เขียนโดย แป๋ม_พัทลุง เมื่อ 21 เมษายน, 2009 - 10:37
กล้วยน้ำว้า เป็นพืชที่ทุกคนรู้จักดี เป้นผลไม้ เป็นผัก เป็นอาหารคาว อาหารหวาน อาหารว่าง ใช้ประดยชน์ได้ทุกส่วน เช่น ต้นสดใช้เป็นอาหารสตว์ เป็นภาชนะ เป็นวัสดุอุปกรณื เป็นของเล่นและเป็นส่วนสำคัญในพิธีกรรมหลายอย่าง ให้พลังงานสูงกว่ากล้วยอื่น ๆ และมีสรรพคุณทางยาดังนี้
ยาง รสฝาด สมานแผล ห้ามเลือด
ผลดิบ รสฝาด ทั้งเปลือกหั่นตากแห้ง บดเป็นผง ชงน้ำร้อน หรือปั้นเป็นเม็ดรับประทาน รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องเสียเรื้อรังซึ่งทำให้อาหารไม่ย่อย ใช้โรยแผลเรื้อรัง แผลเน่าเปื่อย และแผลติดเชื้อต่าง ๆ
ผลสุก รสหวาน ระบายอุจจาระ บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
หัวปลี รสฝาด แก้โรคในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้โลหิตจาง ลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน
ใบ รสจืดเย็น ปิ้งไฟ ปิดแผลรักษาแผลไฟไม้ ต้มอาบแก้ผดผื่นคัน
นอกจากนี้กล้วยยังมีประโยชน์อีกมากมาย ใช้รักษาอาการและโรคต่าง ๆ ได้ เช่น
ท้องเดิน ใช้กล้วยดิบทั้งเปลือกฝานบาง ๆ ผึ่งลมให้แห้ง รับประทานครั้งละ 1/2-1 ผล
เขียนโดย แป๋ม_พัทลุง เมื่อ 20 เมษายน, 2009 - 15:07
สวัสดีค่ะ แป๋มเป็นสมาชิกใหม่อยากขอคำแนะนำ
บ้านที่พัทลุงกำลังจะโค่นยางปลูกใหม่ เนื้อที่ไม่เยอะมาก ประมาณ 5 ไร่
อยากปลูกพืชผักดตเร็วเป็นรายได้เสริม แต่ยังทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองไม่เป็น
ชอบ ควรปลูกพืชชนิดไหนได้บ้าง ตามลักษณะดินฟ้า อากาศบ้านเรา
ที่คิดไว้ก็เยอะ ไม่ว่าจะเป็ ถั่วฝักยาว มะระ ฟักทอง ขี้พร้า ข้าวโพด กล้วย บวบ ผักเหลียง
พริก ส้มจี๊ด กระชาย ขมิ้น จะไม่ปลูกผักเชิงเดี่ยวจะให้ผลผลิตดีมากน้อยแค่ไหน เพราะกว่ายางจะโต คงปลูกพืชพวกนี้ได้ สัก ปี 2 ปี
ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ เพราะว่าเคยแต่กรีดยาง และทำนา กับปลูกผักเองเล็ก ๆน้อย ข้างบ้าน พอมีพื้นที่เยอะขนาดนี้ไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้หรือเปล่า
ขอบคุณค่ะ
เขียนโดย sothorn เมื่อ 16 เมษายน, 2009 - 09:15
เนื่องจากมีภาระกิจในการเป็นวิทยากรสอนลีนุกซ์ จำเป็นต้องจากบ้านไปหลายวัน โชคดีที่ผักปลูกเอาไว้ไม่จำเป็นต้องดูแลมาก ให้พ่อแม่ดูแลให้แทน ประกอบกับช่วงนี้พืชผักกำลังจะให้ผลผลิต กลับมาคงได้กิน เช้านี้เลยเกินเก็บรูปเอาไว้ นำมาฝากก่อนจากไปหลายวัน
มะเขือเทศกระสอบกำลังออกดอก บางส่วนก็ติดลูกแล้ว

เขียนโดย sothorn เมื่อ 2 เมษายน, 2009 - 21:06
ชีวิตเกษตรกรต้องพึ่งพาธรรมชาติอยู่พอสมควร แล้งมากไปก็ไม่ดี ฝนตกมากไปก็ไม่ดี ลมพัดแรงก็ไม่ดี เช่นวันนี้ครับ ฝนตกหนัก ลมแรงก็เป็นผลให้ข้าวโพดที่ปลูกเอาไว้เป็นดังภาพ

ภาพด้านล่างถ่ายเมื่อ 26 มีนาคม 2552 บนกับล่างห่างกัน 7 วัน
เขียนโดย sothorn เมื่อ 27 มีนาคม, 2009 - 08:24
เรื่องของการเพาะเห็ด ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมใฝ่ฝันอยากจะทำ ก่อนหน้านี้ก็ได้แต่คิด ได้แต่อ่านหนังสือ แล้วก็ไม่ได้ทำ เพราะไม่รู้แหล่งซื้อเชื้อเห็ด เมื่อเวลาจะได้ทำมันก็ได้ทำ เนื่องจากได้เล่าให้อาจารย์ที่รู้จักกันท่านหนึ่งฟัง ว่าผมอยากเพาะเห็ดฟาง อาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปซื้อเชื้อเห็ดฟางมาให้ลองเพาะดู หลังจากนั้นสองสามวันอาจารย์ก็ซื้อเชื้อเห็ดมาให้ 4 ถุง แถมยังไม่เอาเงินผมอีก แถมยังบอกวิธีการเพาะมาให้ ได้เชื้อเห็ดมาแล้วทำไงต่อล่ะคราวนี้ ประกอบกับเชื้อเห็ดยังเดินไม่เต็มที่ก็เลยมีเวลาคิด สองสามวัน จะเอายังไงดีเนี่ย ถ้าจะเพาะแบบกองเหมือนร่องผักเชื้อเห็ดก็น้อยเกินไป ไหนต้องทำที่สำหรับอัดฟางอีก ไม่เอาดีกว่า ดูในหนังสือมีวิธีการเพาะเห็ดฟางในกระถางเขาใช้สารเคมี 2 ตัว ไม่รู้ซื้อที่ไหน ถ้าเพาะในกระถางต้องเสียเงินซื้อกระถางอีก เอาไงดีหว่า สุดท้ายหาเหตุผลเข้าขางตัวเอง ซื้อกระถางก็ซื้อ เห็ดไม่งอกก็เอากระถางมาใช้ต่อได้ ตัดสินใจซื้อกระถางพลาสติก ขนาด 12 นิ้ว 8 ใบ ราคาใบละ 25 บ. เป็นเงิน 200 บ. สารเคมีที่เขาใช้ ผมไม่ใช้ลองดูว่าเห็ดมันจะงอกมั๊ยได้เวลาลงมือทำ
เขียนโดย sothorn เมื่อ 26 มีนาคม, 2009 - 21:37
ผักที่ขายอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นผักที่แถมยาฆ่าแมลงมาทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นผักที่แมลงไม่กิน เมื่อตรวจก็เจอสารเคมี นั่นคือยาฉีดศพ แม่ค้าเอาไปแช่เพื่อให้ผักสดขายได้หลายวัน ถ้าจะหนีผักแบบนี้ไปซื้อผักปลอดสารพิษในห้างก็ราคาแพง ผักขึ้นห้างจะแน่ใจได้อย่างไรอีกว่าปลอดสารพิษ ยิ่งผักไฮโดรโพนิก ผักไร้ดิน อาจจะจริงที่ไม่มียาฆ่าแมลง แต่ไม่ใช่ผักปลอดสารแน่นอน ผมเข้าใจว่ามีสารตกค้างพวกไนเตรด ที่เป็นสารละลายใช้เลี้ยงผัก ถ้าผมเข้าใจผิด ท่านผู้รู้บอกด้วยนะครับ
หนทางเดียวที่จะได้กินผักอินทรีย์ไร้สารพิษ ก็คือต้องปลูกเอง พอตั้งคำถามกับชาวบ้านว่าทำไมไม่ปลูกผักกินเองคำตอบคือไม่มีที่ดิน ทั้งๆ ที่เนื้อที่บ้านไม่ต่ำกว่า 2 งาน เนื้อที่ขนาดนี้ พริกจะใช้ตำน้ำพริกก็ไม่มีซักเม็ด เวลาจะใช้ก็ขอเพื่อนบ้าน หรือซื้อ คนที่มีบ้านทาวเฮ้าส์ก็ตอบได้ว่าไม่มีพื้นที่ ถามต่อว่ามีดาดฟ้ามั๊ยครับ
ภาพต่อไปนี้จะเป็นคำตอบให้กับคนที่ชอบตอบว่าไม่มีที่ปลูกผัก
เขียนโดย sothorn เมื่อ 24 มีนาคม, 2009 - 16:53
เอาภาพมาฝากครับ กะลามะพร้าวไปขอญาติที่ขายขนมจีนเอามาทดลองเผาถ่านดูปรากฏว่าได้ผลดีมาก เนื้อแข็งให้ความร้อนดี ส่วนไม้ไผ่เคยเอามาทำที่เก็บน้ำส้มควันไม้ แต่มันเก็บได้ไม่ดีก็เลยเอามาเผาซะเลย

เขียนโดย artily เมื่อ 20 มีนาคม, 2009 - 17:26
ไคโตซาน(สกัดจากเปลือกกุ้ง,ปู) ซึ่งเป็นสารโพลีเมอร์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญในรูปของ D-glucosamine พบในธรรมชาติเป็นองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อราเป็นสารธรรมชาติซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว คือ เป็นวัสดุชีวภาพ (Biomaterrials) ย่อยสลายตามธรรมชาติมีความปลอดภัยในการนำมาใช้กับมนุษย์ไม่เกิดผลเสียและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เกิดการแพ้ ไม่ไวไฟ และไม่เป็นพิษ (non-phytotoxic) ต่อพืช เป็นธรรมชาติ
หน้า