หฺมฺรับ(หมรับ)หรือสำรับ
หฺมฺรับ(หมรับ) หรือ สำรับ
หัวใจของการทำบุญเดือนสิบ คือการการจัด หฺมฺรับ(หมรับ) เป็นการเตรียมอาหารคาวหวานบรรจุภาชนะไปถวายพระ อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชน ให้นำกลับไปใช้สอยในนรกภูมิ ลูกหลานจะต้องจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร มิให้ขาดตกบกพร่องตกแต่งประดับประดาสวยงามด้วยใจกตัญญู
การจัดหมรับ ส่วนใหญ่จะจัดกันในวันแรม 14 ค่ำ เดือนสิบ ชาวบ้านจะชุมนุมรวมตัวกันที่ลานวัด เพื่อเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ตั้งแต่ภาชนะที่นิยมใช้ เช่น กระบุง กระจาด หรือถาด กะละมังก็ได้ แล้วนำของแห้งที่จำเป็นใช้ในชีวิตประจำ เช่น ข้าวสาร หอมแดง กระเทียม พริก เกลือ กะปิ น้ำปลา น้ำตาล ปลาเค็ม เนื้อเค็ม มะพร้าว ฟัก กล้วยดิบ มัน อ้อย ข่า ตะไคร้ ขมิ้น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันก๊าด ขี้ไต้ ไม้ขีด หม้อ กระทะ ถ้วยชาม เข็ม ด้าย และเครื่องเชี่ยนหมาก ได้แก่ หมาก พลู ปูน กานพลู การบูร พิมเสน สีเสียด ยาเส้น บุหรี่ ยาสามัญประจำบ้าน ธูปเทียน น้ำดื่ม แต่สิ่งสำคัญที่ต้องจัดใส่หมรับ คือ ขนม 5 อย่าง ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของงานเดือนสิบ คือ
ข้าวพอง เป็นสัญลักษณ์แทนแพ สำหรับบุรพชนใช้ล่องข้ามห้วงมหรรณพ ตามกติกาทางพุทธศาสนา
ขนมลา ใช้แทนแพรพรรณเครืองนุ่งห้ม
ขนมไข่ปลา ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับทั้งนี้ขนมทั้ง 5ก็เปรียบเหมือนเครื่องปัจจัยสี่ในแดนนรก
ขนมดีชำ ใช้แทนเบี้ยสำหรับจับจ่ายใช้สอบ
ขนมบ้า ใช้แทนสะบ้า สำหรับบุพชนจะได้ใช้เส่นสะบ้าในวันสงกรานต์
มีวันเกี่ยวกับหฺมฺรับอยู่หลายวัน คือวันหฺมฺรับเล็ก หรือ วันรับตายาย ในวันแรม 1 ค่ำเดือนสิบ เป็นวันแรกที่วิญญาณของบรรพบุรุษได้รับอนุญาตให้กลับมา ลูกหลานจะจัดสำรับอาหารไปทำบุญที่วัด วันยกหฺมฺรับ ตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เป็นวันที่ลูกหลานร่วมกันแบกหามหฺมฺรับที่จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วไปถวายพระที่วัด รวมกลุ่มกันในหมู่คนบ้านใกล้เรือนเคียง บางทีก็จัดเป็นขบวนแห่เพื่อความคึกคักสนุกสนาน สุดท้ายคือวันหฺมฺรับใหญ่ ในวันแรม 15 ค่ำ ญาติโยมจะนำอาหารไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดครั้งใหญ่ ทำพิธีบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ มีการตั้งเปรตอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณที่ไม่มีลูกหลานมาทำบุญให้ พร้อมทำพิธีฉลองสมโภชหฺมฺรับที่ยกมา
ใครมาวันเกิดเวบ จะได้กินลาฉิว หรือจะให้ส่งไป พร้อมตายาย 5++++
- บล็อกของ ยายอิ๊ด
- อ่าน 36267 ครั้ง

ความเห็น
เจ้โส
2 ตุลาคม, 2010 - 15:28
Permalink
คิดถึงบ้าน
คิดถึงบ้านนนนนน อยากไปชิงเปรต
garden_art1139@hotmail.com
ยายอิ๊ด
2 ตุลาคม, 2010 - 16:11
Permalink
สะใจ
พรือเจ๊โส เขาบอกแล้วอย่าทำมาหากินไกลแรง
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#
amporn
2 ตุลาคม, 2010 - 15:37
Permalink
ตายายคงดีใจนะค่ะ
กว่าจะถูกอนุญาติให้กลับลงมาหาลูกหลานได้ก็ใช้เวลาเป็นปี เอ๋ แล้วหนึ่งปีในโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณเหมือนกันหรือเปล่าน้อ เคยได้ยินมีคนพูดว่า หนึ่งวันในโลกเหมือน หนึ่งพันปีในโลกวิญญาณ ถ้าเป็นแบบนั้น ตายายคงรอนานแสนนานเลยนะค่ะ กว่าจะถึงวันนี้
ทุกวินาทีมีค่า ถ้าเรามีความหวังเราจะไม่เคยพ่ายแพ้
ยายอิ๊ด
2 ตุลาคม, 2010 - 16:12
Permalink
ค่ะ
น่าสงสาร โดยเฉพาะ คนที่ทำปาบด้วยค่ะ
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#
ตองอู
2 ตุลาคม, 2010 - 15:41
Permalink
ยายอิ๊ด..^_^..
ประเพณีแต่ละภาคก็แปลกแตกต่างกันไปเนาะ...ขอบคุณยายอิ๊ดที่นำมาบอกเล่า..^_^..
MSN/MAIL/HI5 : Tongau_oomsin[at]hotmail[dot]com
ยายอิ๊ด
2 ตุลาคม, 2010 - 16:12
Permalink
ตองอู
เผื่อเห็นที่ไหน จะได้รู้จักขนมค่ะ เรียกได้ถูกค่ะ
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#
คนยอง
2 ตุลาคม, 2010 - 15:49
Permalink
ขนมเยอะ
ขอบคุณครับ ยายอี๊ด
ขนมเยอะแยะเลย
มีโอกาสต้องไปร่วม สักครั้ง
ประเพณีดีๆที่ควรรักษาไว้..
ยายอิ๊ด
2 ตุลาคม, 2010 - 16:13
Permalink
คนยอง ยังมีอีก
เดี๋ยว วันที่ 8 จะชวนไปพิธีกรรมชิงเปรตค่ะ
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#
คนยอง
2 ตุลาคม, 2010 - 16:16
Permalink
พิธีกรรมชิงเปรต
ยายอี๊ดครับ ผมคงไปไม่ได้ ผมกลัว เค้าจะชิงผมนะครับ ..^^
Tui
2 ตุลาคม, 2010 - 15:56
Permalink
ขนมน่า ทาน ข้อ มูล ดีมาก เลย
ขนมน่า ทาน ข้อ มูล ดีมาก เลย ครับ
หน้า