บริจาคเลือดกันไหม
เมื่อวานได้มีโอกาส ออกหน่วยรับบริจาคเลือดร่วมกับโรงพยาบาลและกาชาดจังหวัด ที่โรงเรียนกำแพงวิทยาอีกครั้ง ครบ รอบ 1 ปีพอดี จากบล็อกปีที่แล้ว..คราวนี้มีน้อง ๆหลายคนมาบริจาคเป็นครั้งที่ 2 หลังจากผ่านการบริจาคครั้งแรกไปแล้ว รู้ว่าไม่ได้ น่ากลัวและเจ็บมากมายอย่างที่คิด..แต่ยังมีน้องน้องๆอีกหลาย ๆคนที่ร่างกายไม่พร้อมที่จะให้บริจาค เช่นพักผ่อนไม่เพียงพอ ..รวมทั้งหลังการรับบริจาค มีน้อง ๆบางคน เป็นลม วิงเวียนศีรษะ ..ซึ่งอาจจะตรงกับหลาย ๆท่านที่ต้องการบริจาคเลือด วันนี้เลยขอนำความรู้ในการเตรียตัวก่อนให้บริจาคเลือดมาฝากด้วยค่ะ
การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต
- นอนหลับให้เพียงพอ ในเวลาปกติคืนก่อนวันบริจาค
- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กเพิ่ม
- รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้
- ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณ โลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต
- ไม่มีอาการมึนเมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ หรืออื่นๆ
- ไม่รับประทานยา กลุ่มยาอักเสบ ยาแอสไพริน หรือยาคลายกล้ามเนื้อ ภายใน 6- 7 ชั่วโมง
ขณะบริจาคโลหิต
- สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
- เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้ง เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
- ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล
- ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
- ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการ ผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที
- หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อย ห้ามลุกทันที ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง
หลังบริจาคโลหิต
- ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน
- หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต
- ถ้ามีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบนั่งก้มศีรษะต่ำระหว่างเข่า หรือนอนราบยกเท้าสูงจนกระทั่งมีอาการปกติจึงลุกขึ้น และเดินทางกลับ ป้องกันอุบัติเหตุจากการล้ม
- ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อส กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
- ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน
- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก
ขั้นตอนการรับริจาคเลือด
1. มีการคัดกรอง โดยใช้แบบซักประวัติ โรคประจำตัว การใช้ยา การพักผ่อน น้ำหนัก ความดันโลหิต ว่าปกติหรือไม่ รวมทั้งประวัติการบริจาค ที่ผ่าน ๆมาว่า มีปัญหาเช่นเป็นลม มีรอยเขียวช้ำ หรือไม่
2. มีการเจาะตรวจกรุ๊ปเลือดอีกครั้ง เพื่อความถูกต้อง รวมทั้งตรวจความเข้มข้นของเลือด
| เมื่อเจาะเลือดจากปลายนิ้ว หยดลงในน้ำยาสีฟ้า (สารละลายจุนสีหรือCopper sulphate)แต่หยดเลือดของคุณไม่จม และเมื่อได้ตรวจความเข้มข้นของโลหิต (Hemoglobin) พบว่าความเข้มข้นไม่ถึง 12 g/dL ในผู้หญิง หรือไม่ถึง 13 g/dL ในผู้ชายแสดงถึงภาวะโลหิตจาง คุณ! อาจเป็นพาหะโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย หรือโรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็ก |
ยาธาตุเหล็กสำหรับผู้บริจาคโลหิต โดยปกติ ร่างกายจะเสียธาตุเหล็ก จากการหลุดลอกของเซลล์ ผนังลำไส้ และเซลล์อื่นๆในปริมาณที่น้อยมาก |
| หากท่านได้ปฎิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวท่านจะไม่เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กแน่นอน โลหิตจะเข้มข้นเพียงพอที่จะบริจาคทุกครั้ง การบริจาคโลหิตจะเป็นการกระตุ้นให้ไขกระดูกทำงานผลิตโลหิตใหม่หมุเวียนทดแทนโลหิตเก่าที่ออกไป ส่งผลให้เป็นผู้มีผิวพรรณสดใส ไม่อ่อนเพลีย มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ตลอดไป |
| เอกสารอ้างอิง 1. ข้อมูลเผยแพร่ทางวิชาการของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เรื่อง ความสำคัญของธาตุเหล็กที่มีต่อการบริจาคโลหิต 2545 |
3. เมื่อตรวจแล้วร่างกายพร้อมที่จะให้บริจาค ก็ เริ่มเจาะเลือด แขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน
อ่ะ ๆ...จึ๊ก .....พี่..ไม่เจ็บนะคะ...น้อง..เจ็บ..เหมือนมดกัดจริงแฮะ..*-*
น้องคนนี้..บริจาคครั้งที่ 2 แล้วค่ะ..หลังจากครั้งแรกกล้า ๆกลัว ๆ ครั้งนี้ สู้ต้ายค่ะ..
คนนี้ครั้งแรกค่ะ...หลังจากเดินวน ๆ 2-3 รอบ ..พี่คะ..บริจาคแล้วจะเป็นไรไหมคะ...พี่คะ..เค้าบอกว่าบริจาคเลือดแล้วจะ เอ๋อ ๆมั้ยคะ.. ตอนนี้น้องได้คำตอบที่จะไปอธิบายคนอื่น ๆแล้วนะคะ..ว่า เจ็บเหมือนโดนมดกัด หรือเข็มตำ จริงหรือไม่..*-*
น้องห้องแลป และน้องพยาบาลช่วยกันเจาะเลือดค่ะ
นี่ก็ครั้งแรกค่ะ...หลังจากปีที่แล้ว ตั้งใจบริจาค แต่ร่างกายไม่พร้อม..ปีนี้สู้ ๆเลยค่ะ..(บีบลูกบอลสม่ำเสมอ เลือดจะไหลเต็มถุงได้เร็ว)
ในที่สุด ก็ผ่านไปด้วยดี..หลังจากบริจาคเลือดไป 450 มิลลิลิตร... นอนพัก สักครู่ ก็ลุกขึ้นเดินแซว เพื่อน ๆต่อได้แล้วค่ะ
4. หลังจากให้บริจาคเลือดแล้วก็นอนพักสักครู่ และ ดื่ม นม ไข่ต้ม น้ำแดง และขนม เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายหลังจากเสียเลือดไปแล้ว..ซึ่งทางสภากาชาดได้เตรียมไว้สำหรับผู้รับบริจาค ทุกท่าน..อ้อ แถมยาดมให้ด้วยค่ะ..เผือ่วิงเวียนศีรษะ
เห็นไหมคะ..บริจาคเลือดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราเตรียมร่างกายให้พร้อม ส่วนเลือดที่รับบริจาคมา ทางโรงพยาบาลก็จะนำมาเก็บไว้ในธนาคารเลือดของโรงพยาบาล เพื่อใช้ในผู้ป่วยที่ต้องการเลือดทั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลใกล้เคียง..ซึ่งต้องขอขอบคุณหน่อยงานต่าง ๆที่ร่วมกันบริจาคเลือด ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนต่าง ๆในอำเเภอ ส่วนราชการต่าง ๆ ตำรวจ ทหาร อบต .รวมทั้งชาวบ้านในชุมชน ที่ร่วมกันบริจาคเลือด..ซึ่งเป็นการให้ทานยิ่งใหญ่เลยค่ะ..
มีเรื่องประทับใจจากน้อง ๆ ที่มาบริจาค มาเล่าด้วยค่ะ มีน้องคนแรก น้ำหนักและอายุ่ผ่าน แต่ความดันโลหิตต่ำ เลยแนะนำเรื่องออกกำลังกายและไว้โอกาศหน้าค่อยมาบริจาค ผ่านไป 30 นาที เค้าเดินเหงื่อซิกมาถาม ..พี่คะ..หนูไปวิ่งมา ความคงขึ้นแล้วบริจาคได้มั้ยคะ..แห ๆ น้องจ๋า..แบบนี้ไม่ได้หรอกจ้า..เดี๊ยวน้องจะเป็นลม แค่น้องตั้งใจบริจาค..ก็เป็นจิตกุศลแล้วค่ะพี่ขอชื่นชม.. ส่วนอีกคนก็เช่นกัน วัดความดัน 3 รอบ ก็สูงตลอด ก็มาอ้อน ๆ พี่คะ..ไม่ได้หรอ หนูอยากบริจาคจริง ๆ นะ.. แหะ ๆไม่ได้จ้าน้อง ..มีการแซวน้องเล็ก ๆน้องลดหุ่นสักนิดนะคะ ออกำลังกาย งดอาหารมัน ๆ ปีหน้าพี่จะมารับบริจาคใหม่นะคะ... รายสุดท้าย เป็นชายหนุ่ม.. มาถึง พี่ ๆไหนว่าจะโทรหาผม... เหอ ๆ น้องค่ะ..โทรหาเรื่องอะไรหรอ..พี่ยังงง ๆ ...อ้าว ปีที่แล้วผมจะบริจาคแล้วมาไม่ทัน...พี่บอกว่าจะแจ้งว่า..จะมารับบริจาคเมื่อไรอีก...แหะ ๆ พี่ขอโทษค่ะ...ตั้ง 1 ปีแล้ว...พี่ลืมไปแล้ว..แต่พี่จำได้ว่าไม่ได้ขอเบอร์น้องไว้ที...*-*...รับบริจาครอบนี้มีน้อง ๆหลายคนเป็นลม ..อาจเกิดจากการลุกจากเตียงเร็ว แล้ววิ่งเล่นแซวคนโน้นคนนี้ที และเร่มจะเที่ยง..อาจทำให้อ่อนเพลียได้ แต่หลังจากนอนพัก 20-30 นาที ทุกคนก็ลุกขึ้นมาเฮฮาและแกล้งคนที่ยังไม่บริจาคได้ต่อไป..ทำให้คนอื่น ๆกล้าบริจาคเพิ่มขึ้น
ที่นี้..ก็ไปร่วมบริจาคเลือดกันได้แล้วยังคะ...
อ้อ..เริ่มบริจาคเลือดได้เมื่ออายุ 17 ปีขึ้นไปและน้ำหนักไม่ต่ำ 45 กิโลกรัม ค่ะ
ด้วยรัก...สาวน้อยบ้านสวนพอเพียง![]()
- บล็อกของ สาวน้อย
- อ่าน 7656 ครั้ง

ความเห็น
สายพิน
10 กันยายน, 2011 - 14:34
Permalink
Re: บริจาคเลือดกันไหม
ดีเลยน้องน้อยนำเรื่องดี ๆ ให้ได้ทำบุญร่วมกันมาฝากอย่างนี้ ... แถมกรณีตัวอย่างที่อยากบริจาคมาก ๆ มีเทคนิคเยอะเลยนะคะ
น้องเอก
10 กันยายน, 2011 - 14:46
Permalink
พี่น้อย
รูปสุดท้าย น้องเค้าโดนบังคับให้สู้หรือป่าวครับพี่5555 หน้าเริ่มเขียวแล้ว
ถ้าชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อ
E-mail : pinit25@hotmail.com
Kaloikoi
10 กันยายน, 2011 - 14:56
Permalink
Re: บริจาคเลือดกันไหม
ตอนก้อยไปบริจาค ไม่เจอว่าต้องหยดในน้ำยาสีฟ้าๆที่ดูว่าเลือดจมหรือลอย มาหลายปีแล้วเหมือนกันค่ะ มีแต่เค้าเอาไปใส่เครื่องอย่างเดียวอ่ะค่ะ (หรือว่าแต่ละที่ไม่เหมือนกันคะ)
แถมธาตุเหล็กยังได้ทีละ 30 เม็ด กินกันจนเบื่อกันไปข้างนึงเลยค่ะ
ตอนเป็นเด็กๆก็บริจาคที่โรงเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัย ส่วยใหญ่ป๊า (ลุงพูน) จะพาไปที่โรงบาล หลังๆนี่ ป๊าบอกขับรถไปเองแล้วกันลูก - -"
ที่โรงบาลวชิระภูเก็ต เค้ามีบริการส่งข้อความมาเตือนด้วยค่ะ ว่าครบกำหนดแล้วนะคะ อะไรแบบนี้
ถ้ารู้จักพอดี....ทุกอย่างก็ดีพอ
สาวน้อย
10 กันยายน, 2011 - 16:18
Permalink
Re: บริจาคเลือดกันไหม..น้องก้อยคะ
ที่น้องก้อยบอก เครื่องมือเค้าทันมัยกว่าค่ะ...ที่นี่ยังใช้แบบหยดทดสอบค่ะ...เป็นการทดสอบเหมือนกันค่ะ...
ชีวืตที่เพียงพอ..
kheatti74
10 กันยายน, 2011 - 15:08
Permalink
พี่น้อย
เวลาบริจาคแล้วบีบฟองน้ำเร็วๆ บริเวณที่เข็มเจาะจะมีรอยคล้ำๆ สีม่วงเกิดจากอะไรครับเป็นอยู๋เกือบสัปดาห์แล้วค่อยๆจางหายไป
ถ้าเดินเรื่อยไป ย่อมถึงปลายทาง
สาวน้อย
10 กันยายน, 2011 - 16:21
Permalink
Re: พี่น้อย..เอสครับ
นำคำตอบจาก ข้อมูลมูลนิธิหมอชาวบ้านมาตอบให้ค่ะ รอยช้ำที่เกิดเส้นเลือดดำบริเวณแขนที่เจาะมีขนาดเล็กและเปราะ น่าจะเส้นเลือดดำแตกและมีเลือดออกนอกเส้นเลือดดำ ในระหว่างการบริจาคจึงทำให้เขียวช้ำ และรู้สึกเจ็บ หลังจากนั้นอาการเขียวช้ำนี้อาจเกิดขึ้นได้ แต่จะไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด โดยปกติอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกติใน ๕-๗ วัน
ชีวืตที่เพียงพอ..
วิศิษฐ์
10 กันยายน, 2011 - 15:48
Permalink
Re: บริจาคเลือดกันไหม
ยังไม่เคยไปบริจาคสักครั้งเลยพี่น้อย..กลัวเขาไม่เอา..เข้าข่ายไขมันในเลือดสูงนะพี่..55555
สาวน้อย
10 กันยายน, 2011 - 16:23
Permalink
Re: บริจาคเลือดกันไหม...สิทครับ..
อย่างสิทนี่..ผ่านโลด...ครั้งแรก ต้อง 1 ลิตรเลย...จะได้ผอมไว ๆ...ล้อเล่นจ้า เค้าจะรับ แค่ ครึ่งลิตร เท่านั้นแหละ
ชีวืตที่เพียงพอ..
ann
10 กันยายน, 2011 - 16:09
Permalink
Re: บริจาคเลือดกันไหม
มาเป็นกำลังใจค่ะ...
ยังไม่เคยบริจาคเลยค่ะ..(น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ :sweating:
....ความสุขอย่างแท้จริง ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง....
สาวน้อย
10 กันยายน, 2011 - 16:24
Permalink
Re: บริจาคเลือดกันไหม...แอน..ตาชั่งแถวไหน.
ตาชั่งเครื่องนั้นคงใช้ไม่ได้แล้ว...ลองดูสักครั้งต่ะ...แล้วจะติดใจ...:cheer3:
ชีวืตที่เพียงพอ..
หน้า