ปฏิบัติการกู้ชีพ 30 คนงานเหมือง
10.00 น.ของวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 (วันนี้..เวลาบ้านเรา) ทางชิลิจะเริ่มปฏิบัติการกู้ชีวิตคนงานที่ติดอยู่ใต้เหมือง

เพื่อให้สอดประสานกับปฏิบัติการดังกล่าว..โดยอาศัยฤกษ์งามยามดีในห้วงเวลาที่คนทั้งโลกจับจ้อง..ผมจึงเริ่มปฏิบัติการกู้ชีวิต 30 ฟักข้าว โดยเริ่มจากทดลองกู้ 5 ชีวิตก่อน แต่ก่อนอื่นขอชี้แจงความเป็นมาแห่งปฏิบัติการระทึกขวัญในครั้งนี้อย่างไม่เกรงคำค่อนแคะแขวะกัดของชาวบ้านสวนฯ
เริ่มจากเมล็ดฟักข้าวที่ได้รับงวดคราวที่พบปะชาวบ้านสวน กทม.ที่สวนจตุจักร..ขอเมล็ดฟักข้าวหนึ่งกำมือเล็กๆนับดูได้ 30 เมล็ด..ทำตามกูรูฟักข้าว คือคุณน้อยรัตนพงษ์..ให้เอาเมล็ดฟักข้าวเพาะแบบเปลือยเปล่าล่อนจ้อนไม่ต้องให้ใส่ผ้าผ่อน แต่ให้มีความชุ่มชื้นอยู่ตลอด..ปฏิบัติการครั้งนี้จึงทำตามแผนอันรัดกุม..จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด..นั่นหมายถึงหน้าอันหล่อเหลาแม้จะมีรอยย่นระคนตีนกาของชายวัยกลางคนอย่างเรา ที่ไม่อาจให้แตกยับเยินเหมือนเมื่อครั้งโชว์ผลงานสองครั้งที่ผ่านมา..ที่เริ่มต้นจากฟักข้าว..แต่มาลงท้ายกลายเป็นตำลึงและมะขาม...
แต่ด้วยความไม่มั่นใจถึงความชุ่มชื้นที่อาจมีไม่เพียงพอ..เราจึงเริ่มเอาผ้าห่มเป็นทิชชู่เนื้อเนียนเพื่อมิให้ลูกน้อยฟักข้าวได้ระคายเคือง..พรมน้ำมนต์ผสมน้ำลายที่ขับก่อมเช้าเย็น..ด้วยหวังว่าจะได้แลเห็นความงอกงามเติบใหญ่เป็นประชากรฟักข้าวที่มีคุณภาพ มีซิกแผกขึ้นเป็นมัดหรือมีหุ่นอวบอิ่มทรมาณใจผู้พบเห็น ยืนหยัดท้าทายกระแสสังคมที่จดจ้อง

วันเวลาผ่านไป..เฝ้ามองฟักข้าวอยู่ทุกวัน..ชักหวั่นๆว่าจะถูกต้องตามหลักที่คุณน้อยบอกมามั๊ย..คุณน้อยบอกว่าควรมีใบไม้มาปิดคลุมเพื่อกันความชื้น..แต่เราเอาทิชชู่..ไม่ต้องตามตำรา..ไม่มั่นใจ..เปลี่ยนใหม่เอาผ้าห่มทิชชู่ออก..ใช้ใบไม้คลุมทับฝังทั้งเป็น..ดูโหดๆเหมือนคนงานเหมืองชิลี..ยังไงยังงั้น...
..อีกสองวันถัดมา..อ่านพบในบล็อคของน้องมะโหน่งเอาต้นฟักข้าวมาโชว์บอกกระเทาะเปลือกแล้วฝังไว้แบบไม่สนใจ..ลืมเสียด้วยซ้ำ..แต่มันกลับงอกออกมาแล้ว..โอว..ทำไมมันง่ายกว่าเราอีกละ..ความไม่มั่นใจเริ่มรุกเข้าหาอีกเป็นรอบที่นับไม่ถ้วน..ทำไมเราไม่ลองดูแบบเค้าบ้างละ...ปฏิบัติการกู้ชีพฟักข้าวที่ติดอยู่ในเหมืองใบไม้ทับถมจึงเริ่มขึ้น..
แผงงานที่รัดกุมเริ่มขึ้น..ครั้งนี้จะพลาดไม่ได้..จะทนหน้าแตกสาแหรกขาดต่อไปอีกไม่ได้..จึงเริ่มตามแผนงานกู้ชีพที่ได้รับคำแนะนำจากนาซ่า แต่ขอปฏิเสธการทำข่าวจากสำนักข่าวทั่วโลก..งานนี้จึงไม่เห็นกล้องและรายงานข่าวทั้งจาก BBC / CNN / อัลจาซีรา / รอยเตอร์ หรือแม้แต่ไทยรัฐ เดลินิวส์ของไทย..
เริ่มจากการคัดเลือกหน่วยกล้าตาย 5 ชีวิต..ที่ผ่านการตรวจสุขภาพ..ตามด้วยเครื่องมือขุดคุ้ยไฮเทคอันได้แก่ไม้จิ้มฟัน..ใช้เวลากว่า 180 วินาที..จึงสามารถนำตัวฟักข้าว 5 ชีวิตชุดแรกโผล่พ้นเหมืองใบไม้ทับถม..ในสภาพที่ยังไม่มีอะไรบอบช้ำเป็นที่พอใจแก่แพทย์ผู้ดูแลใกล้ชิด..เมื่อผ่านการชำระล้างผึ่งลมปรับสภาพร่างกายพร้อมจึงเริ่มแผนสองของปฏิบัติการกู้ชีพ
แผนการขั้นต่อไป..ระเอียดอ่อนและสุ่มเสี่ยงต่อการมีชีวิตรอกของเหล่าฟักข้าวทั้งห้า..นั่นคือการกระเทาะเปลือก..ตามทฤษฎีของ..โปรเฟสเซอร์..พี..เครื่องมือผ่าตัดชุดใหญ่ถูกตระเตรียมมาพร้อม..นั่นคือกรรไกรตัดเล็บที่ใช้วิธีขโมยมาจากคุณนาย (ลุงพีแนะนำ)..เริ่มแซะ..แซะ..เฉือน..เฉือน..อา...เมล็ดแรกพลาดไปโดนเนื้อ..มีสิทธิติดเชื้อถึงตาย..ลองดู..อีกแล้ว..ทำไมมือหนักอย่างนี้..ลองต่อ..ไม่มีแผลมีอยู่ชีวิตเดียว..เอานะ..มันต้องลอง..เด๋วพักไว้สักครู่..บ่ายจะเอาไปลงดิน..เสร็จสิ้นภารกิจ..กู้ชีวิต 5 จาก 30 ฟักข้าวที่ติดอยู่ใต้เหมืองใบไม้ทับถม..พร้อมๆไปกับการกู้ชีวิตคนงานเหมืองแห่งชิลี...โชคดีที่ไม่มีสำนักข่าวไหนมาทำข่าวเรา..เพราะถ้าพลาดอีก..คงมีเสียงหัวเราะ..ขำกิ๊ก..ให้เราต้องเจ็บกระดองใจ...
- บล็อกของ ตั้ม
- อ่าน 8721 ครั้ง

ความเห็น
มานี มานะ วีระ ชูใจ
13 ตุลาคม, 2010 - 10:09
Permalink
กับปฏิบัติการ...ช่วยชีวิต
ขึ้นหัวซะ..ผมนึกในใจว่าจะเมนท์ว่างัยดีนะเกี่ยวกับการช่วยเหลือชีวิตครั้งนี้..
ซีเอ็นเอ็น เขาจะถ่ายทอดสดปฏิบัติการนี้ด้วย...
นึกไไปถึงครอบครัวที่เฝ้ารอ...
นึกไปถึงใครที่เป็นคนแรกที่ขึ้นมา....เพราะได้ข่าวว่าใครก็ไม่อยากจะเป็นคนแรก...
ความกดอากาศ แสง...ต่างๆนานา...
แต่เอาเถอะ...เื่อของมันไม่เคยความเสียงก็ย่อมมีมากเป็นธรรมดา...
เม็ดแรกอาจโดนบาด....แต่ขออย่าให้๕นแรกที่ขึ้นมาเป็นดั่งนั้นเลย...
ขอส่งใจ....
เป็นเพียงแค่มดตะนอย ตัวจ้อยจิด ทีพลัดติดกลางช่อ พอเพียงใหญ่
คือหนึ่งเสียงหนึ่งคิดเห็น ที่เป็นไป อาจถูกใจหรือไม่บ้าง ลองชั่งดู
ตั้ม
13 ตุลาคม, 2010 - 11:14
Permalink
พี่กำลังลุ้นอะ..มามะ
หมอตำแยมือใหม่..ทำคลอดเฉาะซะหัวฟักข้าวได้แผล..มันคงเน่าแน่เลย..(ลุงพีขู่ไว้..หากทำร้ายร่างกายเค้าแม้เพียงเล็บข่วน..ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่..มีสิทธิถึงตาย..อะจึ๋ย..)
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
9wut
13 ตุลาคม, 2010 - 10:14
Permalink
พี่ตั้ม
อ่านไปขำไป แอบยิ้ม แอบขำอยู่คนเดียว ยกน้ำมาจิบไปด้วย โชคร้ายของผมเกือบสำลักน้ำเพราะพี่ตั้มแล้ว
พี่ตั้ม ผมรอลุ้นอยู่น่ะครับว่าคราวนี้จะออกมาเป็นอะไรอีก ^^
ขอให้ผู้กล้าทั้งห้าเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบน่ะครับ
วิธีลงรูปประจำตัว |การใช้งานเว็บบ้านสวน |การแทรกรูป |การแทรก VDO
ตั้ม
13 ตุลาคม, 2010 - 11:15
Permalink
วุฒิ
ถ้าเพาะฟักข้าว..แล้วมันงอกออกมาเป็นทุเรียน..พี่ก็จะปล่อยเลยตามเลย..คิดซะว่าเทวดาส่งมาเกิด
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
ดงดม
13 ตุลาคม, 2010 - 10:17
Permalink
กู้ชีวิต
ฟักข้าวติดอยู่ในอุโมงค์ซะนานเกือบกู้ไม่ทันซะแล้ว อิๆ
ตั้ม
13 ตุลาคม, 2010 - 11:18
Permalink
ดีนะที่เป็นแค่เมล็ด
ดีนะที่ยังไม่แตกหนุ่มแตกสาว..ติดอยู่ในอุโมงค์นานๆอย่างนี้มีสิทธิได้ผลผลิตเพิ่ม (ถ้าเป็นคน)
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
wongsawanglukboon
13 ตุลาคม, 2010 - 11:05
Permalink
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกชีวิตปลอดภัย
ตั้งตาคอย หน้าตาจะเป็นอย่างไรนะ
ตั้ม
13 ตุลาคม, 2010 - 11:19
Permalink
ลุ้นอยู่
ว่าหน้าตาของเค้าที่ออกมา..จะเหมือนผม..คุณน้อยรัตนพงษ์..ลุงพี..คุณหลวง..ผญโส..หรือใครอีกหลายคนในบ้านสวน..จะได้ไม่ต้องไปตรวจดีเอ็นเอ
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
witlessness
13 ตุลาคม, 2010 - 11:12
Permalink
พี่ตั้ม
อ่านแล้วก็ต้องอมยิ้มอยู่คนเดีวครับพี่ พี่สาธยายได้อารมณ์ลุ้นระทึกเหมือนได้อยู่ในเหตุการณเลย
ก็ขอร่วมรอลุ้นชีวิตฟักข้าวทั้ง 30 ชีวิต ที่เจอสถานะการณ์ทีแตกต่างกันว่าพี่จะกู้ชีวิตจากสถานะการณ์ไหนได้ก่อนกัน
ส่วนของผมใช้สูตรลุงพีทั้งหมด 23 ชีวิต เวลาผ่านไปเกือบ 1 เดือนพึ่งมีฟักข้าวผู้รอดชีวิตมาได้ 9 ชีวิตเองครับพี่
ตั้ม
13 ตุลาคม, 2010 - 11:22
Permalink
ตามอัตราส่วน
ของวิทย์ 23 รอด 9 คิดเป็น 39 % ของพี่อัตราส่วนเดียวกัน..เอาเฉพาะที่กระเทาะเปลือก 5 คงรอดแค่ 2..โอเค..พอลุ้น..อาจจะได้จากพวกที่นอนคลุมโปงใต้ใบไม้อีกสักชุดใหญ่
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
หน้า