สูตรปาท่องโก๋..ของตัวเองค่ะ

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ส่วนผสม                                                       วิธีทำ

-แป้งเอนกประสงค์ตราว่าว 1 กก.                              -ละลายน้ำตาลทราย เกลือ และแอมโมเนียในน้ำ

-น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา                                       -เอายีสต์ผง คนเข้ากับแป้ง แล้วจึงค่อยๆเติมส่วนผสมในข้อ 1

-เกลือ 2 ช้อนชา                                               -เคล้าจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน เติมน้ำมันพืชนวดจนน้ำมันเข้าเนื้อ

-ยีสต์ผง 1 ช้อนชา                                             -ไม่ต้องนวดจนเนียนนะคะ พักแป้งไว้ประมาณ 1/2 ชม.

-น้ำเปล่า 750 กรัม                                            -โดยคลุมกะละมังแป้งด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำปิดหมาดๆ

-น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ                                          -พอหมักแป้งได้ประมาณ 1/2 ชม. นำแป้งมานวดอีกครั้ง

                                                                  เพื่อเป็นการไล่ฟองอากาศ แต่ไม่ต้องนวดนานนะคะ

                                                                  ประมาณสัก 5 นาที เพราะปาท่องโก๋ถ้านวดนานจะทำให้เหนียว

                                                                 -หลังจากนั้นหมักอีกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าอากาศร้อนก็ไม่

                                                                   ต้องถึง 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ พอได้ทีก็นำมาทอดค่ะ

วิธีการทอด

-ใช้แป้งนวลโรยบนโต๊ะ คลึงก้อนแป้ง(ไม่ต้องบางมากนะคะ) แล้วตัดแป้งออกเป็นแถบ แล้วนำมาคลึงให้หนาประมาณ 0.5 ซ.ม.

-แล้วตัดเป็นชิ้นละประมาณ1-2ซ.ม.(แล้วแต่ชอบ) ใช้ไม้เล็กๆจุ่มน้ำเปล่าแตะบนชิ้นแป้ง(ปุ๊กใช้ไม้ไอติม )

-แล้วนำชิ้นที่ไม่ได้แตะน้ำมาประกบ กดตรงกลางเบาๆดึงให้แป้งยีดจากเดิมประมาณข้างละครึ่งเซน(ทางยาวนะคะ)

-นำลงทอดในกะทะ ไฟต้องเปานกลางแต่น้ำมันต้องร้อน พอตัวปาลอยขึ้นก็พลิกปากลับไปมาให้สุกเหลืองทั้งสองข้าง

เคล็ดลับส่วนตัว

-การนวดครั้งที่สองจะทำให้แป้งเนียนขึ้น แต่ไม่เหนียว ผิวปาจะกรอบขึ้น

-ควรตั้งกะทะก่อนนำแป้งลงโต๊ะเพื่อน้ำมันจะได้ร้อนพอดีกัน(วิธีเทสน้ำมันก็ติดชิ้นแป้งใส่ในน้ำมัน ถ้าแป้งลอยขึ้นมาเกือบทันทีที่ใส่แสดงว่าน้ำมันใช้ได้ ถ้าใส่แป้งลงไปนานกว่าจะรอยขึ้นมาอย่าเพิ่งทอดนะคะ เพราะปาจะกระด้าง แต่ถ้าน้ำมันร้อนเกินไปปาจะสุกเร็ว ทำให้ไม่กรอบ)

-แป้งที่แผ่บนโต๊ะ ต้องโรยนวลแล้วใช้พลาสติก หรือผ้าขาวบางคลุมด้วยนะคะ เด๋วแป้งจะแห้ง

.........................................................................................................................................

ก็พยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายๆนะคะ

 

 

 

ความเห็น

รูปภาพของ สวนสุขารมย์

จะลองทำดูค่ะ หลานชายชอบทานมากค่ะ แต่ต้องจิ้มกับสังขยาค่ะ  ไม่ค่อยซื้อให้ทานเพราะกลัวเรื่องน้ำมันทอดซ้ำ จะลองฝึกทำค่ะ

เวลาพบกันสั้นนิดเดียว

รูปภาพของ ปุ๊ก

ปาท่องโก๋ ถ้าเป็นน้ำมันที่มาทอดซ้ำๆตัวปาจะมีคราบดำๆเกาะอยู่ค่ะ

เพราะการทอดปาท่องโก๋ ผงแป้งจะไปตกตะตอนอยู่ก้นกะทะค่ะ

ถ้าได้ลองทำ แล้วมีปัญหาอะไรก็ถามได้นะคะ

ทำแค่...พอดี  


ใช้อย่าง...พอเพียง  


เก็บออม...พอสมควร


3 พอ...เพื่อความสุขในชีวิต


msn  kra_pook@hotmail.com

รูปภาพของ piyada

ขอทานกับ   กาแฟสัก  4ตัวค่ะ

รูปภาพของ panatda

มีเพื่อนสนใจวอยากทำขนมนี้อยู่พอดีค่ะ  ขอสูตรไปทำได้นะคะ

คุณปู๊ก ขอปาท่องโก๋ ทานซัก 5 ตัวนะคะ กับกาแฟ ร้อนๆๆตอนเช้าค่ะ  ขอบคุณที่สูตรนะคะ

รูปภาพของ เจ้โส

ทางใต้เรียกปาท่องโก๋ว่า จาโกย  ชอบจิ้มกับนมข้น

รูปภาพของ กระต่ายดำ

มาจากภาษาจีนว่า อิ่วจาก้วย

ปาท่องโก๋ จริงแล้วเป็นขนมอีกชนิดหนึ่งที่สมัยก่อนขายคู่กัน

จำได้แค่นี้แหละครับ ข้อมูลที่ถูกต้องคงต้องรอผู้รู้จริงมาแถลง

จะปลูกต้นไม้ในใจเธอ


รูปภาพของ ปุ๊ก

เคยดูในทีวี เค้าบอกว่า จริงๆแล้ว

ปาท่องโก๋ เป็นขนมที่มีลักษณะเป็นขนมนึ่งค่ะ

แต่ปุ๊กก็ไม่รู้จักเหมือนกัน

ทำแค่...พอดี  


ใช้อย่าง...พอเพียง  


เก็บออม...พอสมควร


3 พอ...เพื่อความสุขในชีวิต


msn  kra_pook@hotmail.com

รูปภาพของ sothorn

ปาท่องโก๋ ตรัง รูปล่างเด้อ มาตรังสั่งให้ถุกล่ะ
รูปบน ช้าโข้ย

 

ที่มาของเรื่องนี้

 

ว่าด้วยเรื่องปาท่องโก๋และอิ่วจาก้วย
       

       ปาท่องโก๋ จริงๆ ขนมน้ำตาลทรายขาว ภาษาแต้จิ๋วคือ แปะทึ่งก็วย ภาษากวางตุ้งคือ ปั๋กถ่องโกว้ สมัยก่อนขายคู่กับขนมอิ่วจาก้วย ( สำเนียงแต้จิ๋ว) หรือขนมทอดน้ำมัน เป็นแท่งประกบติดกัน
       
       ที่มาของการเรียกชื่อผิด มีคนให้ความเห็นว่า แต่ก่อนจะมีคนขายของ 2 อย่างด้วยกัน แล้วสมัยก่อนไม่มีร้านเป็นหลักแหล่ง คนจีนก็จะหาบของ 2 อย่างนี้ไปขายพร้อมกัน ซึ่งอิ่วจาก้วยนี้ต้องทอดขายไปจากบ้านจะได้สะดวก แต่เพื่อให้ความร้อนของอิ่วจาก้วยยังอยู่ ไม่อย่างนั้นถ้าเย็นของทอดก็จะนิ่มไม่อร่อย จึงต้องเอาผ้าขาวปิดไว้ ส่วนปาท่องโก่ ที่เป็นของนึ่งไม่ได้ปิดไว้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะแห้ง ไม่น่ากิน แล้วคนขายก็จะตะโกนเรียกลูกค้าว่า อิ่วจาก้วย ปาท่องโก๋ มาแล้วจ้า คนไทยได้ยิน แล้วเห็นปาท่องโก๋เปิดอยู่ ก็ชี้เอาอันนี้ คนขายที่เป็นคนจีนก็นึกว่าที่นี่เขาเรียกอิ่วจาก้วยว่าปาท่องโก๋ ก็จึงเพี้ยนเรียกขนมอิ้วจาก้วยว่าปาท่องโก๋ สลับกันมาตั้งแต่นั้น
       
       แถมท้ายด้วยตำนานของอิ่วจาก้วย หรือที่คนไทยเรียกชื่อว่าปาท่องโก๋นั้น เล่ากันว่าเป็นขนมนี้ตัวแทนของสามีภรรยาในยุคซ่งใต้ ซึ่งสามีคือขุนนางขายชาติ ชื่อ ฉินฮุ่ย และภรรยาชื่อ หวังซื่อ ที่ร่วมกันกลั่นแกล้งให้แม่ทัพเย่วเฟยหรืองักฮุย ฮีโร่สมัยราชวงศ์ซ่งหรือซ้อง (พ.ศ.1670-1704) ถูกประหารในปี พ.ศ.1674 ชาวบ้านจึงนวดแป้งและปั้นทำเป็นขนมแท่งคู่สามีภรรยา จับหันหลังติดกัน แล้วโยนลงในน้ำมันร้อนๆ เป็นการสาปแช่งและลงโทษให้ตกกระทะทองแดงนั่นเอง

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000016067

รูปภาพของ จันทร์เจ้า

แล้วจะกินถูกมั้ยเนี่ย !! ก็อันล่างมัน ข้าวเหนียวสังขยาไม่ใช่รึ งง???

พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า 

รูปภาพของ sothorn

ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ใช่คนจีนเรียกขนมขึ้น ดูยังไงเป็นข้าวเหนียวสังขยา

หน้า