เขียนโดย sblue12 เมื่อ 30 มีนาคม, 2010 - 14:21
"เชิญ เลย มาเล้ย มาเลย พี่น้องเราเอย.. อย่าทุ่มกัน มาฝากสัมพันธ์ พี่น้องด้วยกัน สัมพันธ์ไมตรี น้องกลับไปแล้ว อย่าลืมจอกแก้ว ทุ่งนาห้วยนี้ เราได้สัมพันธ์ไมตรี... เราได้สัมพันธ์ไมตรี ทุ่งนาแห่งนี้บ้านศรีดาวเรือง... เจ้าของบ้านสายตาไม่สั้น คิดอยู่ทุกวัน คิดถึงพี่น้อง บังอยู่บ้านหมู่สอง บางคนนั่งร้องไก่มันไม่ขัน เงียบนะน้อง ไก่มันไม่ขัน เพราะว่าไก่ขันทุกหัวเช้า หนุมเหล้าขาว ป้อนให้ทุกวัน ไซรละน้อง ไก่มันไม่ขัน ปรือละน้อง ไก่มันไม่ขัน กระทิงช้างเข้ากัน ก็หลับตาไม่เบลอ-น กระทิงช้างเข้ากัน ก็หลับตาไม่เบลอ-น
เชิญเลย มาเล้ย มาเลย พี่น้องเราเอย.. อย่าทุ่มกัน มาฝากสัมพันธ์ พี่น้องด้วยกัน สัมพันธ์ไมตรี ทุ่งนาแห่งนี้ บ้านศรีดาวเรือง......."
|
|
|
นี่บทเพลงแห่งบ้านศรีดาวเรือง ขับร้องโดยคุณลุงเจ้าของบ้าน ว้ย 50 ต้น ๆ เชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมเยียนบ้านซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม เงียบสงบ คงไว้ซึ่งความเรียบง่ายและพอเพียง...
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันสบาย ๆ วันหนึ่ง หลังจากเสร็จงานในสวนแล้ว ข้าพเจ้ามีความคิดอยากจะไปเที่ยวบ้านศรีดาวเรืองอีกครั้ง หลังจากที่ไปครั้งแรกแล้วเกิดความประทับใจ และไปครั้งนี้อยากจะเก็บภาพบรรยากาศและเรื่องราวของคุณลุงบ้านศรีดาวเรืองมาเล่าสู่กันฟัง หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ก็ขับมอเตอร์ไซด์ออกจากบ้าน ไปชวนเพื่อนอีกคน แล้วก็ออกเดินทาง ระยะทางประมาณ 13 กม.
 12 กม. ก็มาถึงป้ายบอกเส้นทางเข้าบ้านศรีดาวเรือง
 แล้วก็ไปต่อ... สภาพเส้นทางดีกว่าคราวที่แล้ว (ช่วงหน้าฝนเส้นทางลำบากกว่านี้)
|
 ขับไปเรื่อย ๆ ใกล้ถึงแล้ว (ช่วงหน้าฝน บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยมอสสีเขียว ๆ)
|
 ถึงแล้วครับ บ้านศรีดาวเรือง (ป้ายอันนี้เป็นป้ายดั้งเดิม ส่วนป้ายใหม่ในรูปแรก ลุงแกบอกว่า นายอำเภอเป็นคนทำให้ ก็ไม่รู้ว่าความตั้งใจของลุง จะให้เป็นชื่อ "สี" หรือ "ศรี" ดาวเรือง แต่ช่างมันเถอะ ยังไงก็ออกเสียงเหมือนกัน ตรงประตูทางเข้ามีรูปปั้นเงาะป่าสถิตอยู่สองตน อันนี้ขอคอนเฟิร์มว่าไม่ใช่ราหู แน่นอน)
|
 บริเวณนี้เป็นทางเดิน ที่เคยเต็มไปด้วยมอสสีเขียวเช่นเดียวกัน
|
เจอลุงนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านพอดี เข้าไปสวัสดีทักทาย ปรากฏว่าลุงจำข้าพเจ้าได้ (ไอ้บ่าวนี้ เคยมาช่ายม้าย สาว่าหน้าคุ้น ) แล้วเราก็คุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบ คุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศ คุยเรื่องต้นไม้ จิปาถะ...
หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็เริ่มยิงคำถาม เป็นชุด ๆ ได้ความว่า ลุงแกมาอยู่ที่นี่หกปีกว่าแล้ว ทุกอย่างที่เห็นรอบ ๆ บ้านล้วนเกิดจากสองมือและแรงกายของแกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น บ่อปลาขนาดใหญ่ที่ขุดเองกับมือ (เนื่องจากรถขุดไม่สามารถเข้ามาได้) ขุดร่องน้ำให้ผันน้ำมาจากลำห้วยไหลลงบ่อปลา และไหลไปเป็นสายน้ำตก แบกหิน แบกไม้ มาทำสะพาน ทุกอย่างทำด้วยคนเดียวทั้งหมด มีบางคนเคยมองว่าแกบ้า เวลาเห็นแกเดินแบกต้นไม้ ก้อนหิน แต่เดี๋ยวนี้ ที่บ้านศรีดาวเรืองแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยว ไม่เว้นวัน บางครั้งก็มากันเป็นหมู่คณะ บ้างก็เป็นเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายฯ พักแรม ส.ส. นายอำเภอฯ ก็มา บางท่านก็มาบ่อย บางท่านก็พาครอบครัว พาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำ ข้าพเจ้าได้ถามแกว่า แล้วลุงเคยออกทีวีมั๊ย? แกบอกว่าเคยมีคนมาถ่ายทำเหมือนกัน ไม่รู้ว่าของช่องไหน ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีทีวี เลยไม่ได้ดูว่าออกอากาศหรือเปล่า ส่วนพื้นที่รอบ ๆ บ้านก็ปลูกพืชผัก ต้นไม้ต่าง ๆ มะพร้าว เงาะ ฯลฯ ไม้ดอก ไม้ประดับ กล้วยไม้หลากชนิด แต่ก่อนแกเคยปลูกข้าวไร่ แต่ไม่ค่อยได้ผล เพราะดินที่นี่ไม่ดี เต็มไปด้วย หิน มีหน้าดินหนาประมาณคืบนึงเห็นจะได้ แล้วทำไมจึงชื่อบ้านศรีดาวเรืองละ? (ลืมถามว่า สี หรือ ศรี) แกตอบว่า ตอนแรก ๆ ปลูกดอกดาวเรืองไว้เยอะมาก แล้วบ้านนี้ก็ไม่มีชื่อ ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร ก็เลยตั้งชื่อบ้านว่า บ้านศรีดาวเรือง แต่ช่วงนี้หน้าแล้งไม่ได้ปลูก เหลืออยู่ไม่กี่ต้น ข้าพเจ้าก็หันไปมองรอบ ๆ จริงด้วย ไม่ค่อยมีดอกดาวเรือง เจอแต่ดอกบานบุรี ก็แซวแกว่า สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อเป็น บ้านบานบุรี ลุงแกก็หัวเราะ คุยกันได้สักพัก ก็มีนักท่องเที่ยวมาเป็นครอบครัว พาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำ ข้าพเจ้าก็เลยขอตัวไปถ่ายรูป เนื่องจากมาครั้งที่สอง ไม่ต้องมีไกด์พาชมสถานที่ก็หลับตาเดินถูก (อันนี้โม้ครับ) ข้าพเจ้าก็เลยเดินชมวิวไป ถ่ายรูปไป จนทั่ว เนื่องจากรูปมีเยอะมาก ถ้าเอาลง blog ทั้งหมด คงนานกว่าโหลดเสร็จ กว่าจะได้อ่าน ก็เลยคัดเลือกมาให้ชมกันเพียงบางส่วน
|
บ้านหลังน้อย อยู่กันสองคน
|
กล้วยไม้สวย ๆ (ไม่รู้จักชื่ออีกตามเคย)
|
มุมสวย ๆ (ช่วงหน้าฝนจะไปด้วยเต็มมอสสีเขียว ๆ สร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็น)
|
หลากหลายพรรณไม้ ที่ลุงเจ้าของบ้านสรรหามาประดับไว้
|
บ่อเลี้ยงปลา
|
สายน้ำที่ผันมาจากห้วย ไหลลงสู่บ่อเลี้ยงปลา และธารน้ำตกเบื้องล่าง
|
อาชีพหลักของลุงคือ ทำสวนยาง(สวนยางอยู่บนควน)
|
 มีสวนเงาะ ใต้ต้นเงาะ ก็ต้องแคมป์ได้สบาย
|
ร่องรอยการตั้งแคมป์
|
ดอกดาวเรือง อันเป็นที่มาของชื่อบ้านศรีดาวเรือง
|
คำถาม สิ่งประดิษฐ์ในรูป(บน)เอาไว้ทำอะไร (ท่านแรกที่ตอบถูกมีรางวัล)
ก. เอาไว้ลอยกระทง ข. เอาไว้ใส่ของ ค. เอาไว้หุงข้าว ง. เอาไว้ตักน้ำ จ. เอาไว้เลี้ยงปลา ฉ. ผิดทุกข้อ ช. ถูกทุกข้อยกเว้นข้อ ฉ.
|
|
| |
| ปิดท้ายด้วยรูปน้ำตกเล็ก ๆ แต่สวยงาม
สายน้ำไหลเป็นชั้น ๆ
|
น้ำตกสวย ๆ โดยฝีมือคุณลุงแห่งบ้านศรีดาวเรือง(มีฉายาว่า "น้ำตกบัณฑิต" )
อย่าลืมตอบคำถามชิงรางวัลนะครับ
|
|
ความเห็น
peenukrab
30 มีนาคม, 2010 - 19:41
Permalink
รูปหมาตักน้ำ
เพิ่งเข้ามาเค๊าเฉลยกันยังนิ
msn ครับ ยินดีรับการแอดพี่น้องบ้านสวนทุกคนครับ trang_ch@hotmail.com
ป้าเล็ก..อุบล
30 มีนาคม, 2010 - 20:00
Permalink
ดูเป็นธรรมชาติ
น่าไปพักผ่อนมากๆ ชอบ สบายตา
084-167-4671
anongrat2508@hotmail.com
sothorn
30 มีนาคม, 2010 - 20:18
Permalink
อิจฉา
อิจฉาเรื่องน้ำอีกแล้วครับ
ธรรมชาติสวยงามมากครับ ขอบคุณครับที่นำมาให้ชื่นชม
peenukrab
30 มีนาคม, 2010 - 20:20
Permalink
เรานัดกันไปเที่ยวดีไม๊
นัดกันสักวันน่ะน้องโสทร วันไหนว่างๆเราไปเที่ยวกัน เห็นแล้วน่าสนใจดี
msn ครับ ยินดีรับการแอดพี่น้องบ้านสวนทุกคนครับ trang_ch@hotmail.com
pomcob
30 มีนาคม, 2010 - 21:23
Permalink
ในที่สุดก็ได้ดูรูปแล้วคับบบ
ดูแล้วสบายใจจังเลยคับ
รางวัลไม่ต้องแล้วคับ ได้ดูภาพสวยๆ ได้ฟังเรื่องราวดีๆ
ก็เพียงพอแล้วครับ
ใช้ความพยายามแล้วก็ตั้งใจมากเลยครับ สำหรับบลอกนี้ ( คิดว่า น่าจะทั้ง 3 บลอกเลย )
ครั้งแรกจัดได้สวยงาม มาก ( แต่ดัน สร้างปัญหาให้เล่าป้าๆ เสียนี่ 55 )
พยายามใหม่ รวมทั้ง upload รูปใหม่ทั้งหมด
ขอบคุณอีกครั้งคับ
สุชญา
31 มีนาคม, 2010 - 02:37
Permalink
สวยและสะอาด
สวยและสะอาด น่าเที่ยวมากเลยคะ
น้อย สวนบุรีรมย์
31 มีนาคม, 2010 - 18:14
Permalink
บรรยากาศร่มรื่นดีมากครับ
บรรยากาศร่มรื่นดีมากครับ น่าอิจฉา
สวนเกษตรบุรีรมย์การเกษตรแบบเสาร์เว้นเสาร์ เน้นที่เราปลูกเองกินเอง
บริการจัดทำและดูแลเว็บไซต์ ถูก ดี มีประสิทธิภาพ
สวนฟักแฟงแตงไทย
31 มีนาคม, 2010 - 18:25
Permalink
สวยจัง
อยากทำแบบนี้บ้างจัง ขอชื่นชมจริงๆค่ะ เมื่อไหร่จะได้ไปเที่ยวกะเขาน้อ..
มาย
1 เมษายน, 2010 - 08:14
Permalink
สวยมากเลย
สวยมากเลย นับถือลุงที่คนเป็นสร้างและทำจริงๆ
ขอบคุณค่ะ ที่นำมาเสนอและแบ่งปัน
there is a will , there is a way .
สายสมร
7 เมษายน, 2010 - 11:47
Permalink
ชอบมากค่ะ
เป็นคนตรังเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้ไป อ.ปะเหลีอน อยู่แต่ อ.เมืองไม่ค่อยได้ไปที่ไหนนักค่ะ ที่ตรังของเราก็มีธรรมชาติน่าเที่ยวเหมือนกัน อยากไปเที่ยวจังเลย
หน้า