RC ตอน การกลับกองปุ่ยหมักตื่นตัว (3-2)

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ตอน การกลับกองปุ่ยหมักตื่นตัว (3-2)(ตอนจบ) 

 หวังว่า คงจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกทุกๆคน นะครับ

 

Link to >>> RC ตอน การกลับกองปุ่ยหมักตื่นตัว (3-1) .. สวน 2S ระดับหมู่บ้่าน

http://www.bansuanporpeang.com/node/4253

Link to >>>RC 45Ve การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว(Rapid Compost) จัดลำดับต่อเนื่องใหม่ครับ ...สวน 2S

http://www.bansuanporpeang.com/node/3757

ความเห็น

ตั้งแต่กล้องหายป่วย แจ่มขึ้นนะSmile

เสียงบรรยาย ของพระเอก ค่อยไปนิดนึงค่ะ สงสัยไกลไป อิอิ

ชอบค่ะ เป็นความรู้ที่ดีมากๆๆ ขอบคุณมากนะคะ

พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า 

ยินดีครับ แต่ต้องย้ำตลอดเวลาว่า ความรู้ระดับหมู่บ้าน และจะมาให้กำลังใจ มาบอกเล่าให้อย่างต่อเนื่องครับ คุณจันทร์เจ้า

พอเพียง และ เพียงพอ อย่าอายที่เป็นคนจน แต่ควรอายที่เป็นคนเลว .. 2S ทำไม่เป็นหรอกครับ  เพราะเรียนมาน้อย และขี้เกียจมาก เป็นแต่ฝ่ายบู๊ โหด ที่ 2S ชอบเรียกว่า โหดดี คนชนบทบ้านนอกที่นั้นทราบดี พวกขี้เหล้า เมายา กัดปลา ตีไก่ ไพ่ ไฮโล แทบจะไม่กล้าผ่านสวน เพราะ โหดดี หมายถึง ถ้าอะไรที่เป็นความดีไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว แต่ก่อนต้องเลี้ยง เจ้าร็อด ไว้จัดการพวกไม่เอาอ่าว แต่เดี๋ยวนี้ อาวุโสแล้ว ใจเย็นลงเยอะ แต่ โหดดี แก้ไม่ได้ เป็นสันดานแล้วครับ

 

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย

 

 

เรียนมาน้อย  แต่ขขี้เกียจมาก

มาดูป้าเล็กนะ

ค่าแรงสูง   แต่ ความสามารถต่ำ   น่าจ้างให้ไปช่วยงานนะ

ผมกำลังทำปุ๋ยหมักอยู่พอดี ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกแล้ว  น้องนำเสนอได้ดีมากนำไปปฎิบัติได้ง่าย

ขอบคุณครับ แต่แปลกใจมากกว่า ว่าปุ๋ยหมักตื่นตัวมีคนสนใจ สำหรับ 2S ปุ๋ยหมักตื่นตัว คือ หัวใจ เป็นทั้งหมด นอกจากมีองค์ประกอบอื่นๆ เช่น การฉีดน้ำควบคุมแมลงศัตรู การช่วยให้พืชผักได้รับแสงมากที่สุด แต่ไม่ใช่ 100% การเข้าใจสายพันธุ์เหมาะสมกับวิธีปลูก และฤดูกาลที่ต่างกัน  เข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนของแมลงศัตรู และแมลงที่มีประโยชน์ ตัวห้ำ ตัวเบียน และที่สำคัญที่สุด คือ จุดแข็งจุดอ่อนของ ตนเอง ครับ

2S ทำปุ๋ยหมักตื่นตัวมาเป็นปีที่ 8 โดยกำหนดพืชผักเป้าหมายในการทดสอบ มี 5ชนิด ผักบุ้ง (5สายพันธุ์) เป็นตัวแทนของผักที่เร็วที่สุด ที่ไม่ได้ย้ายปลูก ผักสลัดม่วง เป็นตัวแทนของผักที่ย้ายปลูก และเก็บเกี่ยวเร็วที่สุด ผักคะน้ายอด เป็นตัวแทนของผักที่เติบโตไปเรื่อยๆ ปานกลาง คื่นฉ่าย เป็นตัวแทนของพืชครูที่สำคัญที่สุด เป็นเบอร์หนึ่งของสวน2S (Hydroponic มือระดับประเทศ ยังทำไม่ค่อยได้ดีครับ) และพริกหวาน เป็นตัวแทนของผักกินผลครับ

การออกแบบจะออกแบบง่าย โดยคำนวณ ปุ๋ยหมักตื่นตัวต่อตารางเมตร แบ่งเป็น 3ระดับ  มาก(45กก.) กลาง(30กก.) และน้อย(15กก.) เช่น ผักบุ้ง(ผักเร็วที่สุด) จะโรยหน้า 3-5วันหลังหว่าน หรือหยอดเมล็ด และหลังจากนั้นอีก 7วัน ส่วน พริกหวาน(ผักกินผล) จะใส่ 25วันหลังย้ายปลูก และเมื่อติดดอก 70%

ผักอีกสามชนิด ก็ใส่สองครั้งเช่นกันครับ ทำทุกฤดู ทุกๆปี

แต่ถ้าจะทดสอบ ปุ๋ยหมักสูตรต่างๆ(ไม่เคยทดสอบกับสูตรใดๆของท้องตลาด หรือสวนอื่น) จะใช้ ผักบุ้ง สายพันธุ์ใบไผ่ เพราะ สายพันธุ์นี้โตช้า โตยากมาก (ถ้าไม่ใช้ ยูเรีย) ถ้าจะให้ได้ต้นมาตรฐาน และใบสีเขียว ต้องเป็น ปุ๋ยหมักที่ให้ ไนโตรเจน เร็วและเพียงพอจริงๆ จากนั้นก็จะนำไปปรับแต่งสูตร และนำไปทำปุ๋ยหมักตื่นตัวต่อๆไป

ไม่ได้ใช้ใน นาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย ไร่มัน เพราะ ผลิตไม่พอใช้ และพืชดังกล่าว จะตอบสนองต่อ ปุ๋ยอนินทรีย์ โดยเฉพาะ N ได้ดีกว่า อินทรีย์ ไนโตรเจน

ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย

 

 

จะฝากรูปภาพ และการบรรยายภาพสั้นๆ เพราะงานมากจริงๆ มีเวลาจะมาแก้ไข อธิบายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม อยากบอกว่า ปุ๋ยหมักตื่นตัว เป็นหัวใจ เป็นความสำคัญสูงสุดของ โครงการปลูกผักปลอดภัย ทั้ง ๔๕ชนิด 

สวนผักเล็กๆ ต้องการใช้ ปุ๋ยหมักตื่นตัว ปีละ ประมาณ ๓๐๐ตัน หรือ ๓๐๐๐๐๐กก.

ปุ๋ยหมักหลัก กลับกองได้ ๕ครั้งแล้ว จะกลับครั้งสุดท้ายในวันที่ ๒๘สิงหาคม ก็จะได้ปุ๋ยหมักตื่นตัว พร้อมนำไปใช้โรยหน้าแปลงผักในวันที่ ๔กันยายน ๒๕๕๓  

ส่วนปุ๋ยหมักหลัก กองนี้ ยังเหลือต้องกลับกองอีก ๒ครั้ง จะเสร็จสิ้นเป็นปุ๋ยหมักตื่นตัว และนำไปใช้ได้ในวันที่ ๑๒กันยายน ๒๕๕๓

 

หัวใจสำคัญที่สุดประการหนึ่งในความสำเร็จ ของปุ๋ยหมักตื่นตัว คือ กากกาแฟ (Coffee Grounds) ซึ่งมี N P K ดังข้อมูลข้างล่างนี้

The nitrogen, phosphorus, potassium "guaranteed analyses" would be as follows for the coffee grounds:

Nitrogen: 2.28 percent
Phosphorus: 0.06 percent
Potassium: 0.6 percent

แต่ลองดูข้อมูลข้างล่างนี้ แล้วจะเริ่มเข้าใจว่า ทำไมจึงนำมาใช้ผสมในปุ๋ยหมักหลัก แล้วต้องกลับกองถึง ๗ครั้ง เพื่อให้ จุลินทรีย์ในกองหมัก ได้ใช้องค์ประกอบอินทรีย์ เปลี่ยนมาเป็นรูปอนินทรีย์(โดยเฉพาะไนโตรเจน) เพื่อรากพืชจะได้ใช้ ถ้าไม่ทำอะไรเลยแล้วนำกากกาแฟไว้ใช้ จะได้ ไนโตรเจน เพียง ๐.๐๙% จากทั้งหมด ๒.๒๘% ถ้าจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยหมักเก่งจริง ต้องใชั และเปลี่ยนรูปจากอินทรีย์ไนโตรเจน มาเป็นอนินทรีย์ไนโตรเจนมากเท่าที่จะมากได้ ถ้าเราช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้ เราจะได้ปุ๋ยหมักคุณภาพสูง-สูงมาก มีธาตุอาหารพืชที่จะนำไปใช้ได้ทันที เพราะพืชผักกินใบมีอายุสั้น (นอกจากปุ๋ยหมักตื่นตัว เราไม่ได้ใช้ปุ๋ย หรือสารอื่นใดเลย)

Total nutrient levels: Each cubic yard of these coffee grounds contains a total of 10.31 lbs. nitrogen, of which 0.01 lb. (0.09%) are available. Thus, even though available nitrogen is considered deficient in this product, there still remains over 10 lbs. of total nitrogen per cubic yard of coffee grounds. Thus, nitrogen is primarily bound in the organic fraction and is unavailable to plants until soil microorganisms degrade the organic fraction. Through this process, the nitrogen is converted to plant available forms. Over the long term the coffee grounds will act like a slow release fertilizer providing long-term nitrogen input which can then be utilized by plants.

 

ปุ๋ยคอกขี้วัว ก็เป็นส่วนผสมหลัก เพราะวัวกินหญ้า ฟาง และจะมีสารเคมี วัคซีนตกค้างน้อยมาก ถ้าเทียบกับมูลสัตว์ปีก ถ้าสังเกตดี ข้างหลังจะมี กล่องไม้ไผ่สี่เหลี่ยม เก็บเป็นอนุสรณ์ นี้คือ กล่องปุ๋ยหมักรุ่นแรกๆ เมื่อ ๘ปีก่อน

 

กล่องปุํยหมักทรงกลมอีกแบบหนึ่งในป้จจุบัน ซึ่งเพิ่งเริ่มตั้งกอง เมื่อวันที่ ๒๔สิงหาคมนี้เอง วัสดุที่ใช้มี ฟาง ๓ส่วน ปุ๋ยหมักพี่เลี้ยง(ซึ่งได้จากการกองหมักปุ๋ยหมักตั้งต้น ๒๕วันกลับกอง ๓ครั้ง) ๑ส่วน และปุ๋ยคอกละเอียด ๑ส่วน (โดยปริมาตร)

 

ถังไฟเบอร์มาตรฐาน ขนาด เสันผ่าศูนย์กลาง ๑.๒๐เมตร สูง ๑.๐๐เมตร สามารถปิด เปิด ได้ทั้ง ครึ่ง และเปิดเต็มที่ สามารถทำปุ๋ยหมักตื่นตัวได้ครั้งละ ๑๐๐๐กก. (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการกองอัด และวัสดุที่ใช้)(มีอยู่เพียง ๒ถัง เนื่องจากราคาค่อนข้างแพง)

มีถังทรงกลมขนาดต่างๆ ใช้ทำปุ๋ยหมัก อยู่ ๒๕ถัง แต่ยังไม่ทันความต้องการ

อนึ่ง ไม่ได้นำ หรือแนะนำให้ ใช้ปุ๋ยหมักตื่นตัว ในนาข้าว ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง เพราะ พืชเศรษฐกิจดังกล่าวมีเนื้อที่ปลูกมากมายมหาศาล และตอบสนองต่อปุ๋ยอนินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงอยู่แล้ว ไม่มีทางที่จะทำปุ๋ยหมักตื่นตัวได้เพียงพอ

 

 

 

 

 

 

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย