อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน

หมวดหมู่ของบล็อก: 

วันนี้ได้อ่านเรื่องเศร้าๆ ของน้ำหวานแต่เช้า และมีพี่ๆ น้องๆ บ้านสวนค่อยเป็นกำลังใจและก็เป็นห่วงน้ำหวานกันหลายคน

  ความรักมีหลายด้าน บ้างครั้งก็เหมือนเขาวงกต ที่เราพยายามหาทางออกเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แต่เมื่อเรามีสติหรือทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างดีแล้วเราก็จะเห็นแสงสว่างนำทางให้เราสามารถผ่านจากจุดนั้นมาได้


อยากจะบอกน้ำหวานว่า..สู้ต่อไป..หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล  

ความเห็น

ต้องสู้ ต้องสู้จึงจะขนะ ไช่มั๊ยน้อง


ให้ร้องเพลง ก็แค่ผู้ชายมันทิ้ง

 

 

msn:lekonshore@hotmail.com

ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุข สนุกกับชีวิต อย่ามัวคิดอิจฉาใคร

ฝากเป็นห่วงด้วยครับ...ถุงนึง

เป็นเพียงแค่มดตะนอย ตัวจ้อยจิด  ทีพลัดติดกลางช่อ พอเพียงใหญ่

คือหนึ่งเสียงหนึ่งคิดเห็น ที่เป็นไป อาจถูกใจหรือไม่บ้าง ลองชั่งดู

ฝากกล้วแขกเหรอพี่ถุงนึง (:

ได้รับห่วงที่ฝากมาให้แล้วนะ ถุงใหญ่ดีจัง ทามงายจาช้ายหมดลาเนี่ยTongue out

 

สดๆร้อนเหมือนกันค่ะ น้องทานตะวัน


พี่สายพินเพิ่งเจอข้อมูลน่ะค่ะ เลยอยากแบ่งปัน


...วันหนึ่งถึงคราวเรา...จะเลือกรักแบบไหนดี...


"ความรักในโลกประมวลลงแล้วจากต่ำสุดถึงสูงสุด
ก็สรุปลงได้เป็น ๑๐ มิติ ด้วยประการดั่งนี้


มิติที่ ๑ ความรักที่เลวที่สุด ไร้ค่าที่สุด คือ ระหว่างเพศ หรือเมถุน เพราะเห็นแก่ตัวในวงแคบที่สุด มีอารมณ์ร่วมอยู่นิดเดียว แต่จ่ายเหลือเกิน ใช้จ่ายเหลือเกิน เรียกว่า “กามนิยม” (หรือ “ทารกริยานิยม” หรือ “เมถุนนิยม”)


มิติที่ ๒ ความรักระหว่างสายโลหิต พ่อ-แม่-ลูก ก็ยังเห็นแก่ตัวอยู่ในวงแคบมาก เรียกว่า “พันธนิยม” (หรือ “ปิตปุตตานิยม”)


มิติที่ ๓ ความรักสูงขึ้นไปอีกหน่อย เห็นแก่วงศา คณาญาติ ช่วยเหลือเกื้อกูลหมู่ญาติกว้างขวางขึ้นอีกนิดหนึ่ง เรียกว่า “ญาตินิยม”


มิติที่ ๔ เริ่มขยายออก สู่มวลชน แค่ยังอยู่ในวงแคบแค่หมู่กลุ่ม แค่เพื่อนฝูง ในสังคมส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ อย่างเก่งก็แค่จังหวัด หรือรัฐแต่ละรัฐ อะไรอย่างนี้เป็นต้น เรียกว่า “สังคมนิยม” (ไม่ว่าสังคมเก่า หรือ สังคมใหม่)


มิติที่ ๕ แผ่ขยายออกไปถึงประเทศชาติ เป็นความรักแบบ “ชาตินิยม” เพิ่มทุกข์มากขึ้น (เพื่อสังคมส่วนใหญ่จริงๆ ลดแวดวงแคบๆ โดยเฉพาะลดความสุขส่วนตัวลงอย่างมากจริงๆ จน เห็นเด่น มีน้ำหนักชัด)


มิติที่ ๖ ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีชนชาติ ไม่มีผิวพรรณ ทั่วโลกเลย เป็นความรักที่แผ่ขยายกว้างไกลออกไปสู่มวลชนอันไพศาล เป็นความรักแบบ “สากลนิยม” ทุกข์มากขึ้นไปอีก แต่ก็เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น


มิติที่ ๗ เป็นความรักอย่างพระเจ้า รักหมดทุกอย่างเลย ทุกมวลมนุษยชาติ ทุกสรรพสิ่ง จะช่วยเหลือให้ได้หมด ซึ่งก็คือ “พลังสร้างสรร” นั่นเอง เรียกว่า “เทวนิยม”


มิติที่ ๘ ความรักของผู้ที่กำลังแตกอัตตาเป็นอนัตตา เป็นความรักที่กำลังลดความรัก คือ พระ (ที่เรียนแท้ปฏิบัติจริง) หรือผู้ปฏิบัติธรรม ทางศาสนาที่มีอนัตตาเป็นที่สุด เช่น ศาสนาพุทธ เป็นต้น ศาสนาพุทธมีอนัตตาเป็นที่หมายและกำลังแตกอัตตาออกเป็นอนัตตา ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีความรัก ไม่เห็นแก่ตัว เป็นหลักฝึกและลดความรัก-ความชอบ-ความสุข-ความติด-ความหลงเสพย์กันจริงๆ จากขั้นที่รู้ว่าต่ำขึ้นมาหาสูงอย่างรู้ตัวเอง รู้ระดับจริงๆให้ถูกตรง จึงเรียกว่า “สัจนิยม”


มิติที่ ๙ คือ ความรักของพระอรหันต์ คือ การหมดความรักโดยสิ้นเชิง พอเป็นพระอรหันต์ก็ไม่มีความรักแล้ว เพราะสามารถทำลาย “อัตวิสัย” ได้โดยสิ้นเชิง เรียกว่า “วิมุตินิยม”


มิติที่ ๑๐ เป็นความรักของพระโพธิสัตว์กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งไม่มีความรักเลย มีแต่ “ความรู้” เรียกว่า “โพธิญาณ” หรือปัญญาตรัสรู้ที่จะรู้โลก และ จะช่วยโลกอย่างเต็มกำลังเรียกว่า “พุทธภูมินิยม ” หรือ “ธรรมนิยม”


สรุปแล้ว ความรักคืออะไร ก็คืออย่างที่ได้อธิบายมาแล้วนี้ เป็นอะไร ? เป็นความทุกข์ ถ้าใครยังมีความรักอยู่ ยังอยากทุกข์อยู่ ก็จงทุกข์ให้มีประโยชน์ คือให้แผ่กระจายความรักออกไปให้มีอาณาเขตกว้างขวาง ก็ไม่ว่า แต่อะไรที่เป็นความรักที่เห็นแก่ตัวมากที่สุดหรือแผ่ประโยชน์ไว้ในวงแคบที่สุด เลิกเสียเถอะ !


สุดท้ายคุณจะไม่มีความรักเลย แต่คุณช่วยโลกได้โดยไม่มีความรัก และช่วยจริงๆ ทำค่า ทำความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลอย่างไม่ต้องรัก อันนี้เป็นยอดอุดมคติ คิดคำนวณยาก แต่มีจริง เป็นจริงอย่างพระอรหันต์แบบศาสนาที่มีอนัตตาธรรมเป็นหลัก อย่างพระโพธิสัตว์แท้กับพระพุทธเจ้า เป็นต้น จบเรื่องความรัก ๑๐ มิติ"


แต่วันนี้ ขอพัฒนาความรักทีละมิตินะคะ ช้าๆ แต่มั่นคง


 


ข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้ที่ :-


mblog.manager.co.th/chaba2550/10-120/

ขอบคุณค่ะพี่สายพิณ ความรักคนเรามีหลายมิติจริงๆ

ขอบคุณตะวัน ขอบคุณพี่สายพิณ ขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่ให้กำลังใจแก่กันและกัน  ทำให้บ้านสวนเรารู้สึกอบอุ่นมากๆ


ขอให้พวกเราทุกคนโชคดี ทั้งในเรื่องงาน ครอบครัว ความรัก และ การดำเนินชีวิต

 

เมื่อเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วเราก็ต้องดูแลซึ่งกันและกันค่ะ

หากวันไหน พี่แก้วมีปัญหา ตะวันก็จะช่วยมั๊ยอ่ะ


พี่แก้วมีปัญหาอยู่เรื่อยนะ...อิอิLaughingTongue out

 

หน้า