวเอง
ลองทำกันดูนะคะ ไม่ลองไม่รู้ค่ะ
***********
- บล็อกของ แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
- อ่าน 89506 ครั้ง

ความเห็น
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
7 กรกฎาคม, 2011 - 20:49
Permalink
นกฮูก
มาทำไมจ๊ะ สอนแล้ว ทำโลด
รู้นะ คิดทางลัด เหมือนเจ้านัท แน่ๆเลย ใช่ป่าว
อวยพร
7 กรกฎาคม, 2011 - 11:02
Permalink
น้องแก้ว
เคยทำหมักเปลือกกุ้ง แต่มีปัญหาตอนกลิ่นติดมือ ล้างยังไงก็ไม่หายเหม็น มีวิธีแก้ยังไงคะ
ที่สวนพี่ใช้ปุ๋ยคอกทั้งกระสอบหมักในถัง 200 ลิตร เติมน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 2 อาทิตย์ ตักไปผสมน้ำรดผัก งามดีเหมือนกัน พอน้ำหมดก็เติมได้หลายครั้ง สุดท้ายก็เอาปุ๋ยที่เหลือในกระสอบไปใส่ต้นไม้ต่อค่ะ
พ่อน้องออม
7 กรกฎาคม, 2011 - 11:14
Permalink
คุณอวยพร
ลองใช้น้ำชาล้างมือนะครับ ช่วยดับกลิ่นคาวกุ้ง ผมเคยไปกินที่ร้านกุ้งกล้ามกลาม เค้ามีน้ำชามาให้สำหรับล้างมือ เราก็คิดว่าเค้าเอามาให้กิน เกือบกินไปซะแล้ว :sweating: :uhuhuh:
EAKAPONG_36@hotmail.com Tel 087 959 9004
อวยพร
7 กรกฎาคม, 2011 - 11:22
Permalink
คุณเอก
น้ำชาล้างมือ คุณเอกเกือบกิน แต่เคยมีเพื่อนที่ไปกินกุ้งเผาด้วยกันกินไปซะแล้วค่ะ
:uhuhuh:
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
7 กรกฎาคม, 2011 - 20:54
Permalink
555
ขออนุญาต
ขำมาก ค่ะ ฮาด้วยคน :uhuhuh:
oddzy
7 กรกฎาคม, 2011 - 11:19
Permalink
พี่อวยพร
กิล่นเหม็นๆติดมือแบบนี้ไม่มีอะไรปราบได้เลยค่ะ นอกจาก เปลือกมะนาว ลองดูนะค่ะ อ๊อดใช้ล้างมือเป็นประจำทุกวัน หลังทานอาหาร มะนาว เวลาใช้เสร็จแล้ว อย่าทิ้งค่ะ เก็บไว้ล้างมือ ล้างปาก บีบๆให้น้ำมันที่เปลือกออกมาหน่อย เพราะน้ำมันที่เปลือกมีสารช่วยระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นปลาร้า กลิ่นกระเทียม กลิ่นคาวจากปลา เนื้อ ไก่ กุ้ง กะปิ เป็นต้น หรือแม้กระทั่งกลิ่นปาก ที่บางครั้งเราเรียกว่า "น้ำลายบูด" หั่นมะนาวบางๆ ทั้งเปลือก จิ้มเกลือนิดหน่อย แล้วเคี้ยวกลืนทั้งเปลือกเลยค่ะ จะทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น น้ำมันในเปลือกมะนาวจะช่วยยับยั้งเชื่อแบบคทีเรียในช่องปาก และลำไส้ได้ แม้ในวันที่ทานส้มตำปลาร้ากลิ่นกระเทียมหึ่งๆ ก็ช่วยได้ค่ะ ลองดู
อวยพร
7 กรกฎาคม, 2011 - 11:25
Permalink
น้องอ๊อด
ดีเลยค่ะ ช่วงนี้มะนาวเป็นลูกเยอะ จะได้ลองทำ ถ้าปั่นเก็บไว้แล้วแปรรูปเป็นครีมกำจัดกลิ่นคงดีนะคะ จะได้สะดวกและเก็บไว้ได้นานๆ
kheatti74
7 กรกฎาคม, 2011 - 13:03
Permalink
คุณอวยพร
ขอเสนอเปลือกมะกรูด ก็ได้ครับหอมไปอีกแบบนึง :embarrassed:
ถ้าเดินเรื่อยไป ย่อมถึงปลายทาง
อวยพร
7 กรกฎาคม, 2011 - 13:07
Permalink
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ ได้สูตรเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง แต่เปลือกมะกรูดหายากมาก ที่บ้านไม่มีเลย ต้องรีบปลูกเพิ่มซะหน่อย ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง
กุ้งบางบัวทอง
7 กรกฎาคม, 2011 - 11:15
Permalink
คุณแก้ว
ตอนที่ยังไม่เห็นขั้นตอน กุ้งคิดว่ามันต้องเป็นอะไรที่ยุ่งยากแน่เลย พอคุณแก้วทำให้เห็นอย่างละเอียดอย่างงี้ อืมม์....ดูไม่ยากอย่างที่คิด ขอบคุณค่ะขอ BOOKMARKS ไว้เลย....
มีความสุขกับการที่ได้ให้มากกว่าการที่ได้รับ
หน้า