วิศวกรรม หรือ วิศวกรรมเกษตร ตอนที่ 10 เรียนรู้…ที่จะล้ม!

หมวดหมู่ของบล็อก: 

 ตอนที่ 10 เรียนรู้…ที่จะล้ม!

 

          ในช่วงชีวิตของคนเรานั้น ต้องผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มากมายจนแม้แต่ตัวเราเองก็ไม่อาจจำได้ทั้งหมด ซึ่งแต่ละคนต่างพบเจอกับเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีเหตุการณ์ใดของใคร จะเหมือนกับเหตุการณ์ของใคร อาจจะคล้ายคลึงกันบ้าง แต่ผลของเหตุการณ์ ที่มีต่อความรู้สึกของคนๆ นั้นย่อมแตกต่างกัน หลายคนเจอเรื่องราวที่ผิดหวังเกือบตลอดทั้งชีวิต แต่ก็ยังคงยิ้มสู้อยู่ได้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ ท้อแท้หมดหวัง หมดกำลังใจที่จะสู้และยิ้มรับกับความผิดหวังจากการต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเอง “ไม่มีใคร…ไม่เคยผิดหวัง…ฉันใด! ก็ ไม่มีใคร…ที่จะสมหวังกับทุกเรื่อง…ฉันนั้น!”

          ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่เผอิญผ่านความเจ็บปวด ผ่านความผิดหวังมาบ้าง แม้เป็นเพียงความผิดหวังในช่วงเสี้ยวหนึ่งของชีวิต แต่ก็มากพอที่จะทำให้ผมได้บทเรียน เพื่อที่จะเตรียมตัวรับกับความผิดหวังที่จะผ่านเข้ามาอีกในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่

          หลายต่อหลายครั้งที่ผมเฝ้าถามตัวเองว่า “ทำไมอะไรๆ ในชีวิตผมมันถึงได้ยากขนาดนี้?” ทุกเรื่องที่เหมือนจะง่ายจะสมหวังในตอนเริ่มต้น สุดท้ายมักจะจบลงที่ความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจเสมอ ตั้งแต่เรื่องหน้าที่การงาน การเงิน และ ความรัก! ทุกเรื่องเริ่มต้นด้วยความสวยงามเสมอ แต่กลับจบลงที่ความผิดหวังเสมอเช่นกัน

          เมื่อก่อนผมมักจะโทษว่า ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเกิดจากการกระทำของคนอื่น เพราะการกระทำของคนอื่นทำให้เราต้องเป็นอย่างทุกวันนี้ ไม่มีเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่ผมจะโทษตัวเอง! ไม่เคยแม้แต่จะสำรวจตัวเราเองว่าเรามีจุดบกพร่องอะไร ทำไมถึงต้องมาเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้

          นั่นเพราะในช่วงเวลานั้น ผมเอาตัวเองเป็นศูนย์รวมของสิ่งต่างๆ ของเหตุการณ์ต่างๆ ทุกอย่างต้องเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ อนาคตจะต้องเป็นแบบนี้ เมื่อเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง จึงเอาทุกๆอย่างมาผูกไว้กับความคาดหวัง! และสุดท้ายเมื่อบางสิ่งบางอย่างไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวัง จึงรู้สึกว่า “ทำไมคุณทำกับผมอย่างนั้นละ? ทำไมเราไม่ทำแบบนี้ละ?” แต่ก็ทำได้แค่เฝ้าถาม เพราะสุดท้ายก็จบที่ ความผิดหวัง ความเสียใจอยู่ดี!

ผมสูญเสีย…หน้าที่การงานที่ดี!

สูญเสีย…ความมั่นคงทางรายได้!

สูญเสีย…ความนับหน้าถือตาจากญาติพี่น้องและคนรอบข้าง!

และสุดท้าย สูญเสีย…ผู้หญิงที่ผมรัก!

          ความสูญเสียทั้งหมดเกิดขึ้น เป็นลูกโซ่ มันเกิดแบบ “สึนามิ”  คือ แรงและเร็วมาก เร็วมากจนผมไม่สามารถตั้งหลักที่จะรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้

 

          เมื่อย้อนกลับไปนึกถึงวันวานที่ผ่านมา ถ้าผมไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัว และการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง “อคติ!” ในการตัดสินใจลาออกจากการเป็นวิศวกรในตอนนั้น เรื่องต่างๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น หรือ อาจจะไม่รุนแรง ไม่ต้องสูญเสียสิ่งต่างๆไปมากขนาดนี้!

จากผู้ชายคนหนึ่งที่มีหน้าที่การงานที่ดี กลับกลายเป็น ชาวสวนเพียงแค่ข้ามคืน!

จากผู้ชายคนหนึ่งที่มีรายได้มั่นคงใช้จ่ายไม่ติดขัด กลับกลายเป็น คนที่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด!

จากผู้ชายคนหนึ่งที่มีคนนับหน้าถือตา กลับกลายเป็น คนที่หลายคนแยกไม่ออกว่าคนไทยหรือแรงงานต่างด้าว!

และจากผู้ชายคนหนึ่งที่มีคนรักและมีความรักที่อบอุ่น กลับกลายเป็น คนที่ไม่สามารถปกป้องได้ แม้แต่คนที่ตัวเองรัก!

 

          บัดซบพอไหมกับชีวิต เพียงแค่เราตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว! ผมกลายเป็นคนที่ “ล้ม…ล้มทั้งยืน!” ในสายตาของตัวเอง หมดความน่าเชื่อถือในสายตาของพ่อกับแม่และญาติพี่น้อง จะคิดจะทำอะไรก็ไม่มีคนสนับสนุน เสียงที่ดังก้องอยู่ในหูผมตลอด คือ “ความรู้ท่วมหัว…เอาตัวไม่รอด!”

จะทำอย่างไรเมื่อเกิดเรื่องราวต่างๆ มากมายขนาดนี้

จะนั่งเสียใจกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด?

หรือ จะสู้ต่อ แล้วยอมรับผลของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น?

          ผมไม่เคยลังเลเลยที่จะ “ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง!” สู้เพราะผมเชื่อเสมอว่า คนเราทุกคนพลาดกันได้ ล้มกันได้ และ ก็เชื่ออีกว่า “เมื่อล้มได้ ก็ต้องลุกขึ้นแล้วเดินหน้าต่อได้เช่นกัน!”

          จากความผิดพลาดในครั้งนี้ ผมไม่ยอมล้มแม้แต่วันเดียว ถึงแม้ใจผมจะเสียใจกับการสูญเสียผู้หญิงที่ผมรักมากขนาดไหน ผมพยายามทำทุกวันให้เต็มความสามารถ และให้กำลังใจกับตัวเอง โดยบอกกับตัวเองเสมอๆ ว่า “เสียใจได้นะ!....แต่ต้องลุกขึ้นสู้…สู้เพื่อสิ่งใหม่ๆ…ที่กำลังจะผ่านเข้ามาในชีวิต!”

 

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมก็เริ่มลงมือทำตามแผนที่วางไว้แต่ต้น

ทำโดยไม่มีคนสนับสนุน ไม่มีคนเห็นด้วย!

ทำโดยไม่มีเงินทุน!

ทำโดยไม่มีคนที่เรารักที่สุดอยู่เคียงข้าง!

ทำทุกวัน ทำอย่างสุดกำลัง เท่าที่สมองและสองมือเราจะคิดจะทำไหว!

 

          เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี ถึงตอนนี้สิ่งที่ผมทำเริ่มเห็นผล และจากผลของความตั้งใจจริงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากญาติพี่น้อง จากการเริ่มต้น จากไม่มีทุน ก็เริ่มมีรายได้ที่มาหมุนในการจัดการกับสวนได้คล่องขึ้น! จากไม่มีคนเห็นด้วยก็เริ่มมีคนมาขอความรู้ในสิ่งที่เราทำ

จะขาดตอนนี้ก็แค่กำลังใจจากใครสักคนที่เราจะรักและจะรักเราได้มากพอ!

 

          ในช่วงเวลาที่ผมตัดสินใจมาเป็นชาวสวนโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ผมมักจะถามตัวเองเสมอ เวลาที่มีบริษัทติดต่อและยื่นข้อเสนอ ให้ผมเข้าไปร่วมงานด้วย ผมถามตัวเองว่า  “นี่เราตัดสินใจถูกต้องแล้วใช่ไหม? กับสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้! ตลอด 3 ปี มานี้มีบริษัทติดต่อให้ผมเข้าร่วมงาน ไม่ต่ำกว่า 3 บริษัท และรายได้ต่อเดือน สูงสุดที่บริษัทเคยเสนอให้ผม เพื่อให้ผมเข้าไปร่วมงานด้วย เป็นรายที่สูงมาก…มากขึ้นเรื่อยๆ…มากพอที่จะซื้อ Iphone5 ได้ 5 เครื่องต่อเดือนได้อย่างสบายๆ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นรายได้ที่สูงจนน่าสนใจขนาดไหน? ผมว่า “ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน!”

          ถึงแม้ผมจะเป็นชาวสวน แต่ก็ยังมีหลายๆ องค์กรเล็งเห็นความสามารถของเรา ความเป็นวิศวกรมันอยู่ในตัวผม! มันอยู่ในความคิดของผม! สิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้เป็นเพียงงานที่ผมรับผิดชอบ! และผมจะทำมันให้ดีที่สุด

 

          ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือ ทำอาชีพอะไร ทุกคนย่อมมีโอกาสผิดพลาด เศร้าได้เสียใจได้ ล้มได้ ท้อได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ เมื่อล้มแล้วต้องพยายามลุกขึ้นแล้วเดินหน้าต่อให้ได้

          ผมขอเป็นหนึ่งในหลายๆ กำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเศร้าเสียใจในขณะนี้ และขอเอาใจช่วยให้เขาและเธอสามารถก้าวผ่านเรื่องราวร้ายๆ ในครั้งนี้ไปได้!

ความเห็น

คุณเก่งมากค่ะ มีจุดยืนเป็นของตัวเอง สู้ๆนะคะ

ขอบคุณมากครับ!

แต่ถึงตอนนี้งานสวนก็ยังไม่ถึงไหนเลย!

คงต้องลุยกันอีกหลายยก!!

ก่อนอื่นผมคงต้องกล่าวคำว่า ขอโทษพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ปล่อยให้รอนาน กว่าจะคลอดบทความตอนที่ 10 เรียนรู้ที่จะล้ม ออกมาได้

และอีกหนึ่งท่านที่ผมจะลืมกล่าวขอโทษไม่ได้เลย ก็คือ ป้าเล็ก

เดิมทีผมรับปากกับป้าเล็กว่า บทความที่จะเขียนในตอนที่ 10 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การทำการตลาดในแบบของอาบู

แต่พอเริ่มเขียนจริงๆ ผมกลับไม่รู้จะถ่ายทอดอย่างไร ให้เพื่อนๆ ที่ประสบปัญหาการทำการตลาดได้ เข้าใจ

วิธีการทำการตลาดแบบง่ายๆ

ขอโทษจริงๆ ครับ ป้าเล็ก ผมขอติดเรื่องนี้เอาไว้ก่อนนะครับ

R-Boo

เลือกสิ่งที่ชอบ เลือกงานที่ใช่ สู้ สู้ ต่อไป นะคะ

ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ!!

อดีตที่ผ่านไปแล้วถือเป็นบทเรียนค่ะ บางอย่างก็เสียใจ ดีใจ ปะปนกันไป แต่คุณก็สู้จนประสบความสำเร็จ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ชื่นชมค่ะั

ผมว่าคนเราคงไม่มีใครไม่เคยผิดพลาดครับ

ล้มแล้วต้องลุก! เพื่อจะได้เดินหน้าต่อ!!

ความคิดเห็นไม่เหมือนกัน บางครั้งถูกก็บอกว่าผิด บางครั้งผิดก็บอกว่าถูก พบกันครึ่งทางครับ

จริงๆครับ ต้องจูนกันเป็นปี กว่าจะเข้าใจกันได้!

สุดท้ายคนละครึ่งทาง!

เลือกทำในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขเถอะค่ะ เมื่อวันเวลาผ่านเลยไป จะได้ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียใจและเสียดายในภายหลัง เป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ

หน้า