ไข้หวัด 2009
เมื่อสักครู่ได้รับ Fw.mail มาจากพี่คนหนึ่ง อยากให้สมาชิกได้อ่านและป้องกันตัวเองก่อนที่จะเป็นเพราะช่วงนี้ไข้หวัด 2009
กำลังระบาดอีกครั้ง พี่ที่บริษัทบอกว่าที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ซึ่งลูกชายพี่เค้าเรียนอยู่มีนักเรียนในห้องเป็นไข้หวัด 2009 จำนวน 9 คน ต้องหยุดโรงเรียนกันทั้งห้องเพื่อฆ่าเชื้อ
************************************
Fw: Fw[2]: ไข้หวัด 2009 ลงเข้าสู่หัวใจโดยตรง อยากให้ทุกคนอ่านเพื่อเป็นกรณีศึกษานะคะ เพราะมันอันตราย
ดูแลตัวเองด้วยไข้หวัด2009 กำลังระบาดหนัก
กรณีนี้ หมอไม่รู้ว่าเชื้อไปลงที่หัวใจ คงจะเป็นคนแรก
ที่เชื้อไปลงที่หัวใจ โปรดช่วยกันส่งต่อด้วยนะคะ
น้องน้ำเพชร เรียนที่ รร. เซ็นคาเบรียล อยู่ชั้น ม. 3
เป็นเพื่อนกับหลานสาวเราเอง ...
วันศุกร์ที่ 10/9/53 ได้ไปงานศพที่วัดเซ็นต์หลุยส์
น่าเสียดายเด็กอายุ 14 ปี กำลังจะไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ
กลับต้องมาจากไปก่อนเวลาอันสมควร...
อยากให้ทุกคนอ่านเพื่อเป็นกรณีศึกษานะคะ เพราะมันอันตรายจริงๆ
น้ำเพชรน้องชายคนเดียวอายุ14ปี ของบ้านซึ่งเค้าเป็นไข้หวัด2009ตอนนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว ทั้งครอบครัวเสียใจเป็นอย่างมาก เราก้ไม่รู้หรอกว่าน้องเค้าเป็นอะไร ไปตรวจดูเชื้อก็ไม่พบ
อาการ ที่น้องเป็นคือ วันแรกมีไข้ขึ้นสูงมากกกก วันที่2เจ็บหัวใจและหายใจไม่ออก วันสุดท้ายคือวันที่3หน้าซีดและอาเจียน ไม่สามารถกินอะไรได้ตั้งแต่วันจันทร์ตอนเย็นแล้ว เมื่อเวลา4โมงครึ่ง ฉันและพ่อได้พาน้องไปโรงพยาบาล เมื่อกำลังจะถึงโรงพยาบาลน้ำเพชรเกิดอาการช๊อค กำมือแน่น ตาเหลือก และอ้าปาก มีฟองออกจากจมูกน้องของฉัน วินาทีนั้นฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี หัวใจของน้องฉันหยุดเต้นแล้ว พอถึงโรงพยาบาล ก้เค้าห้องฉุกเฉิน พ่อของฉันซึ่งเป็นหมอ ก็พยายามปั้มหัวใจให้น้องฉัน ให้พยายาบาลและหมอในโรงพยาบาลอีกหลายท่านมาช่วยกัน แต่ก็ไม่สามารถช่วยไว้ได้ทัน ทำอย่างไรก็ช่วยไม่ได้จริงๆ น้องของฉันถูกปั้มหัวใจอยู่8ชั่วโมง แต่มันไม่ช่วยให้น้องของฉันฟื้นขึ้นมาเลย
พ่อของฉันได้มานั่งคิดดูถึงสาเหตุที่ตรวจเชื้อไวรัสไม่เจอ พ่อของฉันบอกว่า การที่ตรวจเชื้อนี้ตรวจที่หลอดลมและปอด แต่กรณีน้องชายของฉันเชื้อนี้ไม่ได้ลงที่ปอด แต่ไปลงที่หัวใจ ซึ่งผลออกมาเลยไม่ทราบว่าน้องชายของฉันเป็นโรคอะไร
น้องชายของฉันได้ไปทำพาสปอร์ต เมื่อวันจันทร์ที่6 /09/10ได้ติดเชื้อจากที่นั่น พ่อของฉันก็ไปด้วยกันกับน้อง และเมื่อพ่อกลับมาพ่อของฉันเจ็บคอมากไม่สามารถพูดได้เลย และพ่อของฉันก็เลยทานยาและให้น้ำเกลือจึงทำให้หายเจ็บคอ พ่อบอกว่าเชื้อนี้มันลงที่คอพ่อ น้องชายของฉันไปทำพาสปอร์ตเพราะ ได้ทุนที่จะไปเล่นดนตรีไทยที่ไต้หวันวันที่7ตุลา2010 แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะน้องชายของฉันเสียชีวิตไปก่อน
ฉันจึงอยากบอกให้ทุกคน ดูแลรักษาร่างกายของตนเองดีๆ ห้ามเข้า ไปในที่แออัด ระบบหมุนเวียนอากาศไม่ดี มีโอกาสติดเชื้อมาก ไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่2009ด้วยนะคะ
และ ฝากส่งข้อความนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อว่าการตายของน้องชายของฉันจะได้ไม่สูญเปล่า และทำให้คนไทยหลายๆคนไม่เป็นแบบน้องชายของฉัน
ขอบ คุณสำหรับทุกอย่างนะคะ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองทุกท่านคะ!!!:)
- บล็อกของ tantawan-ตะวัน
- อ่าน 6612 ครั้ง

ความเห็น
น้ำหวาน
17 กันยายน, 2010 - 19:24
Permalink
ไข้หวัด2009
อันตรายมากและน่ากลัวที่สุดสำหรับบ้านไหนที่มีเด็กๆต้องรู้จักป้องกันตัวเองไว้ค่ะขอบคุณตะวันเช่นกันค่ะ สำหรับเรื่องราวเล่าสู่กันฟัง
tantawan-ตะวัน
17 กันยายน, 2010 - 20:49
Permalink
น้ำหวาน
อันดับแรกเราควรป้องกันตัวเองและคนรอบข้างด้วยค่ะ
happyfarmer
17 กันยายน, 2010 - 19:31
Permalink
ขอบคุณสำหรับข่าวสาร
ขอบคุณสำหรับข่าวสาร และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องเขาด้วย
ขอให้น้องน้ำเพชรสู่คติครับ
เป้าหมายสูงสุดของเกษตรกรรม ไม่ใช่การเพาะปลูกพืชผล แต่คือการบ่มเพาะ ความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์.... มาโซโนบุ ฟูกูโอกะ
tantawan-ตะวัน
17 กันยายน, 2010 - 20:52
Permalink
happy farmer
ตะวันอ่านแล้วสงสารน้องเขามาก อายุยังน้อยไม่น่าจากไปเร็วขนาดนี้เลย
satjang
17 กันยายน, 2010 - 19:35
Permalink
ไข้หวัด 2009
ปีก่อนกลัวไข้หวัดนี้มาก เพราะปี 2009 และข่าวก็มีผลกับความรู้สึก ...มาเจอจริง ๆ ตอนปี 2010 ด้วยอาการตัวร้อนและน้องที่ทำงานที่เดินทางไปต่างประเทศด้วยกันตรวจเจอก่อน ก้อยก็เป็นเหมือนกันแต่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และร่างกายไม่ต่อต้านยา พักประมาณ 10 วันแบบไม่ต้องนอน รพ. แต่ก็มีระยะห่างกับคนแถวบ้าน ครบ 7 วันตรวจซ้ำไม่มีอาการแทรกซ้อนก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ แต่บางคนเช่นน้องที่ทำงานมีภาวะแทรกซ้อน ปอดติดเชื้อ นอนโรงพยาบาลร่วม ๆ 2 เดือน...
ตอนก้อยไปรอตรวจครั้งแรก...ก็หยิบหนังสือมาอ่านรอหมอหน้าห้องตรวจ พอเราเข้าไปตรวจเดินกลับออกมา เจอคุณแม่พร้อมลูกน้อย (ต่ำกว่า 2 ขวบ) กำลังหยิบจับหนังสือที่ก้อยเปิดอ่านและวางไว้...คิดเอาเองแบบเครียด ๆ หากเด็กน้อยติดเชื่อจากเราจะเป็นไรไหมหนอ เลยทำให้คิดได้ว่าบางครั้งเราคิดว่าป้องกันแล้ว ล้างมือแล้ว แต่หากร่างกายไม่พร้อมนักก็ยากที่จะต้านทานโรค
หากมีใครเป็น ก็ขอแค่กำลังใจนะคะ อย่าไปรังเกียจ หรือมีระยะห่างกับเค้ามาก .... คนป่วยต้องการกำลังใจเสมอ..
...2553 ปีที่ 1 ที่เริ่มเดินตามรอยพ่อ...
tantawan-ตะวัน
17 กันยายน, 2010 - 21:03
Permalink
satjang
ช่วงแรกๆ ใครใส่หน้ากาก taxi ไม่ค่อยจะรับขึ้นรถเลยค่ะ ข่าวก็ประกาศกันรายวันเลยติดเชื้อกี่คนตายกี่คน ช่วงนั้นฟังแล้วเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ ใครจามในลิฟวิ่งออกกันแทบไม่ทันกลัวติดหวัด 2009
โชคดีนะค่ะที่คุณก้อยไม่มีภาวะแทรกซ้อนแค่พักผ่อนมากๆ
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
17 กันยายน, 2010 - 20:54
Permalink
ถ้าไม่แน่ใจ
วิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่ง คือการผูกหน้ากากอนามัยค่ะ จะช่วยป้องกันได้ดีที่สุด
tantawan-ตะวัน
17 กันยายน, 2010 - 21:06
Permalink
พี่แก้ว
ใช่ค่ะพี่แก้ว แล้วจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เลยเพราะคิดว่าเราเป็นหวัด อิอิ
มนต้นกล้า
17 กันยายน, 2010 - 22:59
Permalink
ล้างมืออย่างนี้ป่าว
ฉันจะปลูก ผัก ให้ลูกทาน
KASETMCOT
18 กันยายน, 2010 - 17:20
Permalink
เป็นโรคที่น่ากลัว
หวัด 2009 เป็นโรคที่น่ากลัวที่สุดโดยเฉพาะเด็กนักเรียนซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องอยู่รวมๆกันในห้องเรียนแคบๆ เป็นเวลานานๆหลายชั่วโมง
หน้า