ขออภัย ... ที่ติดค้างไว้นาน
ข้าพเจ้าต้องขออภัยอย่างยิ่งมา ณ ที่นี่ ... ที่ ขึ้นบล็อก “ไม่ต้องสงสัย ... เอามาให้ดู” ไว้ก่อน จะขึ้นสุรินทร์ แล้วข้าพเจ้า ก็ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยือนเสียนานพอควร .... จึงไม่ได้ไขข้อข้องใจของสมาชิก ฯ บางท่าน เกี่ยวกับความแตกต่าง ของ “สาละ ลังกา หรือ สาละศรีลังกา” กับ “สาละ ที่ปรากฏในพุทธประวัติ”
ผ่านขึ้นมา ... (ผ่านมาจริง ๆ ครับ ! ... เที่ยวนี้จะไปจังหวัดเลย ... เพราะเที่ยวก่อน ยังไม่ได้ไป ... ต้องกลับลงไปสะสางบ้าน หลังน้ำท่วม ที่ นครศรีธรรมราช) ... แวะมา เยี่ยม ยาม อ่านข้อความของ สมช. และบันทึกสุดท้ายของตัวเอง เจอคำถาม ... !
เสียดาย ... และต้องขออภัย ที่ไม่อาจสร้างความชัดเจน กระจ่าง ให้ผู้สงสัยได้ .... เนื่องจากไม่ทราบล่วงหน้า จึงไม่ได้เตรียมหาภาพมาเปรียบเทียบให้เห็นได้จะ ๆ กันไป ...
“สาละลังกา” ปัจจุบัน หาดูได้ง่ายในวัดหลาย ๆ แห่ง ... จนหลาย ๆ ท่านเข้าใจว่า เป็น “สาละ” ที่ปรากฏในพุทธประวัติ ... รูปพรรณสัณฐาน ดอก ผล ต้น ใบ ก็เห็น ๆ กันอยู่ ... ใช่ว่าจะร่มรื่น ก็หามิได้
ส่วน สาละ ที่ปรากฏในพุทธประวัติ ... ในบ้านเราหาดูได้ยาก ... แต่ก็มีให้ดู นะจะขอบอก ... แน่ ๆ ตอนที่ข้าพเจ้าบวช เคยเห็นที่สวนโมกข์ ฯ ไชยา
... นำเรียนคร่าว ๆ เป็นเบื้องต้น ไว้ก่อน ... มีโอกาสไป จะเก็บภาพมาให้ดูอีกที ...
ลักษณะ ต้น ผล ใบ ของ “สาละอินเดีย” หรือสาละที่ปรากฏในพุทธประวัติ คล้าย “ยางนา” บ้านเรานี่แหละ คือเป็นไม้พุ่มใหญ่ ร่มรื่น ...
นับได้ว่าเป็นไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่แย้ง คำพังเพยที่ว่า “ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น” เพราะผลของ “สาละใหญ่” คล้าย กับ ผลยางนา นี่แหละ คือจะมีกลีบดอกประกอบผล เป็นปีก สำหรับ ประคองผลที่หล่น ให้หมุนอย่างกังหัน ... ล่องลอยออกไปห่างไกลจากต้น
แต่ความต่างของ ผล “สาละใหญ่” กับ “ยางนา” อยู่ที่ ขนาดผลของ สาละใหญ่ เล็กกว่า ผล ยางนา แต่จำนวนของกลีบดอกประกอบผล สำหรับพยุงตัวให้ล่องลอย ยามห่างจากอกแม่ มีจำนวนมากกว่า ยางนา คือ สาละใหญ่ จะมี 5 ใบ ส่วน ยางนา มีเพียง 2 ใบเท่านั้น
กล่าวถึงตอนนี้ ท่านลอง คลิกเข้าไปดูบล็อก “ไม่ต้องสงสัย ... เอามาให้ดู” ... อีกครั้งก็ได้ ก็จะเห็นความแตกต่าง ระหว่าง ผลของ “สาละใหญ่” ที่ข้าพเจ้าพรรณนา มา กับ ผลของ สาละลังกา อย่าง สุดจะหาวจีเปรียบ
ก็คงเพราะลักษณะผลของ สาละลังกา เป็นอย่างนี้กระมัง ฝรั่ง มังค่า จึงเรียกต้น “สาละลังกา” ว่า “ลูกปืนใหญ่” (Cannonball Tree)....
และขอบอกกล่าวว่า “เห็นกลม ๆ สวย ๆ อย่างนี้แหละ อย่าอุตริ ไปทุบเล่นเข้าละ” ... หากมีคำถามว่าทำไมล่ะ ... ก็ลองดู เองซี !... จะได้เป็น “ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ” ... ฮุ ๆ ๆ
ส่วนหากมีปุจฉาว่า “ทำไม ...? จาก ลูกปืนใหญ่ ... จึงมาเป็น สาละลังกา ! ... อันนี้ ข้าพเจ้า อับจนปัญญาที่จะตอบ ขอรับ !
ครับ ... เอาเป็นว่าตอบข้อข้องใจไว้พอสังเขปก่อน นะขอรับ ... ไว้ได้ไปเก็บภาพ มาได้ จะนำมาให้ชมกัน
วันนี้ .. ก็ขอสมมติ ยุติไว้เพียงแค่นี้
เอวังก็มี .... ด้วย ... ประการฉะนี้ ... แล ...
- บล็อกของ paloo
- อ่าน 2749 ครั้ง

ความเห็น
ธนนันท์
1 เมษายน, 2012 - 10:03
Permalink
Re: ขออภัย ... ที่ติดค้างไว้นาน
หวัดดีค่ะคุณลุง นึกอยู่ว่าลุงหายไปไหนน๊า....กลับมาแล้วดีใจจังเลยค่ะ คิดถึงจริงเลย...
paloo
1 เมษายน, 2012 - 10:15
Permalink
Re: ขออภัย ... ที่ติดค้างไว้นาน
หวัดดีครับ ...
ขอบคุณมาก ๆ ที่คิดถึง ... ลุงก็คิดถึงทุก ๆ คน ครับ ...
แต่ ยามเร่ร่อน ... ปัจจัยไม่เอื้อที่จะเข้ามาพบ มาคุยกัน ครับ
นี่ก็แวะมาก่อนจะต้องผ่านไป ครับ
สมจิต
1 เมษายน, 2012 - 11:47
Permalink
Re: ขออภัย ... ที่ติดค้างไว้นาน
อยากเห็นสาละที่คุณลุงกล่าวถึงจังเลยค่ะ ยังไม่เคยเห็นที่มีกลีบดอก 5 ใบ จะรอดูตอนต่อไปค่ะ
rose1000
1 เมษายน, 2012 - 21:57
Permalink
Re: ขออภัย ... ที่ติดค้างไว้นาน
ชื่อวิทยาศาสตร์ของ ต้นสาละใหญ่(สาละอินเดีย) Shorea robusta C.F. Gaerth.
ต้นสาละลังกา Couroupita guianensis Aubl.
สมศักดิ์ชาประเสริฐ
1 เมษายน, 2012 - 21:44
Permalink
Re: ขออภัย ... ที่ติดค้างไว้นาน
เห็นสาละที่วัดพระนอน สิงห๋บุรี ไม่ทราบที่มา
priraya
1 เมษายน, 2012 - 22:01
Permalink
Re: ขออภัย ... ที่ติดค้างไว้นาน
http://www.oknation.net/blog/kumut/2010/04/03/entry-1
มีข้อมูลค่อนข้างครบเลยค่ะ มีรูปดอกให้ชมด้วย
ส่วนต้นสาละอินเดียที่สวนปลูกเอาไว้ด้วยค่ะ สูงประมาณ 1 เมตรแล้ว จะคล้ายต้นรังมากค่ะ...