ผญาที่ร้านหนุ่มนา

หมวดหมู่ของบล็อก: 

   ช่วงนี้ฝนตกครับไม่ได้กรีดยาง ไม่ได้ลงสวน ก็ไม่มีเรื่องเขียนบล็อก ก็เลยต้องไปรื้อรูปเก่าๆ มาเขียนบล็อก ครั้งที่ไปชัยภูมิได้ไปกินแจ้วฮ้อนที่ร้านหนุ่มนา ก็ได้เก็บรูปบทกลอน หรือผญาเอาไว้แต่ไม่ได้เอามาลง ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องผญา พี่น้องทางอีสานช่วยชี้แนะด้วยครับ หรือช่วยแปลกลอนให้ด้วยก็เป็นการดีครับ

บรรยากาศในร้านหนุ่มนา

จะมีผญาอยู่ทุกซุ้ม

เริ่มเลยก็แล้วกันครับ

ความเห็น

ป้าหน่อยอยู่ไหนครับ มาแปลด่วน  ชอบภาพแรก ชอบบรรยากาศมากครับ ทำให้หวลคิดถึง

กระท่อมน้อยปลายนาที่เคยไร้ค่า บัดนี้เจ้าหาได้ไร้ค่าไม่

ทำความดีนะครับ จะได้มีความสบายใจ   msn/krawmovie@hotmail.com

พี่น้องเอย


แม้จะทุกข์ยากไร้  เราก็คือ "คน"


แม้จะรวยหรือจน  คนเราย่อมพึ่งพากันได้


เปรียบเหมือนเรือเกยตื้น (ติดบนบก) มีเกวียนได้ลากเรือ


เมื่อเรือลงกลางน้ำ  เรือจะได้ลากเกวียน


บทที่สองนี้ลึกดึกดำบรรพ์มากจ้า พี่หยอยเกิดไม่ทัน บทแรกไม่ยากมาก ขอบคุณครับพี่น้อง


ข้าเจ้าแปลไม่ได้อ่ะเจ้า   :confused: กำลังประกาศรับสมัครล่ามประจำพระองค์อยู่อ่ะเจ้า..:sweating:

.................

บทแรกเปรียบกับส.ส เมื่อได้เป็นส.สแล้วอย่าลืมประชาชนผู้เลือกมา

อย่าลืมว่าเวลาอยากได้อยากเป็นเทียวไปถึงบ้านทุกๆหลัง

เทียวมาวนเวียนขอร้องยกมือไหว้แทบจะกราบ

แต่พอได้เป็นแล้วทำไมเงียบหายไปไม่โผล่มามาให้เห็นเหมือนหอยไข้(หอยไข้สงสัยเป็นคำเปรียบเทียบว่าหายเงียบจริงๆ)

แปลบทเดียวก่อนนะคะแล้วจะมาแปลต่อ

 

 

ไม่ต้องถึงแปล  อ่านยังยาก

ผญา ต้องฟังเสียงในฟิล์มครับ แปลก็ยากที่จะเข้าใจ หรือเข้าใจแต่ไม่ได้รส แต่ก็ดีกว่าไม่แปลเลย


บทแรกน่าจะเกิดจากความน้อยใจ ที่ไม่มาดูแลพวกเขา (ชาวบ้านที่เดือดร้อน)


แต่ดูแล้วก็น่าน้อยใจนะครับ ทีไปเตะบอลเล่นไปกันเป็น ทีม

น้องโส พี่ใจอ่านไม่ออกเด้อ.......... :confused:

sudjai_waitong@hotmail.com
     0805401058

คนอีสานก็แบบนี้แหละครับเปรียบเปรย ผญาที่เขียนไว้อ่านยากสักหน่อยแต่ถ้าเป็นคนอีสานลึกๆ   ก็เข้าใจความหมายครับ


บรรยากาศสวยจัง

อืมมม เป็นเชิงอุปมาอุปไมย แฝงด้วยข้อคิดและคำสอนครับ บทแรกคุณย่าวรรณตอบไปแล้ว ผมจะขอลองใช้ปัญญาอันน้อยนิดตอบบทที่สองนะครับดังนี้ครับ

ชีวิตของคนเราก็มีขึ้นมีลง เหมือนกับร่ม เวลาร่มกางก็เปรียบชีวิตที่รุ่งเรือง

เวลาร่มหุบหรือพับเข้ามา ก็เปรียบเสมือนชีวิตที่กำลังตกต่ำย่ำแย่ ถึงคราวบุญพาวาสนาส่งทำอะไรก็รุ่งเรือง เวลามันจะเสื่อมอะไรก็ช่วยไม่ได้

                                      บทที่สาม

เราเกิดมาเป็นคนถึงจะยากดีมีจนเราก็ควรถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกันไม่ควรเป็นคนใจดำ วันนี้เขาพึ่งเราวันหน้าเราอาจจะต้องพึ่งเขา เปรียบเหมือนเรือที่ติดอยู่ตามแก่งไม่มีน้ำ ต้องอาศัยเกวียนลากไป แต่พอไปถึงน้ำเกวียนก็จะได้อาศัยเรือเพื่ิอข้ามไป

                                     บทที่สี่

สอนให้รู้จักอย่าเป็นคนลืมตัวอย่าลืมกำพืดพี่น้องของตนเอง  ถ้าได้เป็นเจ้าเมืองก็อย่าลืมชาวนา ได้กินอาหารที่ดีก็อย่าลืมอาหารที่เคยกินเมื่อครั้งยังขัดสน    

        ตอบได้แค่นี้ครับถูกผิดอย่างไรต้องรอท่านผู้รู้มาเฉลยอีกทีครับผม

 เพิ่นวายูงยางไม้ ลมตีมันขาดทอง บ่คือเคือหญ้าป้อง ลมต้องขาดบ่เป็น.

เจ้าพูกกผักอีตุเตี้ย ต้นต่ำใบดก กกบ่ทันฝังดินสังสิจีจูมดอก ฮากบ่ทันหยั่งพื้น สังสิปี้นปงใบ.

                        คิดเล่นๆครับมีความหมายที่แอบแฝงอยู่ภายใน                                    

ดีหรือชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงหรือต่ำอยู่ที่ทำตัว


บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร

หน้า