ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัวเอง

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ทรัพยากรมีเพียงพอสำหรับคนทั้งโลก  แต่ไม่พอสำหรับคนโลภเพียงคนเดียว

อมตะวาจาของท่าน มหาตมะ คานธี  คำนี้ยิ่งปรากฏกระจ่างจริงมากขึ้นในโลกปัจจุบันนี้ที่มีแต่การแข่งขันและยื้อแย่ง  และนับวันจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะรุ่นลูกหลานของเราในอนาคต เป็นที่แน่นอนว่า โลกจะเกิดสงครามแย่งชิงที่ดุเดือดร้อนแรงไม่ต่างกับโลกยุคโบราณอย่างแน่นอน   

ต่างกันตรงที่สงครามในอดีตจะใช้ความรุนแรง โหดร้าย และป่าเถื่อน 


แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า สงครามในอนาคต คู่กรณีจะมีความปราณีต่อกันในฐานะของผู้ชนะซึ่งจะกระทำกับเชลย     


ความต้องการสนองตัณหาของคนเพียงแค่คนเดียว เคยบานปลายจนกลายเป็นสงครามโลกมาแล้ว   

 

 ประวัติศาตร์มีให้เรียนรู้และหลีกเลี่ยง  แต่การเกิดประวัติศาตร์ซ้ำรอยกลับกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้   ด้วยเหตุผลที่ว่า ต่างกรรม ต่างวาระ 

อุบัติการณ์เดิมๆจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าอย่างน่าอดสู


การวางจุดยุทธศาตร์สงครามในอดีตสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือกำลังคน  

จะเห็นได้ว่าการยื้อแย่งเชลยศึกเป็นความจำเป็นลำดับแรกๆในการสู้รบ   เพราะการที่กองทัพได้ครอบครองครัวเรือนเชลยศึกไว้จำนวนมาก หมายความว่ากองทัพนั้นจะมีกำลังพลไพร่ที่ได้เปรียบกว่าคู่ต่อสู้


พัฒนาการต่อมาของการทำศึกสงครามคือการแย่งชิงที่ดิน  ซึ่งเข้าหลักเศรษฐกิจทุนนิยมเป๊ะ   

ที่เขาบอกไว้ว่าใครที่มีทุนและแรงงาน ผู้นั้นจะเป็นผู้ที่ยืนแถวหน้าในระบอบนี้

 

สงครามในจีนอันลือลั่นก็เกิดจากวาทะกรรมของท่านประธานเหมาซึ่งอ่านใจคนจีนทะลุไปถึงลำไส้ 

 

ความจริงเหมาไม่ใช่ชาวนา   แต่เหมาเข้าใจชาวนายิ่งกว่าผู้นำที่มาจากลูกชาวนาแท้ๆเสียอีก 

  

แต่ถึงแม้เหมาจะไม่ได้มาจากรากหญ้า แต่ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ในการที่ต้องการปลดแอกอันหนักอึ้งของจีนให้หลุดพ้นจากตะวันตกในยุคนั้น   

เหมาจึงตัดสินใจให้ยาขนานรุนแรงกันจีนด้วยการปฏิวัติ และปิดตายประตูจีนร่วมร้อยปี

จนถึงวันที่จีนค่อยๆแง้มม่านไม้ไผ่และผงาดออกมาโชว์โลก  

 

ประกาศความยิ่งใหญ่ให้สมศักดิ์ศรีลูกมังกร โอรสสวรรค์


การถอยเพื่อตั้งหลักจึงไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้  

บางทีเราต้องยอมทนเจ็บปวดและยอมรับการเปลี่ยนแปลงบ้าง 

 

การเดินหน้าดันทุรังจะเอาให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนาโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวมเป็นอากัปกริยาที่น่ารังเกียจยิ่งนัก


เราไม่จำเป็นที่จะต้องผงาดนำ หรือกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเหมือนที่คนอื่นเขาทำกัน  

เหตุผลของเขาก็ไม่ใช่เหตุผลของเรา   การที่เราเห็นภูมิภาคต่างๆจับมือกันเป็น จี เจ็ด จี สิบเอ็ด  จนทุกวันนี้ไม่ทราบรวมกับเป็นจีที่เท่าไหร่แล้ว  ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เขาเป็นจะถูกจริตกับเรา


ลองมาสำรวจสิ่งรอบๆบ้านเราดีกว่าว่าเรามีอะไรที่เป็นทรัพยากรพอให้หยิบจับใช้สอยได้บ้างและคิดนำสิ่งนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์พร้อมทั้งต่อยอดให้สิ่งเหล่านั้นเกิดคุณค่าอย่างบูรณาการสำหรับลูกหลานชาวไทยที่ไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้วดีกว่า


การคิดการใหญ่ (ที่เกินตัว)  เพียงเพื่อความสะใจหรืออะไรก็ตามแต่  ถึงแม้ได้มาซึ่งชัยชนะ  ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะได้เสวยสุขอยู่บนชัยชนะนั้นได้อย่างราบรื่นถาวร


การพยายามเคลื่อนย้ายทุน หรือเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองที่ดินซึ่งเป็นปัจจัยหลักในสังคมทุนนิยมนี้  ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นจ้าวเศรษฐกิจไปได้แน่ๆ  ด้วยเพราะว่าสิ่งเหล่านี้มีจำนวนจำกัดไม่สามารถแตกงอกขึ้นใหม่ได้    

 

แต่ก็เพียงพอสำหรับคนทั้งโลก  และคงไม่พอสำหรับคนโลภเพียงคนเดียว  อย่างที่กล่าวมาแล้ว   


รูปแบบการแข่งขันในยุคนี้ผู้ที่ครอบครองนวัตกรรมล้ำหน้าคือผู้ที่กุมบังเหียนเศรษฐกิจ ไม่ใช่ผู้ครอบครองที่ดินอย่างเช่นในอดีตแล้ว 


ลองคิดเล่นๆว่า เพียงแค่สตีฟ จ๊อบ  ปั่นกระแสยังไม่ทันข้ามคืน  เหล่าสาวกไอแพดจากทั่วโลกก็พร้อมใจกันลงขันร่อนเมลจองล่วงหน้ากันเป็นแสนๆราย   สร้างกระแสหมุนเวียนของเงินดอลล่าห์ให้สะพัดกันตั้งเท่าไหร่   โดยที่ไม่ต้องเปลืองทรัพยากรมนุษย์มานั่งรับใบจองหรือจัดการอะไรเลย   


มาดูทางเอเชียเราบ้าง   ทั้งญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ก็คงถอดใจจากการบุกรุกเพื่อนบ้านเพื่อขยายดินแดนทางภูมิศาตร์กันแล้ว  

ด้วยว่าทั้งคู่ต่างก็ได้รับบาดแผลฉกรรจ์ จนกลายเป็นแผลเป็น ที่แม้แต่ฮีรูดอยก็ช่วยไม่ได้  

จึงไม่มีใครอยากไปสะกิดแผลเก่าให้มันเปิดออกมาอีกเพราะยังคงสยองไม่หาย


 แต่ทั้งสองประเทศก็สามารถขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าในเวทีโลกได้  ทั้งนี้เพราะทั้งสองมีนวัตกรรมอันทันสมัยเพื่อส่งออกไปสอยเงินดอลล่าห์เข้าประเทศต่างหาก


เมื่อดูเขาแล้วก็ย้อนมาดูตัวเองบ้างดีกว่าไหม   การทำอะไรที่ไม่พร้อม จะเป็นการเติบโตแบบปิรามิดหัวทิ่มลง  คือฐานเล็กนิดเดียว  แต่กลับขยายขึ้นบนไปเรื่อยๆแบบไร้ทิศทาง 

เพื่อรอให้สักวันหนึ่งที่ปิรามิดจะล้มโครมลงมา  

 

และเมื่อถึงวันนั้นจะมีใครที่ไหนต้องเจ็บปวดกันอีกหรือ   ถ้าไม่ใช่เราซึ่งอาจเป็นอิฐก้อนเล็กๆก้อนหนึ่งในปิรามิดพิการอันนี้


เชื่อว่า ใครก็ตามที่เข้ามาเยือนบ้านสีเขียวหลังเล็กๆหลังนี้   คงต้องเคยผ่านตากับคำขวัญอันเป็นมิ่งมงคลที่ผู้ใหญ่บ้านท่านกรุณาแปะไว้อย่างเด่นชัดตรงทางเข้าบ้านมาแล้ว 


บางท่านอาจจะอ่านทุกครั้ง  และเชื่อว่าหลายท่านอาจจะไม่เคยอ่านเลย   แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรกันค่ะ   

 

บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะเคยเห็นประจำจนเกิดความเคยชินและเผลอละเลยไป   จนเมื่อมีเวลาว่างมากๆ  อากาศดีๆ อารมณ์ครึ้มๆ อยากหาอะไรอ่านเพื่อเติมปัญญาให้สมองบ้าง ก็ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านตามหัวข้อต่างๆด้านซ้ายมือบ้างก็ไม่เลวนะคะ 

  

อ่านแล้วลองคิดดูว่าถ้าเกิดสงครามขึ้นอีกในอนาคต  รูปแบบสงครามจะเป็นเช่นไร 

 แน่นอนล่ะว่าการแข่งขันกันเพื่อเป็นจ้าวอะไรสักอย่างนั้นเราคงจะแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้ว 

 เพราะเราไม่มีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมอันทันสมัยอะไรไปสู้กับเขาได้เลย


แต่ถ้าพูดถึงสงครามแห่งการยื้อแย่งซึ่งมันเกิดขึ้นแน่   เพราะประชากรโลกเพิ่มขึ้นทุกวินาที แต่ทรัพยากรมีจำนวนจำกัด  

การแย่งชิงอาหารจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


ในยุคหน้า   ผู้ที่ผลิตอาหารเป็น  คือผู้ที่อยู่รอดค่ะ  เรามาสอนลูก สอนหลาน ให้เป็นผู้ผลิตอาหารเป็นกันดีไหม 


 ผลิตในที่นี้ไม่ใช่ปรุงนะคะ   แต่หมายถึงการปลูกค่ะ 


"สอนเด็กให้ปลูกต้นไม้" .....คำนี้มีนัยมากมายค่ะ   เด็กที่เติบโตมาจากบ้านนอกอาจจะไม่รู้สึกอะไร  แต่สำหรับเด็กในเมืองมีเรื่อเล่าเยอะแยะค่ะ 

 

เช้านี้ฝนตกพรำๆ นั่งดูดอกทานตะวันการบ้านจากคุณครูอวยพร  ออกดอกให้ชื่นชมแล้วค่ะ

ความเห็น

กำลังคิดว่า พันธะสัญญาที่เราจับมือกับต่างชาตินั้น

จริงๆแล้วใครกันที่เป็นผู้ได้ผลประโยชน์  meh:


""

 

Small is beautiful (เล็กนั้นงาม) ล่ะที่จะทำให้เราเอาตัวรอด  iPad นั้นมายา.. ข้าวปลาซิของจริง (ล้อเลียนน้องศิษฐ์)  :uhuhuh: :uhuhuh: :uhuhuh:

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.”
― Bill Mollison

สิ่งเหล่านี้กำลังกลืนกินเด็กไทยไปเรื่อย ๆ ยากนะพี่การสอนให้คนรู้จักปลูกกิน แต่การสอนให้เอาเงินซื้อมากินนั้นง่าย  ในอนาคตข้างหน้าใครสามารถผลิตอาหารได้จริง ๆ ก็จะเป็นผู้กุมชะตา  แต่เราจะทำอย่างไรให้สามารถสอนให้คนสำนึกแล้วหันมาปลูกกินเองนี่ซิพี่ยากยิ่งกว่า   ผมจะขอเป็นส่วนหนึ่งเล็กเท่าเม็ดทราย ที่มีแนวคิดอยากกระจายเมล็ดพันธุ์ให้คงอยู่ต่อไป  ไม่รู้ว่าจะไปได้ถึงไหนนะพี่..ทำเท่าที่ทำได้แล้วกันครับ  ชอบนะครับ โหวต ๆๆๆๆ

 

ถ้ามันจะเป็นไป พี่ขอเด็ดยอดไม้ข้างบ้านที่ปลูกไว้ มากินกับน้ำพริกดีกว่า

..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..

 

ขอให้ประสบความสำเร็จ..กับสิ่งที่ตั้งใจ

จะบอกว่า ป้าดูละครไทยที่ไร ป้าละ หงุดหงิดทุกที ป่วยแต่หน้ายังเด้ง จะนอนแล้ว ยังโป๊ะช้ำ ขนตางอลเช้ง เฮ๊ย คนนี้หน้าคุ้นแหะ คนนั้นก็คุ้น  เฮ้อ ทำหน้าทำตามาซะจน คนไม่ค่อยได้ดู ละครตอนดึกแบบป้า ดูแล้ว......

:sweating:

สิ่งพวกเราบ้านสวนกำลังทำเช่นการแลกเปลี่ยน ขยายพันธ์ไม้พื้นบ้านพี่ว่าเรามาถูกทางและดีมากๆด้วย อาจารย์พี่ท่านเคยสอนว่า  ถ้าเราตามต่างชาติและสังคมโลกอย่างไรเราก็สู้เขาไม่ได้ ด้านไหนๆเราก็แพ้


และตามตูด เขาไปตลอดชาติ ยืนอยู่หลังๆ (กรณีแถวตอน)


  ขณะเดียวกันถ้าเราคิดเป็นทำเป็น เอาจุดแข็งที่เรามี มาใช้ประโยชน์ มาประยุกต์ใช้ เหมือนกับหันหลังให้เมื่อนั้นเราจะอยู่แนวหน้า หรืออาจเป็นที่หนึ่ง ก็ได้


  แต่ในสังคมที่เป็นอยู่นี้ พี่ว่าเราตายไป 2ชาติก็ทำไม่ได้

ค่านิยมเปลี่ยนไป ไปอบรมในห้างสรรพสินค้า วัยรุ่น นักเรียนแย่งกันซื้อแย่งกันกินขนาดไม่มีรายได้ ผมไปกินอาหารร้านข้างนอกข้างถนนประหยัดกว่า

หน้า